เมื่อคุณคิดว่าแผนการทำงานมาผิดทาง (ตอนที่ 1)

ในชีวิตการทำงาน หลายๆครั้งที่เรามักได้รับการมอบหมายงานบางอย่างตามแผนงานของใครบางคนโดยที่เราอาจไม่มีโอกาสได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการวางแผน และแน่นอนว่าด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบของเราแล้ว ก็อาจจำเป็นต้องทำงานนั้นให้ได้ตามแผนที่ผู้อื่นวางไว้

แต่ในบางกรณี คุณอาจมีความรู้สึกว่าแผนงานที่ถูกวางไว้นั้น มันดูแปลกๆอย่างไรชอบกล อาจรู้สึกว่าแผนนั้นมีบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง หรือบางทีอาจรู้สึกว่าแผนงานนั้นไม่มีทางจะไปได้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ หรือเปิดความเสี่ยงให้องค์กรมากเกินไป แล้วคุณจะทำอย่างไร – จะเงียบ ๆ แล้วปล่อยให้มันเกิดขึ้น หรือจะพูดประเด็นที่คุณเป็นกังวลออกมา

ด้วยวัฒนธรรมของคนไทยตั้งแต่อดีตเกี่ยวกับเรื่องการไม่เถียงผู้ใหญ่ หลายคนเลือกที่จะเงียบ ก้มหน้าก้มตาทำตามที่บอก แล้วปล่อยให้ผลลัพธ์มันเกิดขึ้นตามยถากรรม ถ้าผลของการกระทำตามแผนเผอิญออกมาดี ก็ถือว่าโชคดีไป แต่ถ้าผลที่ออกมาอย่างที่กังวล อะไรจะเกิดขึ้น ???

เราคงต้องแบ่งผลตรงนี้ออกเป็นสองส่วนคือ ถ้าส่ิงที่ออกมามีผลกระทบไม่มากนัก อย่างมากที่สุดสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับตัวคุณคือ ความรู้สึกผิด ว่า “ฉันน่าจะพูดออกไป น่าจะเตือนพวกเขา” แต่ถ้าผลลัพธ์ที่ออกมามันยิ่งใหญ่ คุณคงจะได้เข้าไปมีส่วนร่วมในคดีความบางอย่าง พร้อมกับการหางานใหม่ทำ

แต่ในปัจจุบัน คนรุ่นใหม่หลายๆคน ได้รับอิทธิพลแนวความคิดและความกล้ามาจากต่างประเทศ ทำให้กล้าที่จะพูดความคิดเห็นของตนเองออกมา แต่การแสดงความคิดเห็นที่โพล่งออกมาเลยก็ไม่ใช่สิ่งที่เราควรจะทำกัน เพราะนั่นอาจทำให้ดูเหมือนเป็นคนมีปัญหา ชอบสร้างความเด่นให้กับตนเอง หรือชอบฉีกหน้าผู้อื่น ดังนั้นสิ่งสำคัญคือต้องหาแนวทางที่เหมาะสมในการพูด โดยไม่ทำให้คนฟังรู้สึกไม่ดี

อย่างแรกต้องยอมรับก่อนว่า การวางแผนในการทำงานนั้น เป็นส่ิงที่ยาก ใช้เวลา และมีกระบวนในการคิดและวางแผนที่น่าปวดหัวอีก ที่สำคัญผลลัพธ์ที่ออกมาจากความยากลำบากเหล่านั้น ไม่ได้หมายความว่า จะต้องดีเสมอไป ดังนั้นในฐานะพนักงานคนหนึ่งขององค์กร เรามีหน้าที่และความรับผิดชอบในการชี้ให้คนข้างบนเห็นว่า แผนที่วางไว้มีอะไรบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล แต่การทำเช่นนั้นให้ดี จำเป็นต้องมีลีลา ลองนำ 3 ขั้นตอนที่ผมจะเล่าให้ฟัง ไปปรับใช้ดู

ขั้นตอนที่หนึ่ง: ไตร่ตรองความเป็นกังวลของคุณให้รอบคอบก่อน

ถ้าพูดถึงแผนการทำงาน จะผิดหรือถูกขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน บางครั้งคุณอาจมองว่า แผนการทำงานบางอย่างไม่ถูกต้อง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องแข็งข้อขึ้นมาในทันที ก่อนที่คุณจะทำอะไรลงไป ลองทบทวนและถามตนเองดูก่อนว่า ที่คุณคิดว่ามันไม่ดี เพราะว่าคุณกำลังคาดหวังแผนการทำงานในรูปแบบอื่นอยู่หรือไม่ หรือคุณเชื่อจริงๆว่า แผนการทำงานที่วางไว้นั้นมีช่องโหว่

