โบว์รางวัลสีน้ำเงินในมือกรรมการถูกชูขึ้นเหนือศีรษะ ผู้ชมรอบสนามเงียบเสียงลง ผมสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วปล่อยออกมาอย่างแรง บิ๊กอายส์และคู่แข่งต่างพร้อมใจกันยืนนิ่งราวกับถูกมนต์สะกด มีเพียงชายใส่สูทสีเข้มเท่านั้นที่ยังคงเคลื่อนไหวแล้วค่อยๆ ขยับตัวเองไปยืนอยู่กลางสนาม

ทุกอิริยาบถของเขาอยู่ในสายตาของผม อยากรู้จริงๆ ว่าตอนนี้ชายสูงอายุผู้มากด้วยประสบการณ์กำลังคิดอะไร บีเกิ้ลที่เขาจะเลือกคือตัวไหน และบิ๊กอายส์ตัวแสบของผมจะสามารถเบียดตัวอื่นเข้าไปนั่งอยู่ในใจเขาได้หรือไม่
 
หัวใจเริ่มบีบแรงและถี่ขึ้น แทบไม่ต่างจากจังหวะรัวกลองสะบัดชัยแห่งล้านนาเลยทีเดียว ถ้าเสียงกลองในยามสงครามเปรียบเสมือนสัญญาณแห่งการพร้อมรบ เสียงกลองในใจผมก็คงคล้ายกับสัญญาณแห่งการเผชิญหน้ากับผลการตัดสิน
 
เสียงปรบมือผสมกับเสียงกรี๊ดของกองเชียร์ดังลั่นจนทำให้คู่หูของผมสะดุ้งโหยง กลอกตาเลิ่กลั่กไปรอบสนาม โบว์สีน้ำเงินเคลื่อนผ่านหน้าผมไปอย่างรวดเร็ว ชายร่างท้วมเดินเข้าไปจับมือแสดงความยินดีกับผู้ชนะพร้อมกับก้มลงลูบศีรษะเจ้าตูบตัวน้อย มันกระดิกหางตอบรับทันควัน แถมกระโดดงับโบว์รางวัลจากมือกรรมการมาคาบไว้ในปากอย่างไม่ลังเล ราวกับจะประกาศว่า ข้านี่แหละคู่ควรกับตำแหน่ง Best Baby in Breed ในวันนี้
 
แม้ภารกิจของผู้ชนะจะจบลงแล้ว แต่ภารกิจของกรรมการและสุนัขตัวอื่นยังไม่จบ โบว์สีแดงและสีเหลืองกำลังจะเป็นของบีเกิ้ลตัวรองลงมาอีกสองลำดับ “เอ้า ยืนนิ่งๆ” ผมตบไหล่เบาๆ เพื่อกระตุ้นให้บิ๊กอายส์กลับมามีสมาธิใหม่  ในขณะที่คู่แข่งตัวอื่นก็เข้าสู่โหมดโพสท่าสวยหวังจะแย่งชิงตำแหน่งที่เหลือเช่นกัน

แต่แล้ว…โบว์สีแดงก็ผ่านผมไปต่อหน้าต่อตาอีกครั้ง “อ้าว ไม่ใช่ของเรารึ” ผมเริ่มบ่นพึมพำ อย่างไรก็ตามแม้จะผิดหวังบ้าง แต่ก็ยังไม่หมดหวังเสียทีเดียว เพราะยังเหลือโบว์สีเหลืองสำหรับตำแหน่งที่ 3 ให้ลุ้นต่อ แต่คราวนี้ผมรู้สึกตื่นเต้นมากกว่าตอนแย่งที่ 1 และที่ 2 เสียอีก
 
กลองสะบัดชัยในใจเริ่มเร่งจังหวะถี่ขึ้น เมื่อผู้ตัดสินชาวอเมริกันถือโบว์สีเหลืองเดินตรงมาที่ผม บิ๊กอายส์ขยับตัวถอยหลัง มันคิดอะไรอยู่ในหัว ไม่มีใครรู้ แต่ออกอาการวอกแวกให้เห็น แล้วจู่ๆ ก็หย่อนก้นนั่งลงกับพื้น บีเกิ้ลตัวน้อยทำสมาธิหลุดอีกแล้ว ชายผมสีทองจึงหันกลับไปหยุดที่คู่แข่งตัวถัดไป จากนั้นใช้สายตามองสลับไปมาระหว่างคู่หูของผมและคู่ชิงดำทางด้านซ้าย  
 
เสียงผู้ชมรอบสนามเฮขึ้นมาอีกครั้งทันทีที่โบว์รางวัลชิ้นสุดท้ายกำลังจะถูกส่งให้ผู้ชนะตัวสุดท้าย  ใครจะได้…โธ่เอ๊ย! ไม่ใช่ผมกับบิ๊กอายส์ เราทำได้แค่เกือบชนะ ในวินาทีชิงดำแบบนี้วัดกันที่ใครนิ่งกว่ากัน 
 
“สมาธิ” กลายเป็นปัจจัยสำคัญในทุกๆ กิจกรรม แม้เราจะมีทุกอย่างและพร้อมทุกเรื่อง แต่ขาดสิ่งนี้ไม่ได้เลย โดยเฉพาะผู้นำที่ต้องการความสำเร็จมากเท่าไรยิ่งต้องมีสมาธิมากเท่านั้น
 
