เพาะพันธ์ผู้นำ ตอนที่ 20 ไม่กล้าฝัน…ไม่มีวันก้าวไปข้างหน้า

​สายตาผมเพ่งอยู่ที่ปฏิทินการประกวดสุนัข ในขณะที่ นิ้วชี้ไล่ลงมาทีละบรรทัดตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงธันวาคม สมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัขแห่งประเทศไทยภายใต้การรับรองของสมาพันธ์สุนัขโลกจะเป็นผู้กำหนดตารางการประกวดในแต่ละเดือนเอาไว้ เพื่อให้สมาชิกมีเวลาเตรียมความพร้อมล่วงหน้าก่อนจะนำสุนัขลงชิงชัย

 

​ผมใช้เวลาวางแผนคร่าวๆ ในใจสำหรับอนาคตของบิ๊กอายส์ ซึ่งเป็นบีเกิ้ลหนึ่งเดียวในจำนวนลูกสุนัขทั้งห้าตัวที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์มาตรฐานประจำสายพันธุ์ อายุของบิ๊กอายส์ในขณะนี้เกือบจะสามเดือนแล้ว และอีกสักครู่หลังจากที่ผมเก็บตารางประกวดแผ่นนี้กลับไปไว้ในลิ้นชัก เส้นทางสู่การเป็นแชมเปี้ยนของบิ๊กอายส์ก็จะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ

 

​การประกวดสุนัขในรูปแบบที่บิ๊กอายส์จะลงชิงชัยนี้ เรียกว่า Conformation Dog Show ซึ่งเป็นการประชันความสวยงามของสุนัขด้านโครงสร้าง รูปร่างสัดส่วน อุปนิสัย และการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง โดยสมาคมสุนัขโลกได้จัดทำมาตรฐานของสุนัขแต่ละสายพันธุ์เอาไว้ เพื่อให้ผู้เพาะพันธุ์หรือบรีดเดอร์อย่างพวกผม แข่งกันพัฒนาสุนัขของตนเองให้ใกล้เคียงกับมาตรฐานมากที่สุด

 

การส่งสุนัขเข้าสู่เวทีประกวดสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่อายุ 3 เดือนขึ้นไปโดยไม่จำกัดอายุสูงสุด แต่จะแบ่งเป็นรุ่น ตั้งแต่รุ่น 3-6 เดือน, 6-9 เดือน, 9-12เดือน, 12-15 เดือน, 15-18 เดือน, 18 เดือนขึ้นไปและรุ่นแชมเปี้ยน สำหรับสุนัขที่จะเป็นแชมป์ประเทศไทยได้นั้น ต้องเก็บคะแนนสะสมจากการลงสนามประกวดในแต่ละครั้งให้ได้รวมกันอย่างน้อย 60คะแนนขึ้นไป

 

​ผมหลับตาเห็นภาพในวันที่บิ๊กอายส์ยืนโพสต์ท่าอยู่บนแท่นรับรางวัลโดยมีป้ายเขียนคำว่า “New Champion” อยู่ข้างๆ วันนั้นจะเป็นวันที่มีความหมายสำหรับบรีดเดอร์มือใหม่อย่างผม บิ๊กอายส์จะเป็นแชมเปี้ยนตัวแรกของผมได้หรือไม่ ผมอาจตอบคำถามในตอนนี้ยังไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็เริ่มมีทิศทางและรู้ว่าควรทำอะไรบ้าง

 

​ภาพแห่งความฝันที่อยากจะไปให้ถึงนั้น ศาสตร์แห่งการบริหาร จัดการ เรียกว่า “วิสัยทัศน์” ซึ่งเป็นหนึ่งในคุณสมบัติสำคัญของผู้นำ คนที่มีความทะเยอทะยาน มุ่งมั่น เอาจริงเอาจัง ชอบคิด ชอบจินตนาการ คนที่สามารถมองเห็นภาพในอนาคตซึ่งคนอื่นมองไม่เห็น คนที่สามารถกำหนดเป้าหมายและแผนงานเพื่อนำไปสู่เป้าหมายได้อย่างชัดเจน คนๆ นั้นมีแนวโน้มจะเป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จ

 

