แม้ผมจะรู้สึกทึ่งที่เจ้าตูบสองสีทะยานไปบนพรมสีเขียวได้อย่างน่าประทับใจ แต่กลับอึ้งในอีกไม่กี่อึดใจต่อมา เหตุเพราะความก้าวร้าวที่มันโพล่งออกมาในวินาทีสำคัญต่อหน้าคนซึ่งมีเพาเวอร์มากที่สุดในสนามแข่งขัน

กรรมการอุตส่าห์ให้บี้เกิ้ลจอมซ่าส์แก้ตัวเป็นครั้งที่สองแล้ว ทั้งๆที่เกือบโดนงับหลังมืออย่างเฉียดฉิวท่ามกลางเสียงฮือฮารอบสนาม ไม่ว่ามันจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือการหยิบยื่นโอกาสของตัวเองให้กับคู่แข่งที่เหลือ

หลังจากเจ้าสองสีจอมโหดถูกเชิญออกจากสนาม คู่ต่อกรลำดับถัดไป ต่างถูกแฮนด์เลอร์คู่ใจทยอยกันอุ้มขึ้นมาวางบนโต๊ะตามลำดับหมายเลข เพื่ออวดความงามของโครงสร้างทางกายภาพ การเคลื่อนไหว และอุปนิสัยให้กรรมการตัดสินใจเลือกลูกสุนัขบีเกิ้ลตัวที่ดีที่สุดในงานนี้

มาถึงคู่ต่อกรลำดับสุดท้าย เป็นสุนัขเพศเมีย สีดำ ขาว น้ำตาล หน้าตาน่ารัก ยืนนิ่งอยู่บนโต๊ะ มันยอมให้กรรมการชาวอเมริกันเข้าไปใกล้แต่โดยดี แถมมีทีท่าเป็นมิตรแม้จะถูกดึงริมฝีปากขึ้นเพื่อตรวจดูแนวฟันบนและล่างว่าสบกันอย่างสวยงามหรือไม่

แต่ในวินาทีต่อมาผมกลับเห็นกรรมการขมวดคิ้วพลางกวักมือเรียกริงสจว๊ตเข้ามาหาและพยายามสื่อสารอะไรบางอย่างพร้อมกับเอานิ้วชี้ไปที่ฟัน ซึ่งไม่น่าจะเป็นเรื่องดีสำหรับเจ้าตูบหน้าหวาน ผมเดาเอาเองว่าฟันคงผิดมาตรฐาน ไม่อันเดอร์ก็โอเว่อร์แน่ๆ 

จริงอย่างที่คิด แฮนด์เลอร์อุ้มคู่หูสามสีเดินออกจากสนามไปด้วยความหงุดหงิดเป็นรายที่สองของวันนี้ ก่อนจะหันหน้าไปหากองเชียร์กลุ่มเล็กๆ ที่ยืนอยู่ริมสนามแล้วตะโกนออกไปว่า “เซ้งเลย! กรรมการบอกฟันอันเดอร์” 

ลักษณะของฟันล่างที่ยื่นครอบฟันบน หรือฟันบนยื่นครอบฟันล่าง คนในวงการนี้เรียกว่าฟันอันเดอร์หรือโอเว่อร์ซึ่งไม่เป็นที่ต้องการสำหรับสุนัขประกวด บีเกิ้ลที่ได้มาตรฐานนั้นฟันบนต้องสบครอบทับฟันล่างพอดีคล้ายกรรไกร 

ในสนามแห่งนี้ไม่มีใครใหญ่กว่ากรรมการ เขาคือคนที่มีอำนาจเหนือริงสจ๊วตและแฮนด์เลอร์ หรือแม้กระทั่งผู้จัดงานประกวดที่เป็นคนเชิญมาตัดสินก็ไม่สามารถสั่งโน้นสั่งนี้ได้ หากพบว่าสุนัขตัวใดมีข้อบกพร่องร้ายแรง เขาจะใช้ดุลยพินิจตามอำนาจหน้าที่ชี้ขาดได้อย่างเต็มที่ แบบนี้พอจะพูดได้มั๊ยว่า “มีตำแหน่งก็มีเพาเวอร์” 

ผู้บริหารที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ในองค์กรก็เช่นกัน จะมีอำนาจ (Power)  บางอย่างติดมาด้วย เราเรียกมันว่า อำนาจตามตำแหน่ง (Position Power) หมายถึงอำนาจที่ได้มาตามบทบาทหน้าที่ของแต่ละตำแหน่งงาน โดยองค์กรเป็นผู้กำหนด ซึ่งเป็นที่รับรู้โดยทั่วกัน อำนาจที่ว่านี้มีให้เห็นกันชัดๆ  4 ประการคือ 

1. อำนาจตามความชอบธรรม (Legitimate Power) เป็นอำนาจที่ผู้ดำรงตำแหน่งนั้นๆ มีสิทธิอันชอบธรรมในการกระทำบางสิ่งบางอย่างได้ตามกฎระเบียบขององค์กร เช่น การมอบหมายงาน  การควบคุมการทำงานต่างๆ  การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรที่จำเป็นต่อการทำงาน หัวหน้ามีสิทธิ์สั่งการให้ลูกน้องทุกคนปฏิบัติตาม แต่ต้องใช้อย่างเป็นธรรมและโปร่งใส เพื่อรักษาอำนาจให้ยั่งยืนตราบเท่าที่ตนเองยังอยู่ในตำแหน่งนี้