โดยธรรมชาติแล้วจิตของมนุษย์มักไม่เข้าที่ แม้ภายนอกจะดูนิ่ง แต่ในใจอาจคิดโน้นคิดนี้ อยู่ที่ทำงานก็คิดเรื่องวางแผนพักร้อน พอไปพักร้อนกลับคิดเรื่องวางแผนทำงาน เหมือนกับลิงที่ไม่รู้จักคำว่านิ่ง กระโดดไปเรื่อย โผจากกิ่งไม้นี้ ผวาไปกิ่งไม้โน้น สลับไปสลับมาทั้งวัน
 
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต)ได้เล่าไว้ในหนังสือคู่มือชีวิตว่า จิตที่เรียบสม่ำเสมอ จับอยู่กับสิ่งใด ก็มั่นคงอยู่กับสิ่งนั้น ไม่วอกแวก ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่กระสับกระส่าย ไม่กระวนกระวาย จิตอยู่ตัว ลงตัวแน่วแน่ ถ้าจะพิจารณาคิดเรื่องอะไร ก็อยู่กับสิ่งนั้นสิ่งเดียว สิ่งอื่นเข้ามาแทรก มากวนไม่ได้ อย่างนี้เรียกว่า สมาธิ (Concentration)
 
มีสมาธิแล้วได้อะไร ในทางพระพุทธศาสนากล่าวถึงคุณลักษณะของจิตที่เป็นสมาธิไว้ 3 ประการ ดังนี้ 1) ผู้ใดมีสมาธิ ผู้นั้นจะมีจิตที่มีพลัง เพราะสงบและพุ่งตรงไปทางใดทางหนึ่งอย่างชัดเจนเปรียบเสมือนสายน้ำที่ดิ่งทะยานเป็นเส้นตรง ย่อมมีกำลังมากกว่าสายน้ำที่กระจัดกระจาย ทำให้การทำงานของระบบสมองและร่างกายมีประสิทธิภาพสูง สามารถดึงศักยภาพในตัวเองออกมาใช้ได้อย่างเต็มสูบ ไม่ว่าจะเป็นการคิด ตัดสินใจ หรือแก้ปัญหาต่างๆ
 
2) ผู้ใดมีสมาธิผู้นั้นจะมีจิตที่มีความสุข เพราะไม่มีอะไรมากวน ไม่มีอะไรมาวุ่นวาย เมื่อจิตสงบ ใจก็เป็นสุข ยิ่งไปกว่านั้นกายกับใจสัมพันธ์กัน ทำงานประสานกัน และส่งผลกระทบต่อกัน ถ้าจิตวิปริต อารมณ์ไม่ลงตัว หัวใจจะเต้นผิดปกติ ตับ ไต ไส้พุงจะทำงานเพี้ยน สุขภาพกายจะทรุด ถ้าเป็นบ่อยยิ่งทรุดเร็ว แต่ถ้าจิตปลอดโปร่ง การทำงานของร่างกายจะอยู่ในภาวะสมดุล เรียกว่า สุขทั้งกายสบายทั้งใจ
 
3) ผู้ใดมีสมาธิผู้นั้นจะมีปัญญา สมาธิเป็นเรื่องของจิต คือ ทำจิตให้สงบ พอสงบแล้วจิตก็ใส ก็เลยใช้ปัญญาได้ดี มองเห็นอะไรชัดเจน ยิ่งเรื่องใดละเอียดอ่อนซับซ้อนมาก ก็ยิ่งต้องใช้ปัญญามาก ยิ่งต้องมีสมาธิมากตามไปด้วย ดังนั้นสมาธิจึงเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้การใช้ปัญญาได้ผลดี
 
แม้แต่นโปเลียนจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ของโลกยังเปิดเผยว่า เคล็ดลับแห่งความสำเร็จของเขาคือ การมีสมาธิจดจ่ออยู่กับเรื่องที่อยู่ตรงหน้า  เขาแยกแยะเรื่องสงครามกับเรื่องเศรษฐกิจไว้คนละลิ้นชัก เขาจึงเป็นทั้งนักรบและนักบริหารที่เกรียงไกร เรื่องเล่าของนโปเลียนที่น่าทึ่งคือ การกำหนดจิตตัวเองให้หลับสนิทได้ไม่ถึง 5 นาที สมาธิไม่ดีทำไม่ได้แน่ๆ ถึงเวลานอนก็หยุดคิดเรื่องอื่น ถึงเวลาตื่นก็หยุดคิดเรื่องนอน

“สมาธิหลุด” คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสนามเมื่อครู่นี้ “มันจบแล้ว” ผมอุ้มบิ๊กอายส์ออกจากสนามพร้อมกับคร่ำครวญอยู่ในใจ “ยังไม่จบหรอก ไอ้น้อง” เสียงห้าวๆ มาพร้อมกับแรงกระแทกของฝ่ามือเบาๆ กระทบตรงหัวไหล่ผม “วันนี้มันแค่เริ่มต้น อย่าเพิ่งถอดใจ พี่ชอบหมาของเอ็งว่ะ  ตัวสั้น หลังตรง ขาหน้าดี แต่ต้องฝึกให้นิ่ง” แกพูดเหมือนได้ยินผมบ่น “ขอบคุณครับพี่ สำหรับคำแนะนำ”  ผมรีบตอบก่อนที่แกจะเดินจากไป พร้อมกับทิ้งประโยคสุดท้ายไว้ให้คิด “จำไว้นะไอ้น้อง ถ้าสมาธิยังไม่เข้าที่ เอ็งไม่มีวันเข้าวิน”
 
……………………………………………………………………….

 

 

 


 

จักรพันธ์ จันทรัศมี
Consulting Partner
สลิงชอท กรุ๊ป

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 23 มี.ค 59