เจ้าตูบหูยาวนอนหลับตาพริ้มกลางห้องรับแขกนานนับชั่วโมงแล้ว ความเย็นจากพื้นกระเบื้องไม่เพียงช่วยไล่ความร้อนออกจากร่างกาย แต่ยังช่วยลดความไฮเปอร์ลงได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ใครจะเชื่อว่าจอมป่วนหางตั้งนัยน์ตาเศร้าเว้าวอนตัวนี้ จะสงบนิ่งไม่ไหวติง คงมีแค่เสียงกรนเบาๆ ที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอจนกระพุ้งแก้มเขยื้อนอย่างน่าขบขันเท่านั้น

ครั้นเห็นบิ๊กอายส์นอนอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำให้นึกถึงสนูปปี้สุนัขคู่ใจของชาร์ลี บราวน์ เด็กหัวกลมกับผมหนึ่งเส้นในการ์ตูนสั้นเรื่องพีนัทส์ขึ้นมาซะงั้น! มันมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่นอนอยู่บนหลังคาบ้านมากกว่าในบ้านของตัวเอง การนอนแต่ละครั้งดูจริงจังเสียเหลือเกิน เรียกว่าใครปลุกก็ไม่สน แต่อย่าให้ลืมตาขึ้นมาก็แล้วกัน รับรองมีเรื่องให้ตื่นเต้นได้ทุกวินาที

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมหลงรักบีเกิ้ลเข้าไส้เป็นเพราะชอบสนูปปี้มาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น ผมจำได้ว่าครูสอนวิชาภาษาอังกฤษซึ่งรู้อยู่แก่ใจว่า เด็กต่างจังหวัดอย่างผมและเพื่อนๆ พื้นฐานภาษาไม่ดีเอาเสียเลย จึงพยายามเคี่ยวเข็ญแต่ไม่ยัดเยียด ท่านไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาสอนโดยไม่สนใจว่าลูกศิษย์จะคิดอย่างไรกับวิชานี้ แต่เริ่มต้นด้วยการทำให้พวกเราชอบเสียก่อน 

การ์ตูนสั้นสี่ช่องฉบับภาษาอังกฤษคือเครื่องมือที่ครูเอามาใช้กับผมและผองเพื่อน ไม่มีใครไม่ชอบการ์ตูน ไม่มีใครเซ็งเวลาครูบอกให้เอาการ์ตูนไปอ่าน แม้หลายครั้งผมไม่รู้หรอกว่าคำศัพท์ในนั้นหมายถึงอะไร แต่  “อ่านไม่ออกไม่ได้แปลว่าไม่เข้าใจ” ผมพยายามดูท่าทางของตัวละคร และจินตนาการเอาว่าเรื่องราวมันควรเป็นอย่างไร ตอนนั้นครูได้ทำให้พวกเรามีทัศนคติที่ดีต่อวิชาภาษาอังกฤษแล้ว 

สนูปปี้” คือสุนัขจอมกวนที่ผมคลั่งไคล้ บางครั้งแอบนึกไปว่าตัวเองมีเจ้านายชื่อ ชาร์ลี บราวน์ เพื่อนผมบางคนเก่งภาษาได้เพราะอ่านเรื่องราวของแก๊งค์พีนัทส์เป็นประจำ ผมเองสามารถสอบผ่านวิชานี้ไปได้แบบเฉียดฉิว ก็เพราะเจ้าตูบตัวนี้ฉุดให้ผมเข้าห้องเรียนอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง

นอกจากการ์ตูนคลาสสิคเรื่องนี้จะช่วยให้ผมเป็นมิตรกับวิชาภาษาอังกฤษแล้ว ยังทำให้ผมมีความทรงจำที่ดีกับสุนัขบีเกิ้ล ซึ่งเป็นต้นแบบของสนูปปี้ที่นักเขียนการ์ตูนชาวอเมริกันชื่อ ชาร์ลส์ เอ็ม ชูลส์ สร้างสรรค์มันขึ้นมาจากสุนัขที่เขาเลี้ยงไว้เมื่อตอนเด็กอีกด้วย  รวมถึงยังมีข้อคิดเยอะแยะที่ซ่อนอยู่ในเรื่องราวเหล่านั้น แม้บางครั้งอ่านแล้วไม่ขำ…แต่ได้คิดนะครับ

นักเขียน นักพูด และนักวิชาการหลายคนสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการ์ตูนสั้นที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์หนังสือพิมพ์เรื่องนี้ไว้มากมาย และต่อไปนี้คือ บทเรียน 10 ประการที่ได้จากชาร์ลี บราวน์และสนูปปี้ ที่เขียนโดยจิม อัลเลนผู้เชี่ยวชาญด้านการโค้ช  

1)  จงรู้ว่ากลัวอะไร…แต่อย่าให้ความตั้งใจสะดุดลงเพราะความกลัว บ่อยครั้งเมื่อชาร์ลี บราวน์กลับมานั่งอยู่บนเตียงของตัวเอง แล้วพูดถึงความกลัวที่ได้เจอ เขาก็แค่บ่นให้ตัวเองและคนรอบข้างฟัง แต่ไม่เคยปล่อยให้มันเข้ามาขัดขวางสิ่งที่อยากจะทำ แม้รู้ดีว่าต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่ตัวเองกลัว

