เพาะพันธุ์ผู้นำ ตอนที่ 9 : ปรับพฤติกรรมวันนี้เพื่ออนาคตวันหน้า


มอลลี่ขยับตัวหนีลูกๆ ที่รุมเร้าเข้ามาเพื่อแย่งกันกินนม แต่ดูเหมือนยิ่งถอย ยิ่งเร่งให้ลูกๆ รุกไล่เข้ามาอย่างไม่แยแส มอลลี่ตอบโต้หนักขึ้นด้วยการส่งเสียงขู่คำรามออกมาจากลำคอ แต่ไม่ได้ผล! ลูกๆ ทั้ง 5 ตัวซึ่งนำโดยเจ้าบิ๊กอายส์ตัวแสบ ยังคงชิงจังหวะหาโอกาสเข้าไปกินนมจากเต้าของแม่มันให้ได้

 

ไม้ตายสุดท้ายที่มอลลี่จำเป็นต้องงัดออกมาใช้คือ งับเข้าไปที่ขาของเจ้าบิ๊กอายส์ พร้อมกับส่งสายตาจดจ้องไม่กระพริบเชิงกำราบ แถมใส่ความน่าเกรงขามแบบเอาจริงเอาจังด้วยเสียงขู่ในลำคอ ในวินาทีนั้นผมได้ยินเสียงร้องลั่นเต็มสองหู “เอ๋งๆๆๆ” ใจนึงก็นึกสงสาร แต่อีกใจนึงก็สงสัยใคร่รู้ว่ามอลลี่กำลังทำอะไรจึงได้แต่ซุ่มดูอยู่เงียบๆ คราวนี้ได้ผล! ลูกๆ ของมอลลี่ทุกตัวชะงักและเริ่มสงบลงทันที

 

มอลลี่คงรู้สึกเจ็บและรำคาญที่ลูกๆ เข้ามารุมกินนมอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะในตอนนี้ฟันของลูกๆ ทั้ง 5ตัวเริ่มงอกขึ้นมาแล้ว ถ้ามุดเข้าไปดูภายในช่องปากของลูกสุนัขในช่วงอายุประมาณ 1 เดือน จะเห็นฟันน้ำนมเป็นซี่ๆ สีขาวนวลทะลุเนื้อเหงือกสีชมพูขึ้นมา และเมื่ออายุ 2 เดือนโดยประมาณ ฟันน้ำนมทั้ง 28 ซี่จะโผล่ขึ้นมาเรียงกันให้เห็นอย่างชัดเจน จากนั้น จะค่อยๆ หลุดออกไป  จนกระทั่งลูกสุนัขอายุได้ 6-8 เดือน ฟันแท้จะขึ้นมาทดแทนจนครบ 42 ซี่ โดยฟันซี่สุดท้ายที่จะโผล่ขึ้นมาคือ ฟันกรามล่าง

 

สงครามจิตวิทยาเล็กๆ ระหว่างมอลลี่และลูกๆ ยุติลงชั่วคราว ใช่ครับ! ผมใช้คำว่า “ชั่วคราว” เพราะ หลังจากที่ลูกสุนัขสงบลงจากการกำราบของมอลลี่เพียงแค่พักใหญ่ๆ เหตุการณ์แบบเดิมก็เกิดขึ้นอีกครั้งเหมือนดูหนังเรื่องเดิมซ้ำเป็นรอบที่สอง สำหรับมอลลี่ คงต้องใช้เวลาและต้องมีความอดทนอย่างสูง เพื่อให้บทเรียนกับลูกๆ ได้รู้ว่าพฤติกรรมใดที่ไม่ควรทำ รวมถึงยังสอนให้รู้จักระมัดระวังตัวอีกด้วย

 

ส่วนผมเอง คงต้องดูหนังเรื่องนี้ซ้ำอีกหลายรอบแน่ๆ แต่ก็เป็นหนังซ้ำที่น่าสนใจ เพราะสิ่งที่มอลลี่กำลังแสดงให้ดูอยู่นี้ ทำให้ผมนึกถึง บี เอฟ สกินเนอร์ (B.F. Skinner) นักจิตวิทยาชาวอเมริกา เจ้าของทฤษฎีการเรียนรู้การวางเงื่อนไขแบบการกระทำ (Operant Conditioning theory) โดยอธิบายว่า มนุษย์เรียนรู้พฤติกรรมต่างๆ โดยผ่านประสบการณ์ที่ให้ผลเชิงบวกและเชิงลบ เขาเชื่อว่าพฤติกรรมใดที่มีผลทำให้พอใจ พฤติกรรมนั้นจะเกิดขึ้นซ้ำอีก ในขณะที่พฤติกรรมใดเป็นผลให้ไม่พอใจ ก็มีแนวโน้มที่จะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป

มอลลี่พยายามปรับพฤติกรรมของลูกๆ ด้วยการขู่และงับขาบิ๊กอายส์ให้เจ็บ โดยต้องการให้เรียนรู้ว่า อย่ามาเซ้าซี้ แม่ไม่ชอบ หรือถ้ามันพูดได้ ก็คงอยากจะบอกกับลูกๆว่า “ตอนนี้พวกเธอก็โตๆ กันแล้ว เลิกกินนมแม่กันเสียที” และเมื่อทุกครั้งที่ลูกของมอลลี่เข้ามาตอแยเพื่อแย่งกันกินนม มอลลี่ก็จะขู่และงับทุกทีไป ทำให้ลูกๆ ค่อยๆ เรียนรู้ว่า ต้องระมัดระวัง จะเข้าไปแบบสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ และถ้าขืนไม่หยุด อาจเจ็บตัวได้ จนสุดท้ายลูกๆ ทุกตัวก็จะเลิกเข้าไปยุ่งกับแม่อย่างถาวร และนับตั้งแต่วินาทีนั้น ก็ถึงเวลาที่ลูกๆ จะหย่านมแม่ได้เสียที

 

การปรับพฤติกรรม (Behavior Modification)ถือได้ว่าเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้นำ ที่จำเป็นจะต้องงัดออกมาใช้อยู่ตลอดเวลาเช่นกัน ตราบใดที่ยังต้องโน้มน้าวจูงใจและบริหารจัดการคนรอบข้าง เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมเดิมที่เหมาะสมเอาไว้ หรือเพื่อสร้างพฤติกรรมใหม่ รวมถึงการขจัดพฤติกรรมที่ไม่ดีออกไป ด้วยการเสริมแรงที่มีทั้งการเสริมแรงเชิงบวก (Positive Reinforcement) เช่น การชื่นชม ยกย่อง เลื่อนตำแหน่ง ให้สิทธิพิเศษ ฯลฯ การเสริมแรงเชิงลบ(Negative Reinforcement) เช่น การตักเตือน ตำหนิออกกฎระเบียบ ข้อห้าม ฯลฯ การลบพฤติกรรม(Extinction) เช่น ไม่ยกย่องชมเชยพนักงานที่มาทำงานสาย ไม่จ่ายค่าจ้าง ถ้าทำงานไม่ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด ฯลฯ และการทำโทษ (Punishment) เช่น ยกเลิกสิทธิพิเศษ ควบคุมประพฤติ ปรับเงิน ลดตำแหน่งฯลฯ

 

ผู้นำมีหน้าที่ต้องกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ การเสริมแรงต้องทำอย่างต่อเนื่อง ต้องให้ฟีดแบ็คและชี้แนะให้ทุกคนในทีมรู้จักตนเอง รู้จักรับมือกับความผิดหวัง ไม่ท้อถอย เพื่อให้พัฒนาตนเอง สนับสนุนส่งเสริมทีมให้มีขวัญและกำลังใจในการทำงาน และก้าวข้ามปัญหาต่างๆ ที่กำลังเผชิญอยู่ได้

 

สำหรับการเสริมแรงหรือการให้ฟีดแบ็คกับสมาชิกในทีมควรทำอย่างสม่ำเสมอ และคำนึงถึงหลักการ F-A-S-T ดังต่อไปนี้

 

  • Future Focus เน้นอนาคต อย่าเสียเวลาไปพูดหรือขุดคุ้ยแต่เรื่องที่ผ่านไปแล้ว
  • As Soon As Possible เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่ามัวแต่เดี๋ยว เอาไว้ก่อน หรือค่อยว่ากัน
  • Symmetry สมดุลทั้งข้อดีและข้อปรับปรุงไม่ด่าอย่างเดียว พูดถึงเรื่องดีๆ บ้างก็ได้
  • Toward Behavior เน้นที่พฤติกรรมที่อยากให้เปลี่ยนแปลง อย่ามัวแต่โจมดีที่ตัวบุคคล

 

วันนี้ลูกๆ ของมอลลี่ก็ได้รับฟีดแบ็คที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง แม้จะเจ็บปวดบ้าง แต่ก็มีคุณค่าต่อการนำติดตัวไปใช้ ทำให้รู้ว่า เสียงขู่คำรามเป็นสัญญาณที่ต้องระมัดระวัง ยิ่งไปกว่านั้นหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น และไม่ระวังตัวให้ดี อาจโดนงับและเป็นอันตรายได้ มอลลี่ทำหน้าที่ปรับพฤติกรรมในคราวนี้ ไม่ใช่เพื่อตัวเองแต่เพื่ออนาคตของลูกๆ ทุกตัว

 

 





 

 จักรพันธ์ จันทรัศมี 

Consulting Partner 

บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด 

Email: contact@riverorchid.com

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 13 ส.ค.57


ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 13 ส.ค.57