เพาะพันธ์ผู้นำตอนที่ 23 : ฝึกซ้ำๆ เพื่อตอกย้ำความสำเร็จ

 

ผมหันมาสนใจปัจจุบันมากขึ้น แทนที่จะไปฟุ้งซ่านกับอนาคตจนออกอาการเครียดแม้ว่าเวลาที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดือนอาจไม่พอต่อการฝึกให้บิ๊กอายส์มีความพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่การฝึกท่ามกลางความวิตกกังวลก็ไม่ได้ทำให้มันเรียนรู้เร็วขึ้นอยู่ดี

 

ทุกครั้งที่บิ๊กอายส์มีท่าทีวอกแวก หรือไม่ให้ความร่วมมือ ผมมักจะคิดว่ามันไม่มีสมาธิ แต่จริงๆ แล้ว กลับลืมไปว่าตัวเองก็ไม่มี จึงต้องเริ่มต้นใหม่ด้วยการควบคุมจิตใจให้จดจ่ออยู่กับสิ่งที่กำลังทำในเวลานี้ ผมจะไม่ยอมให้อนาคตที่ยังมาไม่ถึง ขโมยสมาธิไปได้อีกเป็นครั้งที่สอง

 

เวลาผ่านไปพักใหญ่ ผมสังเกตเห็นการวางเท้าหลังของบิ๊กอายส์อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องแล้ว ทำให้รับน้ำหนักตัวได้อย่างมั่นคง จึงลองใช้ฝ่ามือกดลงที่กลางหลังเบาๆ  แล้วโยกซ้ายโยกขวาเพื่อทดสอบการทรงตัว ปรากฏว่าขาหลังซ้ายเด้งกลับเข้าไปใต้ท้อง ทำให้ตัวมันเอียงไปเอียงมาจนเกือบจะตกโต๊ะ

 

“ไม่เป็นไร ลองใหม่ ” ผมพูดให้กำลังใจและเชื่อว่ามันจะทำได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น สิ่งที่ผมควรให้ความสำคัญคือ การฝึกซ้ำจนกว่าจะชินและยืนได้เองอย่างอิสระ 

 

อันที่จริงไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาประเภทใดก็ตามหากต้องการเป็นผู้ชนะ สิ่งที่ควรทำคือการฝึกฝนอย่างจริงจังและต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความชำนาญฝั่งลึกเข้าไปข้างใน และเมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะทำได้เองโดยอัตโนมัติ

 

Sandy Koufax อดีตนักขว้างลูกเบสบอลมือซ้ายผู้ยิ่งใหญ่ชาวอเมริกันได้ให้ข้อคิดไว้ว่า “เอาเวลาไปซ้อมขว้างลูกบอลซ้ำๆ ดีกว่า อย่ามัวเสียเวลามาคิดว่าจะทำอย่างไรถึงขว้างได้ดีอยู่เลย”

 

การจะเป็นนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จในระดับตำนานของโลก ไม่ใช่แค่ทำผลงานที่ยอดเยี่ยมได้ครั้งเดียว แต่สิ่งสำคัญคือต้องทำผลงานที่ยอดเยี่ยมซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งเป็นผลมาจากการฝึกซ้อมซ้ำแล้วซ้ำเล่านั้นเอง

 

อีกข้อคิดหนึ่งที่ผมนึกขึ้นได้ มาจากหนังซีรีย์ญี่ปุ่นเรื่อง Leaders สร้างจากเรื่องจริงของ Kiichiro Toyoda ผู้ก่อตั้งโตโยต้า ซึ่งมีความฝันอยากจะพัฒนาวงการอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศด้วยมือของตัวเอง หลังจากได้เห็นรถยนต์ที่ทันสมัยและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าจากยุโรปและอเมริกา เขาแยกชิ้นส่วนและศึกษาเครื่องยนต์กลไกอย่างละเอียด จากนั้นจะประกอบมันขึ้นมาใหม่และแยกชิ้นส่วนออกอีกครั้ง เขาทำแบบนั้นเพื่อให้กลไกต่างๆ ฝังเข้าไปในสมอง เพราะเชื่อว่า การฝึกซ้ำไปซ้ำมาคือหนทางแห่งความสำเร็จอย่างแท้จริง

ถ้าอย่างนั้น ต่อไปนี้หากใครก็ตามอยากเป็นคนเก่ง ก็ไม่จำเป็นต้องแคร์พันธุกรรม ถึงแม้จะมีบางคนเก่งแบบ “BORN TO BE” คือเก่งมาตั้งแต่เกิด แต่ก็ยังมีคนอีกมากที่ประสบความสำเร็จเพราะ “BUILD TO BE”  คือเชื่อว่าคนเก่งสร้างได้

