เพียงแค่เข้าใจ

             วันก่อนไปทานข้าวที่บ้านของ “ป้อม” เพื่อนสนิทคนหนึ่งที่เรียนมาด้วยกัน เผอิญวันนั้นเป็นวันประกาศผลสอบของเชอร์รี่-ลูกสาวป้อม ผมไปถึงบ้านก่อนที่เชอร์รี่จะกลับมาจากการฟังผลสอบ เรานั่งคุยกันได้สักพัก ภรรยาของป้อมก็กลับมาพร้อมลูกสาว
            เชอร์รี่เดินเข้าบ้านด้วยสีหน้าที่พร้อมจะร้องไห้ได้ตลอดเวลา ป้อมถามลูกสาวว่าผลสอบเป็นอย่างไร เชอร์รี่ไม่พูดอะไรแต่เดินไปนั่งซึมอยู่ที่บันได ภรรยาของป้อมเข้ามาพอดี จึงกระซิบให้ฟังว่า “สอบได้แต่คะแนนไม่ค่อยดี”

            “ไม่เป็นไรหรอก เชอร์รี่ ลุงว่าคะแนนที่ทำได้ ก็ดีมากแล้ว แม้จะไม่ได้ที่หนึ่งแต่ก็ชนะใครหลาย ๆ คนนะ” ผมพูดให้กำลังใจหลาน
 
           “อย่าคิดมาก วันนั้นก่อนจะสอบ ลูกเป็นหวัดไม่ใช่หรือ ขนาดไม่สบายยังทำได้ขนาดนี้ ถ้าแข็งแรงดี ที่หนึ่งต้องไม่พลาดแน่” ป้อมช่วยปลอบ

            จากนั้นก็มีคำปลอบใจมากมายจากหลายคนรอบข้าง พร้อมกับคำแนะนำในการเตรียมตัวสำหรับการสอบครั้งหน้า แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไร เชอร์รี่ก็ยังคงนั่งซึมแบบไร้สัญญาณตอบรับอยู่ดี
            ซักพัก คุณแม่ของป้อมเดินมาจากหลังบ้านถามว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อได้ยินเรื่องราว คุณย่าก็เดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ หลานสาวที่บันไดพร้อมกับเอามือโอบหลานเอาไว้ คุณย่าไม่ได้พูดอะไร จนสักพักหนึ่ง เชอร์รี่จึงเอนศรีษะเข้าไปซบไหล่ คุณย่ากอดหลานไว้พร้อมกับหอมหน้าผากแล้วพูดว่า “ย่ารู้ว่าหนูอ่านหนังสือและเตรียมตัวเยอะมากก่อนไปสอบ และหนูก็หวังอยากได้คะแนนดี ๆ อยู่ในอันดับต้น ๆ ย่าเข้าใจว่าหนูเสียใจแค่ไหน ที่ผลออกมาเป็นอย่างนี้”
            เมื่อคุณย่าพูดจบ เชอร์รี่ร้องไห้ออกมาทันที ย่าหลานนั่งอยู่ด้วยกันซักพักหนึ่งก่อนที่เธอจะเงยศรีษะขึ้นพร้อมยกมือไหว้ขอบคุณคุณย่า แล้วทั้งสองก็พากันเดินขึ้นบ้านไปด้วยกัน
            ภาพที่เห็นติดตาตรึงใจและให้ข้อคิดสำคัญอย่างหนึ่งซึ่งพวกเราทุกคนยกเว้นคุณย่า ไม่ทันคิด คือ ณ เวลานั้นสิ่งที่เชอร์รี่ต้องการมากที่สุดคือ “ความเข้าใจและความรู้สึกร่วม” ไม่ใช่คำปลอบใจ การให้กำลังใจและข้อแนะนำ
พวกเราทั้งหมดลืมไปว่า บางครั้งเมื่อมีทุกข์ เมื่อผิดหวัง เมื่อผิดพลาด เราอาจไม่ได้ต้องการคำชี้แนะแต่ต้องการความเข้าใจ ความเห็นใจ และใครสักคนที่รับฟังความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ในใจโดยไม่ต้องพูดอะไรเลย ก็เป็นได้
            ความเข้าใจและความรู้สึกร่วม นอกจากจะเป็นการแสดงให้เห็นว่าเราอยู่ข้างเดียวกับเขาแล้ว ยังเป็นวิธีการสื่อสารที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในตัวเขาด้วย ในเชิงจิตวิทยาและพฤติกรรมศาสตร์ เชื่อว่า “คนจะทำงานได้ดีหากเขารู้ว่าตนเองได้รับความเชื่อถือและการยอมรับ”
            พวกเราหลายคนไม่ทันคิดถึงประเด็นนี้ พอเกิดความผิดพลาดขึ้น ปฏิกริยาตอบสนองอัตโนมัติของเราคือ ชี้ความผิด หรือไม่ก็สอนว่าควรต้องทำอย่างไม่ให้พลาดซ้ำ หรือพูดปลอบใจเพื่อให้กำลังใจ แต่สิ่งที่ทำอาจกลับทำให้สถานการณ์แย่ลง
วิธีการแสดงออกถึงความเข้าใจและความรู้สึกร่วมนั้นไม่ยากเพียงแต่ต้องมีสติ เมื่อเกิดความผิดพลาดและผู้ทำรู้สึกสำนึกในความผิดหรือเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น สิ่งที่เราต้องทำ ณ เวลานั้นมีอย่างเดียวคือ รับฟังโดยไม่ขัดจังหวะ ไม่ต้องพูด ไม่ต้องปลอบ ไม่ต้องให้คำแนะนำอะไร ให้พูดคำว่า “เข้าใจ” หลาย ๆ ครั้ง
            เมื่ออารมณ์และความรู้สึกค่อยๆ ลดลง สติและเหตุผลจะกลับมา เมื่อนั้นจึงเป็นเวลาที่เหมาะสมหากจะพูดปลอบใจ สอนหรือให้คำแนะนำใดๆ
            หลังจากที่คุณย่าพาหลานสาวไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้ว อีกครึ่งชั่วโมงต่อมา เชอร์รี่ก็ลงมาทานข้าวกับพวกเรา ไม่มีใครพูดถึงเรื่องผลการสอบอีกและเธอเองก็ดูเหมือนจะรู้สึกดีขึ้น  มีรอยย้ิมและเสียงหัวเราะเป็นระยะๆ
บางทีเพียงแค่ความเข้าใจบวกเวลา ก็สามารถรักษาความรู้สึกบางอย่างได้..จริงไหมครับ !

อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการบริหาร
บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด
apiwut@riverorchid.com
www.orchidslingshot.com
ติดตามข่าวสารและข้อคิดดีๆ ได้ที่  Twitter/apiwutp