สำคัญมากที่คุณต้องทำให้ตัวเองแน่ใจก่อนว่า ความรู้สึกที่ไม่ดีเกี่ยวกับแผนการทำงานนั้นไม่ได้มาจากอคติส่วนตัว ไม่ได้มาจากความรู้สึกที่ไม่อยากจะทำงานยากๆในแผนงานนั้นๆ ไม่ได้มาจากความรู้สึกต่อต้านในการเปลี่ยนแปลงหรือความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการวางแผนงานนั้นๆ บ่อยครั้งมักพบว่า คนหลายคนใช้อคติส่วนตัวเป็นข้ออ้างในการไม่ทำงานนั้นๆ

ดังนั้นจงตรวจสอบหาสาเหตุของความห่วงใยในแผนการทำงานของคุณก่อน มองดูความรู้สึกในตัวคุณอย่างเป็นกลาง และเมื่อค้นพบแล้วว่า มันไม่ได้มาจากความรู้สึกส่วนตัวของคุณเอง คุณก็สามารถเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนที่ 2 ได้เลย
หน้ากระดาษหมดพอดี อีกสองขั้นตอน ผมขออนุญาตยกยอดไปในฉบับหน้าแล้วกัน

 
อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด
apiwut@riverorchid.com

www.orchidslingshot.com
 

เมื่อคุณคิดว่าแผนการทำงานมาผิดทาง (ตอนที่ 2)

ในฉบับก่อนหน้านี้ ผมพูดถึงว่า ถ้าคุณคิดว่าแผนการทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ทำ มันไม่ชอบมาพากล ดูแล้วไม่น่าจะทำได้ตามแผนที่วางไว้ และตัดสินใจแล้วว่า จะพูดสิ่งที่คุณคิดออกไป ผมมีแนวทางในการพูดแบบบัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่นอยู่ 3 ขั้นตอน ซึ่งได้กล่าวถึงขั้นตอนแรกไปในฉบับที่แล้ว คือ ขั้นตอนของการไตร่ตรองสิ่งที่คุณเป็นกังวลเกี่ยวกับแผนงานดังกล่าว ในฉบับนี้ผมขอเล่าต่อในส่วนของขั้นตอนที่ 2 และ 3

ขั้นตอนที่สอง: ทำความเข้าใจแผนการทำงานในภาพรวม

โดยปกติแล้ว กว่าแผนการทำงานจะออกมาได้นั้น คงต้องมีเรื่องราวบางอย่างอยู่เบื้องหลังหรือพูดง่ายคือมีเป้าหมายอะไรบางอย่างในการทำแผนเหล่านี้ออกมา ดังนั้นก่อนที่จะพูดหรือบอกกล่าวความคิดเห็นของคุณเกี่ยวกับแผนการทำงานเหล่านั้น จงสืบหาเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังของแผนเหล่านั้นก่อน อย่าคิดเอาเองว่า “ฉันรู้ว่าทำไมแผนการทำงานเหล่านี้จึงถูกคิดออกมา” เพราะสิ่งที่คุณคิด บางครั้งก็ไม่ได้ถูกต้องเสมอไป

ทางที่ดีที่สุด จงใช้เครือข่ายของคุณในการค้นหาความจริงที่อยู่เบื้องหลัง จากประสบการณ์ของผม พบว่า เครือข่ายที่ดีจะทำให้เราได้ข้อมูลที่มีประโยชน์ และในขณะเดียวกันถ้าพวกเขามีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกับเรา เขาก็จะกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นเหล่านั้นให้เราทราบ ซึ่งจะช่วยให้เราได้มุมมองที่มากขึ้นเกี่ยวเรื่องดังกล่าว

จงพยายามทำความเข้าใจกับเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังแผนการทำงานที่ออกมา อะไรเป็นปัญหาที่ผู้วางแผนพยายามจะแก้ไขหรือมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกลยุทธ์อะไรบ้างที่เราไม่รู้ เพราะการทราบถึงเบื้องหลังของแผนการทำงานเหล่านี้จะทำให้คุณเข้าใจว่า สิ่งที่กำลังคิดและเป็นกังวลอยู่นั้นเป็นสิ่งที่ควรจะพูดออกไปหรือไม่