Ericsson, Prietula และ Cokely ร่วมกันเขียนบทความเรื่อง “The Making of an Expert” ลงใน Harvard Business Review เมื่อหลายปีก่อนยืนยันว่า คนที่มีความโดดเด่นเหนือผู้อื่นไม่ได้เป็นผลมาจากความฉลาด แต่กลับเป็นผลมาจากการฝึกฝนอย่างหนักและต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายปีต่างหาก

 

เคล็ดลับที่จะเปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นคนไม่ธรรมดาได้ถูกปิดเผยไว้ดังนี้

1. ฝึกฝนอย่างมีเป้าหมายและมีแบบแผนในการฝึกที่ชัดเจน  ต้องรู้ว่าการฝึกแต่ละขั้นตอนนั้นต้องการบรรลุอะไร และจะรู้ได้อย่างไรว่าการฝึกในแต่ละครั้งนั้นบรรลุแล้ว การกำหนดเป้าหมายในทุกขั้นตอนจะเป็นพื้นฐานเพื่อนำไปสู่การฝึกทักษะที่สูงขึ้นต่อไป

2.  ต้องมีความอึดเพื่อฝึกฝนทักษะนั้นซ้ำๆ อย่างต่อเนื่อง ผลการวิจัยกลุ่มวิชาชีพต่างๆ เช่น นักไวโอลิน พบว่า กลุ่มที่สามารถเล่นไวโอลินได้โดดเด่นกว่าคนอื่น  เป็นเพราะพวกเขาทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยถึง 10,000 ชั่วโมงต่อคน ในขณะที่กลุ่มฝีมือรองลงมาใช้เวลาฝึกโดยเฉลี่ยคนละ 7,500 ชั่วโมง และ 5,000 ชั่วโมงตามลำดับ ทั้งนี้ในวิชาชีพอื่นๆ ก็ได้ผลสรุปแบบเดียวกัน

3.  หาโค้ชหรือพี่เลี้ยงดีๆ สักคน จะช่วยเร่งความสำเร็จให้เร็วขึ้นได้ หากมีกูรูอยู่ใกล้ตัว จะทำให้เรารู้ว่าอะไรทำได้ดีและอะไรคือสิ่งที่ต้องปรับปรุง เขาจะคอยกระตุ้นและสร้างแรงบันดาลใจให้เรา รวมถึงช่วยค้นหาศักยภาพเพื่อผลักดันให้เราก้าวไปสู่ทักษะที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

 

เอาล่ะ เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว บิ๊กอายส์เริ่มคุ้นเคยกับการทำสิ่งเดิมซ้ำกันหลายรอบ ไม่ใช่แค่ปรับตัวได้เท่านั้น แต่มีพัฒนาการที่ดีขึ้นเป็นลำดับด้วย เคล็ดลับ 3 ข้อน่าจะทำให้เราทั้งคู่ไปได้สวยเลยทีเดียว ผมไม่รู้ว่าในสมองของบีเกิ้ลฝึกหัดตัวนี้ กำลังคิดอะไรอยู่ แต่ในสมองของผมตอนนี้เชื่อว่าเรามาถูกทางแล้ว และกำลังหาวิธีไม่ให้มันเบื่อกับการฝึกซ้ำๆ

“อ้าว นี่ยังฝึกกันอยู่อีกเหรอ” ผมได้ยินเสียงภรรยาดังมาจากข้างหลัง

“หยุดพักแป๊บนึง เดี๋ยวฝึกต่อก็ได้” พอจบประโยคนี้ เธอก็อุ้มบีเกิ้ลตัวน้อยเดินหายเข้าไปในบ้านทันที

ทั้งคู่ย้อนกลับมาหลังจากปล่อยให้ผมรออยู่เกือบสิบนาที “เอ้า! อุ้มไปซิ เมื่อตะกี้พามันไปเล่นแก้เบื่อ”  เธอส่งบิ๊กอายส์คืนแล้วพูดว่า “ฝึกให้สนุกนะ”

ใช่แล้ว! การฝึกซ้ำๆ เพื่อตอกย้ำความสำเร็จนั้น ไม่ได้แปลว่าต้องฝึกแบบนันสต๊อป หยุดพักเป็นช่วงๆ บ้างก็ได้ และถ้าจะให้ดีต้องสร้างบรรยากาศระหว่างฝึกให้สนุกสนานด้วย

“อ้าว หายไปไหนแล้วล่ะ” ผมอุทานในใจ ยังไม่ทันได้ขอบคุณเธอเลย ที่อุตส่าห์บอกอะไรบางอย่างอันเป็นประโยชน์กับผม แม้เธอจะไม่รู้ตัวก็ตาม

………………………………………………………….


จักรพันธ์ จันทรัศมี

Consulting Partner

สลิงชอท กรุ๊ป


ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 25 มีนาคม 2558