เพาะพันธุ์ผู้นำ ตอนที่ 8 : ไม่ใช่แค่เรียนรู้ แต่ต้องกล้าเรียนรู้ในมุมมองใหม่


“มาดูนี้เร็ว! ลูกมอลลี่ลืมตาแล้ว” เสียงร้องระคนความตื่นเต้น เรียกความสนใจให้ทุกคนในบ้านกรูกันเข้ามาที่น้องแป้งลูกสาวคนกลาง ขณะกำลังจ้องดูดวงตาของลูกมอลลี่ตัวน้อยอายุ 2 สัปดาห์กว่าๆ ที่อยู่บนฝ่ามือทั้งสองข้างอย่างทะนุถนอม
น้องปอยและน้องปิ่นลูกสาวอีกสองคน ไม่รอช้ารีบช้อนตัวลูกมอลลี่ที่กำลังคลานต้วมเตี้ยมอยู่ในคอกอนุบาลขึ้นมาอุ้มไว้คนละตัว ส่วนผมและภรรยาก็ไม่น้อยหน้า ประคองลูกมอลลี่ที่เหลือขึ้นมาในระดับสายตาคนละตัวเช่นกัน ตอนนี้ลูกสุนัข 5ตัวกำลังถูกมนุษย์ 5 คนเพ่งมองไปที่ดวงตาทั้ง 10 คู่

 

เปลือกตาของลูกสุนัขที่ปิดสนิทมาตั้งแต่แรกเกิด เริ่มมีรอยปริให้เห็น บางตัวเผยอมาก บางตัวเผยอน้อย ยกเว้นตัวที่อยู่ในมือของน้องแป้ง มีดวงตาที่เปิดกว้างมากกว่าใคร จึงดูเหมือนมันมีดวงตาที่โตที่สุดในบรรดาพี่น้องด้วยกัน น้องแป้งจึงไม่ลังเลใจที่จะตั้งชื่อให้ในวินาทีนั้นว่า “เจ้าบิ๊กอายส์”

 

โดยธรรมชาติของลูกสุนัข เปลือกตาจะค่อยๆ ปริออกเมื่ออายุได้ 12-14 วัน สีตาขุ่นๆ จะค่อยๆ ใสปิ๊งขึ้น ดูน่ารักน่าชังเลยทีเดียว เมื่อลูกสุนัขเริ่มเปิดตา นี่คือสัญญาณที่จะบอกให้รู้ว่าประสาทสัมผัสอื่นๆ กำลังจะเริ่มพัฒนาตามมาด้วยเช่นกัน
อีกไม่นาน เมื่ออายุครบ 20 วัน หูจะเริ่มได้ยินเสียง หางจะเริ่มกระดิกได้ ฟันชุดแรกสุดจะเริ่มงอกออกมาให้เห็น ลูกสุนัขจะพยายามยกตัวเองให้ยืนขึ้น และค่อยๆ เคลื่อนที่แบบเดินไปโคลงเคลงไป บางจังหวะอาจล้มกลิ้ง เรียกเสียงฮาจากเจ้าของได้ไม่แพ้รายการเกมตลกหกคะเมนเลยทีเดียว
บัดนี้ลูกๆ ของมอลลี่เริ่มเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการสำรวจโลกแล้ว จากเดิมที่รู้จักแต่แม่ของตัวเองผ่านการสัมผัสและการรับกลิ่นเท่านั้น แต่ในตอนนี้พวกมันต้องเริ่มเรียนรู้สิ่งที่อยู่รอบตัวด้วยดวงตาทั้งสองคู่ และหูอีกสองข้าง

 

Richard Bootzin ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาและจิตเวช แห่งมหาวิทยาลัยอาริโซน่า ให้ข้อคิดที่น่าสน ใจไว้ว่า การเรียนรู้เป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิต มนุษย์มีการเรียนรู้ตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่มีใครแก่ เกินเรียน และการเรียนรู้จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

 

สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต่างก็ต้องเรียนรู้เพื่อความอยู่รอดและเติบโต นักจิตวิทยาการศึกษาชาวอเมริกัน ชื่อ Benjamin Bloom เจ้าของทฤษฎีการเรียนรู้ Bloom's Taxonomy บอกว่า เมื่อเกิดการเรียนรู้ในแต่ละครั้งจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น 3 ประการ จึงจะถือว่าเป็นการเรียนรู้ที่สมบูรณ์ คือ การเปลี่ยนแปลงทางด้านความรู้ ความคิด ความเข้าใจ  (Cognitive  Domain)  การเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ หรือความรู้สึก (Affective  Domain) และการเปลี่ยนแปลงทางด้านพฤติกรรม (Psychomotor Domain ) พูดง่ายๆ คือ เรียนรู้จากสิ่งที่ไม่รู้เป็นรู้ จากไม่สนใจเป็นสนใจ จากทำไม่ได้เป็นทำได้

 

สมมติว่าเราอยากเป็นคนพูดเก่ง เราก็ต้องเรียนรู้ว่าหลักการพูดหรือการนำเสนอที่ถูกต้องมีองค์ประกอบและมีขั้นตอนอะไรบ้าง เมื่อเรียนรู้จนเข้าใจ ก็ต้องรู้สึกชอบหรือรู้สึกดีที่จะได้มีโอกาสพูดต่อหน้าคนอื่น หรือเมื่อจำเป็น  และสุดท้ายต้องเกิดทักษะการพูดจนมั่นใจ สรุปผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นคือ รู้หลักการพูด รักการพูด และเชี่ยวชาญการพูด ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ถือว่าเป็นการเรียนรู้ที่สมบูรณ์ เช่น รู้เทคนิดการพูดเป็นอย่างดี แต่พอถึงคราวจำเป็นต้องพูดเพื่อให้เกิดประโยชน์กับงานกลับเลือกที่จะไม่พูดด้วยเหตุผลสั้น ๆ ว่า “เป็นคนไม่ชอบพูด” ปัดโธ่ ! แล้วจะเสียเวลาไปเรียนรู้มาทำไมล่ะ     

 

ในมุมของผู้นำ ยากที่จะปฏิเสธการเรียนรู้ “การหลีกเลี่ยงที่จะเรียนรู้ในงานที่ทำ ย่อมส่งผลให้เกิดความหายนะแก่ผู้ทำงาน” นี่คือประโยคของ ลีโอนาโด ดาวินซีซึ่งจะน่าจะเตือนสติผู้นำทุกคนได้ดี
อาจพูดได้ว่าสิ่งที่แยกผู้นำออกจากผู้ตามประการหนึ่ง คือ ความสามารถในการพัฒนาและปรับปรุงทักษะของตนเองให้ดีขึ้น คงไม่ผิดถ้าจะบอกว่า  “ผู้นำ คือ ผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต” และ “ผู้นำที่ดี ต้องรู้สึกว่าตัวเองเป็นนักเรียนอยู่ตลอดเวลา”
การรับมือกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึงในวันพรุ่งนี้ ต้องเริ่มจากการเรียนรู้ในวันนี้ แต่คงไม่ใช่แค่มีความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ที่ไม่เคยรู้ (Learn) เท่านั้น ผู้นำยุคนี้ต้องไม่ยึดติดกับความรู้เดิมที่เคยเชื่อและเคยใช้ได้ผลมาแล้ว แต่ต้องกล้าที่จะโละของเก่าทิ้ง (Unlearn) ซึ่งจะนำไปสู่การเรียนรู้สิ่งเดิมในแนวทางใหม่ๆ (Relearn) ซึ่งถือว่าเป็นกลยุทธ์ในการรับมือกับความไม่แน่นอนที่ดีทีเดียว



วันนี้ลูกๆ ของมอลลี่เริ่มต้นเรียนรู้แล้ว อย่างน้อยก็รู้ว่ามีมนุษย์ 5 คนที่ได้รู้จักเพิ่มขึ้น มันจะไม่หยุดการเรียนรู้ไว้แค่นี้ แต่จะยิ่งเรียนรู้มากขึ้น เพราะพวกมันคงไม่ได้ถูกอุ้มเล่นแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวอย่างแน่นอน


 

ว่าแต่คุณ อย่าเพียงแค่เรียนรู้ ต้องกล้าเรียนรู้ในมุมมองใหม่ๆ แม้ว่าสิ่งนั้นคุณอาจจะบอกกับตัวเองว่า

“เคยรู้แล้ว” ก็ตาม

 

 





 

 จักรพันธ์ จันทรัศมี 

Consulting Partner 

บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด 

Email: contact@riverorchid.com


ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 30 ก.ค.57