เพาะพันธ์ผู้นำ ตอนที่ 22 : ถอดปลั๊กแห่งความเครียด

 

กูเกิ้ลบอกว่าขั้นตอนแรกในการฝึกสุนัขคือ การทำให้มันสนใจคุณ จากนั้นสอนให้คุ้นเคยกับการถูกจับยืนบนโต๊ะ แล้วให้ใครก็ได้เข้ามาสัมผัสสุนัขใกล้ ๆ ต่อด้วยการฝึกให้ยืนบนพื้นราบด้วยตัวอง แล้วจึงเริ่มเอาเข้าสายจูง จบขั้นตอนสุดท้ายด้วยการฝึกเดินและวิ่งในความเร็วที่เหมาะสม

 

ส่วนกูรูบอกเคล็ดลับในการฝึกไว้ว่า เวลาจัดท่าทางของสุนัขให้หากระจกแผ่นใหญ่มาวางฝั่งตรงข้ามด้วย จะได้เห็นตัวสุนัขในมุมเดียวกับกรรมการ รวมไปถึงควรมีของล่อสุนัข อาจเป็นลูกบอล ของเล่น หรือของกินก็ได้ และฝากข้อคิดที่น่าสนใจไว้ว่า ต้องสร้างบรรยากาศในการฝึกให้สนุก หากเทรนเนอร์สติแตกเมื่อไรให้หยุดฝึกทันที

 

เกือบหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมรวบรวมความรู้และเทคนิคต่าง ๆจากกูเกิ้ลและกูรูเข้ามาเก็บไว้เต็มหัวและทบทวนจนขึ้นใจ จนรู้สึกคันไม้คันมือ อยากฝึกเจ้าบิ๊กอายส์ใจจะขาด อาการแบบนี้น่าจะเข้าข่ายพวกร้อนวิชา และพรุ่งนี้เช้าคือ วันแรกที่ผมจะได้ลองวิชาเสียที

 

นาฬิกาในห้องรับแขกบอกเวลา 7 โมงเช้า แสงแดดอ่อน ๆ เป็นใจให้ ผมอุ้มบิ๊กอายส์ออกไปปล่อยไว้กลางสนามหญ้าหน้าบ้าน ก่อนที่จะเดินกลับเข้ามาเอาโต๊ะซึ่งมีความสูงระดับเอวไปวางไว้ใต้ร่มไม้

ผมอุ้มบิ๊กอายส์ขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้วางลงบนโต๊ะ ผมเรียกชื่อบิ๊กอายส์เพื่อให้มันหันมาสนใจผม ณ วินาทีนั้นผมสะกดสายตาบิ๊กอายส์ให้มีสมาธิจดจ่ออยู่กับผมด้วยไส้กรอกที่ถืออยู่ในมือ ซึ่งแอบเอาใส่กระเป๋ากางเกงมาด้วย

 

สายตาบิ๊กอายส์จับจ้องอยู่ที่ไส้กรอกในมือผม มันมองตาแทบไม่กระพริบ ไม่ว่าผมจะขยับมือไปทางซ้าย ทางขวา ยกมือสูงขึ้น หรือลดมือต่ำลง สายตาบิ๊กอายส์เกาะติดอยู่ที่ไส้กรอกราวกับสิงโตกำลังรอจังหวะตะครุบกวางป่า

นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการฝึกในวันแรก คงเป็นเพราะบิ๊กอายส์ถูกผมจับให้ยืนบนโต๊ะตั้งแต่คราวที่ผมต้องประเมินโครงสร้างว่ามันสมควรจะเป็นสุนัขประกวดหรือไม่ ความคุ้นเคยกับการยืนบนที่สูงในขณะที่สายตาพุ่งตรงไปยังไส้กรอก ทำให้มันนิ่งสนิท แม้การวางเท้าทั้งสี่ข้างจะไม่ค่อยสัมพันธ์กันเท่าไหร่

 

“บิ๊กอายส์เก่งมาก” ผมพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมกับฉีกไส้กรอกชิ้นเล็ก ๆ ส่งให้เป็นรางวัล มันตอบรับผมด้วยการแกว่งหางไปมาอย่างแรง

ผมไม่รอช้า รีบจัดท่าทางการยืนบนโต๊ะของบิ๊กอายส์ให้ดูดีด้วยการจัดขาหน้าทั้งสองข้างให้วางเป็นแนวเดียวกัน แล้วดึงขาหลังด้านซ้ายที่คุดคู้อยู่ใต้ท้องออกมา เพื่อให้สามารถรับน้ำหนักตัวได้อย่างมั่นคง