ขั้นตอนที่สาม: สื่อสารออกไปอย่างระมัดระวัง

เมื่อคุณพิจารณาแล้วว่า สิ่งที่เป็นห่วงอยู่นั้น ควรจะพูดออกไป สิ่งแรกที่แนะนำคือ คุณควรจะเข้าไปคุยกับหัวหน้างานของคุณก่อน ถึงแม้ว่าหัวหน้าของคุณอาจจะไม่ได้มีส่วนรวมในการพัฒนาแผนการทำงานนั้น ๆ ออกมา แต่อย่างน้อยหัวหน้าก็น่าจะรู้เบื้องลึกหรือเบื้องหลังของแผนการทำงานนี้มากกว่าคุณ

แน่นอนว่า การพูดคุยในประเด็นอย่างนี้ ควรจะเป็นการพูดคุยกันในที่รโหฐาน เพราะไม่เช่นนั้น อาจจะเป็นการประจานหรือหักหน้าเจ้านายของคุณก็เป็นได้ ใช้คำถามเป็นตัวนำในการหาคำตอบว่าทำไมจึงเลือกทำแผนงานดังกล่าว ใช้คำถามเช่นว่า “อะไรเป็นสมมุติฐานที่อยู่เบื้องหลังแผนการทำงานนี้ ?” หรือ “รบกวนช่วยอธิบายให้เข้าใจหน่อยว่าได้ไหมครับว่า ทำไมแผนการทำงานนี้จึงสำคัญ ?” เป็นต้น

ในขั้นตอนนี้ สิ่งสำคัญคือเมื่อคุณบอกให้หัวหน้าฟังถึงเรื่องที่เป็นกังวล คุณควรพกพาข้อมูลหรือหลักฐานในการสนับสนุนความคิดของคุณไปด้วย อย่าพูดลอยๆเฉยๆ เพราะมันจะทำให้คุณดูเหมือนคนที่มองโลกในแง่ร้าย และถ้าเป็นไปได้ อาจจะแนะนำวิธีการใหม่ที่จะสามารถช่วยปิดความเสี่ยงที่คุณคิดไว้

อย่างไรก็ดี วิธีการพูด ก็เป็นอีกสิ่งที่ต้องตระหนักเสมอ อย่าพยายามกล่าวหาหัวหน้าหรือทำเสมือนว่าเขาต้องรับผิดชอบในแผนการทำงานที่ถูกคิดขึ้นมา คุณต้องชี้ให้หัวหน้าเห็นอย่างชัดเจนว่า คุณไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเขา เพียงแต่คุณต้องการทำความเข้าใจในแผนการทำงานที่ต้องลงมือปฏิบัติเท่านั้น

สุดท้ายถ้าความกังวลของคุณไม่ได้รับการตอบรับกลับมา คุณควรจะเลือกแล้วว่าจะผลักดันต่อไปหรือปล่อยมือจากความกังวลที่มี ในบางครั้งคุณก็จำเป็นที่จะต้องเชื่อมั่นในตัวหัวหน้างานและ/หรือผู้บริหารคนอื่นๆบ้าง เพราะพวกเขาอาจจะมีเหตุผลบางอย่างที่ไม่สามารถบอกคุณได้ ถ้าเป็นเช่นนั้น คุณคงจำเป็นที่จะต้องพูดว่า “ถ้าหัวหน้าคิดว่า ได้ไตร่ตรองดีแล้ว และแนวทางที่จะทำนี้เป็นแนวทางที่ถูกต้อง ผม/ดิฉันก็จะทำตามครับ/ค่ะ”

อย่างไรก็ตาม หากแผนการทำงานที่ออกมาจะทำให้องค์กรอยู่ในความเสี่ยงระดับที่คุณรับไม่ได้ หรืออาจเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับจรรยาบรรณหรือจริยธรรม หรือหากคุณเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่าถ้าทำต่อไปองค์กรอาจจะล่มสลายได้ ในกรณีเช่นนี้ คุณอาจจะคิดถึงการลาออกจากองค์กร อย่างไรก็ดี ถ้าคุณคิดจะลาออกแล้ว อย่าทำให้เรื่องที่สำคัญเช่นนี้ เงียบหายไปกับคุณ คุณอาจจะเขียนจดหมายไปถึงผู้บริหารที่สูงที่สุดในองค์กร อธิบายให้เห็นถึงเหตุผลที่คุณลาออกและความเสี่ยงต่างๆที่คุณเชื่อและได้เห็นในแผนงานที่คุณได้รับมา
หวังว่า ขั้นตอนทั้งสามนี้ จะช่วยให้คุณรับมือกับเหตุการณ์เมื่อคุณมีความรู้สึกว่า แผนการทำงานที่ได้รับมานั้น กำลังไปในทางที่ไม่ถูกต้องสำหรับหน่วยงาน/ฝ่ายหรืองค์กรของคุณ...ขอให้โชคดีครับ
 
อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด
apiwut@riverorchid.com
www.orchidslingshot.com