2)  อย่าถอดใจ…ทำต่อไปเดี๋ยวก็สำเร็จเอง ใครๆ ก็รู้ว่าชาร์ลี บราวน์ เด็กชายแสนซื่อที่ไม่เคยทำอะไรสำเร็จเลย ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นเด็กขี้แพ้แต่ก็ไม่เคยเห็นเขายอมแพ้แม้สักครั้ง ถึงจะเสียรู้ลูซี่สาวน้อยจอมบงการที่แอบยกลูกหนำเลี๊ยบหนีก่อนที่เขาจะเตะฟิลด์โกลอยู่บ่อยๆ แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองมักจะทำว่าวไปติดกับต้นไม้ต้นเดิมเสมอ จนเขาเรียกมันว่าต้นไม้กินว่าว แม้จะรู้ดีว่าทีมเบสบอลที่ตัวเองเล่นเป็นมือขว้างจะมีสถิติแพ้รวด แต่เขายังทำสิ่งเหล่านั้นอย่างอดทนต่อไป

3)  อย่าไปแคร์ใคร…จงภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น มีตัวละครอยู่สองตัวที่มักจะถูกเพื่อนๆ หัวเราะเยาะเสมอ คนแรกคือ ไลนัสน้องชายของลูซี่ สาเหตุที่โดนล้อเพราะเป็นเด็กติดผ้าห่มและมีความเชื่อว่าราชาฟักทองจะออกมาจากแปลงผักในวันฮาโลวีน ส่วนอีกคนคือ พิกเพ็น ถูกเย้ยว่าเป็นเด็กซกมก เพราะเนื้อตัวมอมแมม แถมชอบไปไหนมาไหนพร้อมกับพายุฝุ่นส่วนตัวอีกต่างหาก แต่ถึงอย่างนั้น ทั้งคู่ก็ดูภาคภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นไม่เสื่อมคลาย

4)  พูดออกมาเลย ทุกๆ ตัวละครในการ์ตูนพีนัทส์ ต่างเข้าใจดีว่าการพูดคุยเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิต เรามักจะเห็นพวกเขาสนทนากันโดยไม่เลือกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นขณะเล่นเปียโนหรืออยู่บนยอดกำแพง

5)  จงรู้จักฟังเสียบ้าง ลูซี่เกิดไอเดียช่วยเหลือคนที่มีปัญหาทางจิต จึงจัดบูธให้คำปรึกษา เธอแต่งตั้งตัวเองเป็นจิตแพทย์เพื่อช่วยบำบัดคนไข้ ซึ่งหัวใจก็คือ การรับฟัง แต่คำแนะนำของเธอจะเป็นประโยชน์มากน้อยแค่ไหน เป็นอีกเรื่องหนึ่ง 

6)  จงทำในสิ่งที่ตัวเองรัก สมาชิกแต่ละคนในแก๊งค์พีนัทส์ต่างเลือกทำกิจกรรมที่พวกเขาโปรดปราน วงจรชีวิตของชโรเดอร์ไม่เคยขาดเปียโน เพราะเขามีบีโธเฟ่นเป็นไอดอลและหลงไหลการเล่นเปียโน ชาร์ลี บราวน์เล่นว่าว เล่นเบสบอล ไม่ใช่เพราะต้องการชัยชนะ แต่เพราะเขารักที่จะทำสิ่งนั้นต่างหาก

7)  การมีเพื่อนให้ห่วงใย…ก็สำคัญ แม้ว่าทุกตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นมา ต่างมีคาแรคเตอร์ที่ไม่ซ้ำแบบใคร ต่างคนต่างมีความเฟอะฟะปนกับพรสวรรค์
ตามแบบฉบับของตัวเอง แต่ความแตกต่างไม่ได้ทำให้พวกเขาโดดเดี่ยว ทุกคนต่างอยู่เพื่อกันและกัน 

8)  ฝันที่ยิ่งใหญ่…จะนำไปสู่สิ่งที่ยิ่งใหญ่ สนูปปี้เป็นบีเกิ้ลช่างฝัน ไม่มีใครในแกงค์พีนัทส์มีจินตนาการได้กว้างไกลกว่าเจ้าตูบตัวนี้อีกแล้ว มันรู้ดีว่าถ้าอยากให้ชีวิตยิ่งใหญ่แค่ไหน ก็ต้องตั้งต้นความฝันให้ยิ่งใหญ่เท่านั้น

9)  อยากสำเร็จต้องลงมือทำ แม้ชาร์ลี บราวน์จะล้มเหลวจนนับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ไม่เคยคิดล้มเลิกแถมยังได้ไลนัสนักปรัชญาตัวน้อยคอยกระตุ้นให้ลงมือทำสิ่งนั้นต่อไป จนกว่าจะพบการเปลี่ยนแปลงที่ต้องการ

10)  หัวเราะวันละนิด…จิตแจ่มใส แม้เด็กๆ อาจมองไม่เห็นอารมณ์ขันที่สอดแทรกอยู่ในกิจกรรมที่พวกเขาทำ แต่ชาร์ลส์ เอ็ม ชูลส์ ได้ทำให้เห็นแล้ว ชีวิตของแต่ละคนจะโสภาหรือจะโศกาขึ้นอยู่ตัวเองเป็นคนกำหนด ดังนั้นจงลุกขึ้นมาทำกิจกรรมสุนกๆ เพื่อเรียกเสียงฮาให้กับตัวเองกันดีกว่า





จักรพันธ์ จันทรัศมี
Consulting Partner
สลิงชอท กรุ๊ป

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 18 พ.ค.59