แต่ยังไม่ทันไร บิ๊กอายส์ก็ดึงขาหลังข้างเดิมของตัวเองกลับเข้าไปใต้ท้องอีกครั้ง ในขณะที่ขาคู่หน้าก็เริ่มเสียสมดุล ยืนบิดเบี้ยวไปมา ไม่น่าดูเลย

ผมลองใหม่ ลองใหม่ และลองใหม่ แต่ไม่สำเร็จ บิ๊กอายส์ยืนนิ่ง ๆ ได้ แต่ไม่สง่างาม 

 

“ทำไงดี นี่แค่สเต็ปแรก มีเวลาอีกแค่เดือนเดียวเอง” ผมบ่นกับตัวเอง

คำพูดประโยคนี้แสดงให้เห็นว่าผมกำลังวิตกกังวลและเกรงว่าระยะเวลาที่เหลืออยู่ก่อนลงสนามประกวดอาจน้อยไปสำหรับเราทั้งคู่ อาการอย่างนี้เรียกว่า“ความเครียด” ผมรู้ดีและต้องจัดการกับความรู้สึกนี้โดยด่วน

Dr. Richard S. Lazarus นักพฤติกรรมศาสตร์ชาวอเมริกันซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อวงการจิตวิทยา และเป็นผู้หนึ่งที่บุกเบิกการศึกษาเรื่องอารมณ์และความเครียดระบุว่า จริง ๆ แล้วความเครียดไม่ได้อยู่ที่สิ่งแวดล้อมภายนอกแต่มันอยู่ข้างในตัวเรา

มันมาจากสมองของเรานี้แหละครับ สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมันก็เป็นของมันอย่างนั้น เราต่างหากที่ประเมินมันไปในทางลบ หรือคาดเดาว่าจะมีภัยคุกคามในวันข้างหน้าซึ่งกระตุ้นให้หัวใจเราเต้นแรงขึ้นและนั่นคือการเริ่มเสียบปลั๊กแห่งความเครียด

ดังนั้น ถ้าจะกำจัดความเครียด ก็ไม่จำเป็นต้องไปพึ่งใคร ตัวเราเองนี้แหละที่จะต้องรับรู้สถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ให้ได้เสียก่อน

 

Dr. Jere E. Yates แห่ง PepperdineUniversity ให้หลักการบริหารความเครียดที่เป็นประโยชน์ไว้ 9 ประการในหนังสือชื่อ Managing Stress: A Businessperson's Guide โดยสรุปดังนี้

1) เชื่อว่าตนเองมีคุณค่า และเก็บรักษาความเชื่อนี้ไว้ในใจตลอดกาล

2) ทำตนเองให้หนักแน่นและมั่นคงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในชีวิตที่จะมีมาเรื่อย ๆ

3) หมั่นพัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็นอย่างสม่ำเสมอเพื่อสร้างความมั่นใจเมื่อถึงเวลาต้องใช้

4) ยกระดับคุณวุฒิหรือคุณสมบัติของตนเองให้สูงขึ้นเพื่อความอยู่รอดและเติบโต

5) จัดการกับความคิดในเชิงลบแล้วเปลี่ยนเป็นโอกาสที่ท้าทาย

6) ปลีกตัวเองไปชาร์จแบตให้เพียงพอเพื่อกลับมาใหม่อย่างมีพลัง

7) ดำเนินชีวิตทุกขณะอย่างมีความสุขและมีความรักให้กับคนรอบข้าง

8) รู้จักตัวเองและไม่แสดงพฤติกรรมที่ขัดแย้งกับความเชื่อหรืออุดมการณ์ของตน

9) จัดสรรเวลาเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวให้สมดุล

 

ผมคงต้องหยิบเอาคำแนะนำบางข้อมาใช้ซะแล้วเพราะถ้าขืนหยุดความเครียดไม่ได้ มันจะบานปลายกว่าเดิม และยิ่งไปกว่านั้นบิ๊กอายส์คงติดโรคเครียดตามผมไปด้วยแน่ ๆ

 

เอาล่ะ! ผมไม่รอช้า ได้เวลาถอดปลั๊กแห่งความเครียดของตัวผมเองแล้ว

 

จักรพันธ์ จันทรัศมี

Consulting Partner

สลิงชอท กรุ๊ป


ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 25 ก.พ.58