แต่การจะได้ชื่อว่าเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์นั้น ไม่ใช่แค่ฝัน แต่ฝันแล้วต้องลงมือปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม ไม่เช่นนั้นจะเป็นเพียงฝันกลางวัน ในขณะที่ผู้นำซึ่งสักแต่ทำโดยไม่มีเป้าหมาย ไม่รู้ว่าอนาคตต้องการอะไร ก็ไม่ต่างจากฝันร้าย ดังสุภาษิตญี่ปุ่นที่ว่า “ Vision without action is a daydream. Action without vision is a nightmare”

 

Dr. John Kotter กูรูด้านบริหารการเปลี่ยนแปลงและอดีตศาสตราจารย์ด้านภาวะผู้นำแห่ง Harvard Business School ได้พูดถึงคุณลักษณะที่ดีของวิสัยทัศน์เอาไว้ 6 ประการ ในหนังสือ Leading Changeดังนี้

1) Imaginable วิสัยทัศน์ที่ดีจะต้องมองไปข้างหน้า สามารถจินตนาการให้เห็นภาพในอนาคตที่ต้องการจะเป็นและต้องการจะไป ไม่หมกมุ่นยึดติด คิดวกวน ย่ำอยู่กับที่ หรือที่หนักกว่านั้นคือ มัวแต่มองย้อนกลับไปในอดีต

 

2) Desirable วิสัยทัศน์ที่ดีจะต้องเร้าใจ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องฟังแล้วตาลุกวาว อยากร่วมหัวจมท้ายกับเรา มีความกระหายที่จะเห็นวันแห่งความสำเร็จนั้น ไม่ใช่ฟังแล้วส่ายหัว หรือรู้สึกเฉย ๆไม่ยินดียินร้ายอะไรกับเราสักนิด

 

3) Feasible วิสัยทัศน์ที่ดีจะต้องสมจริงสมจัง มีโอกาสสำเร็จสูง ทีมงานมีศักยภาพเพียงพอที่จะขับเคลื่อนภารกิจไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ ไม่เพ้อเจ้อหรือพูดลอย ๆ โดยไม่ประเมินความเป็นไปได้

 

4) Focused วิสัยทัศน์ที่ดีจะต้องชัดเจน ไม่คลุมเครือ ยิ่งรู้ว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร และอย่างไรยิ่งดี ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ต่อไปอีกด้วย

 

5) Flexible วิสัยทัศน์ที่ดีจะต้องมีความยืดหยุ่นเพียงพอซึ่งเอื้อให้ทีมงานหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่จำเป็นได้บ้าง ไม่ตีกรอบเสียจนขยับอะไรไม่ได้เลย

 

6) Communicable วิสัยทัศน์ที่ดีจะต้องสามารถสื่อสารให้เข้าใจได้ง่าย ฟังปุ๊บ เข้าใจปั๊บ ไม่ต้องใช้เวลาอธิบายกันเป็นวันๆ ไม่ต้องอาศัยล่ามหรือไม่ต้องตีความกันให้วุ่นวาย

 

นับจากนี้ผมและบิ๊กอายส์คงต้องทำงานหนักร่วมกัน เพื่อไปให้ถึงฝันที่วางไว้ ผมหยิบปากกาขึ้นมาทำเครื่องหมายดอกจันไว้ที่เดือนมีนาคมในปฏิทินประกวดสุนัข งานแรกที่บิ๊กอายส์จะลงสนามกำลังจะมาถึงในอีก 1 เดือนข้างหน้า ผมบอกกับตัวเองว่าเป้าหมายเราชัดเจนแล้ว ภายในสิ้นปีนี้บิ๊กอายส์จะต้องมีคำนำหน้าชื่อตัวเองว่า “แชมเปี้ยน” ให้ได้

 

​ แม้จะรู้สึกว่า ฝันคราวนี้อาจดูยิ่งใหญ่เสียเหลือเกินสำหรับมือใหม่อย่างผม แต่เมื่อนึกถึงคำพูดของวิลเลี่ยม เช็คสเปียร์ ที่บอกว่า “Nothing ventured, nothing gained” ทำให้ผมใจชื้นขึ้นมากทีเดียว ใช่แล้ว! ถ้าผมไม่กล้าฝัน ก็จะไม่มีวันก้าวไปข้างหน้าอย่างแน่นอน

 

 

จักรพันธ์ จันทรัศมี

Consulting Partner

สลิงชอท กรุ๊ป

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 28 ม.ค.58