2. อำนาจในการให้รางวัล (Reward Power) คงไม่มีหัวหน้าคนไหนไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์ให้คุณแก่ลูกน้องได้ ถ้าพนักงานมีความตั้งใจ ทำผลงานดี เขาควรได้รับการยกย่อง ชมเชย ขึ้นเงินเดือน เลื่อนตำแหน่ง และมีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพ แต่หัวหน้าก็ต้องใช้อำนาจนั้นอย่างเหมาะสม หากไม่ระมัดระวัง อำนาจที่มีอาจถูกทำลายลงได้ เช่น ชื่นชมคนพร่ำเพรื่อ ยกย่องคนที่ไม่มีผลงาน หรือให้รางวัลเพื่อติดสินบน  

3. อำนาจในเชิงบังคับ (Coercive Power) เมื่อให้คุณได้ ก็ให้โทษได้เช่นกัน หากพนักงานมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทำตัวเกเร ออกนอกลู่นอกทาง ไม่อยู่ในกฎระเบียบ ขาดวินัยในที่ทำงาน หัวหน้าควรพิจารณาลงโทษ หรือบังคับให้เกิดการแก้ไขปรับปรุงตัวเสียใหม่ โดยต้องใช้อำนาจที่มีอยู่ในมืออย่างยุติธรรม ไม่มีอคติ และลงโทษตามที่ได้ลั่นวาจาเอาไว้ ไม่ใช่ดีแต่ขู่ ถึงเวลาไม่เอาจริง ไม่อย่างนั้นอำนาจที่มีจะไม่ศักดิ์สิทธิ์

4. อำนาจด้านความสัมพันธ์ (Connection Power) คนที่มีตำแหน่งยิ่งสูงเท่าไรก็ยิ่งมีโอกาสใกล้ชิดหรือมีคอนเน็คชั่นกับบุคคลสำคัญทั้งในและนอกองค์กรมากขึ้นเท่านั้น รวมถึงการอยู่ในบางตำแหน่งแม้ไม่สูงมากนัก แต่ถ้าต้องทำงานกับผู้ที่มีตำแหน่งสูงก็ย่อมส่งผลให้คนรอบข้างเกรงใจไปด้วย ดูอย่างเลขานุการนายใหญ่เบอร์หนึ่งขององค์กร แม้แต่ระดับผู้อำนาจการฝ่ายซึ่งเวลาลูกน้องตัวเองพูดอาจไม่ค่อยฟัง แต่หากเลขาฯ นายพูดจำเป็นต้องหยุดฟัง ผู้ที่มีอำนาจนี้ต้องไม่เอาคำพูดของคนที่ตนเองมีคอนเน็คชั่นไปอ้างกับคนอื่นทั้งๆ ที่เจ้าตัวไม่เคยพูด หรือไม่ฉวยโอกาสอ้างอิงเพื่อประโยชน์ส่วนตัวในทางที่ผิด ไม่เช่นนั้นอำนาจที่มีอาจเสื่อมได้แม้ยังไม่ได้ลงจากตำแหน่งก็ตาม

กลับมาที่สถานการณ์ในสนาม กรรมการส่งสัญญาณให้แฮนด์เลอร์นำสุนัขที่เหลือเดินวนไปอีกหนึ่งรอบ ก่อนจะสั่งให้กลับมายืนโพสท่าเรียงกันเป็นหน้ากระดาน ณ จุดเดิม 

ผู้มีหน้าที่ชี้ขาดผลการแข่งขันในวันนี้ กำลังพิจารณาบีเกิ้ลวัยละอ่อนทีละตัวเพื่อใช้สิทธิ์เลือกสุนัขที่มีลักษณะใกล้เคียงกับมาตรฐานสายพันธุ์มากที่สุด ให้เป็นผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศอีกสองอันดับ หลังจากก่อนหน้านี้ได้ใช้อำนาจลงโทษตัดสิทธิ์เอาสุนัขที่มีข้อบกพร่องร้ายแรงออกไปแล้วถึง 2 ตัว 

ตราบใดที่ชายร่างท้วมในชุดสูทสีเข้มยังทำหน้าที่อยู่กลางสนาม เขายังคงมีอำนาจอย่างเต็มที่ในการให้คุณให้โทษกับสุนัขและผู้จูงทุกคน และมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะสั่งให้สุนัขตัวที่ตนเองยังลังเลใจกลับไปเดินใหม่อีกกี่รอบก็ได้

อย่างไรก็ตามอำนาจที่ได้มาเพราะตำแหน่งนั้น ไม่ได้อยู่กับตัวตลอดไป เมื่อใดที่ลงจากตำแหน่ง เมื่อนั้นอำนาจก็จะหมดไปโดยปริยาย ดังนั้นหากต้องการฝากชื่อเสียงให้คงอยู่ แม้ตัวจะไม่อยู่ในสถานะนั้นแล้ว ผู้มีอำนาจต้องใช้มันอย่างมีสติ เที่ยงธรรม ตรงไปตรงมา ไม่เช่นนั้นจะเจอแต่เสียงสาปแช่งทั้งในขณะครองอำนาจและลงจากอำนาจ


 

จักรพันธ์ จันทรัศมี
Consulting Partner
สลิงชอท กรุ๊ป

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 24 ก.พ.59