เพาะพันธุ์ผู้นำ ตอนที่ 5 : แคร์ที่ความรู้สึก ไม่ใช่แคร์ที่วิธีการ 



กาแฟร้อน ๆ รับอรุณยามเช้าสักแก้วคงจะทำให้ผมสดชื่นขึ้น หลังจากอดนอนมาตั้งแต่กลางดึกของเมื่อคืน ผมจอดรถ แล้วรีบอุ้มมอลลี่พร้อมลูกไปไว้ในคอกอนุบาลขนาด 4 คูณ 4 ฟุต ที่เตรียมไว้สำหรับการ เลี้ยงสุนัขแรกเกิดไปจนถึงอายุสองเดือน

 

เสียงคุณหมอยังก้องอยู่ในหูผม ก่อนที่จะพามอลลี่และลูกๆ ออกจากคลีนิค “ถึงบ้านแล้ว รีบให้ลูกมอลลี่กินนมแม่ภายใน 24 ชั่วโมงนะครับ”  คุณหมอบอกว่านมเหลืองจากแม่สุนัขเป็นนมที่มีโปรตีนและให้พลังงานสูง เมื่อลูกสุนัขกินแล้วจะได้สารอาหารครบถ้วน จะช่วยให้พ้นวิกฤติในสองถึงสามชั่วโมงแรกหลังคลอด ถ้าตัวไหนไม่ได้กินนมเหลืองจะทำให้อ่อนแอและไม่มีภูมิต้านทานโรค 

 

ผมจับมอลลี่นอนตะแคง และตั้งใจจะวางลูกสุนัขทั้ง 5 ตัวลงไปตามแนวเต้านมเพื่อให้ดูดนมแม่ได้อย่างสะดวก แต่ดูเหมือนมอลลี่จะไม่ให้ความร่วมมือ ยิ่งผมออกแรงมากขึ้นเท่าไร มอลลี่ก็พยายามขยับตัวหนีด้วยความรำคาญมากขึ้นเท่านั้น “จะได้กินกาแฟหรือเปล่าเนี่ย?” ผมพูดกับตัวเองด้วยความหงุดหงิด เพราะกะว่าเสร็จภารกิจนี้แล้วจะขอเอนหลังจิบกาแฟบนเตียงผ้าใบ นอนดูผลงานอย่างมีความสุขสักหน่อย

 

ภรรยาผมรีบเข้ามาช่วยอีกแรง เธอลูบหัวมอลลี่และพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “นอนลงมอลลี่ ให้ลูกกินนมหน่อย เจ็บแผลเหรอ ให้แม่ดูซิ” เธอชวนมอลลี่คุยไปเรื่อยๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ในขณะที่ส่งสัญญาณให้ผมค่อยๆ วางลูกสุนัขลงบนเต้านมทีละตัว โดยระวังอย่าเผลอไปโดนแผลผ่าคลอด ซึ่งปิดทับไว้ด้วยผ้าก๊อซบริเวณกึ่งกลางหน้าท้อง

 

“คุณลืมไปแล้วเหรอ นี่เป็นลูกครอกแรกของมอลลี่นะ ต้องให้เวลาปรับตัวกันหน่อย” ภรรยาหันมาพูดกับผมหลังจากมอลลี่มีท่าทีสงบลง “เอาล่ะ! ลูกมอลลี่กินนมแล้ว คราวนี้คุณไปกินกาแฟได้” ผมไม่ได้สนใจว่าเธอประชดผมหรือเปล่า แต่ผมสนใจประโยคแรกที่เธอพูด ใช่แล้ว ผมลืมไปว่ามอลลี่เป็นแม่บีเกิ้ลมือใหม่ และต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เผชิญอยู่ในขณะนี้

 

ผมนึกถึง Dr. John P. Kotter กูรูด้านการบริหารการเปลี่ยนแปลงชาวอเมริกัน เคยแนะนำในทำนองว่า เวลาจะเปลี่ยนแปลงอะไรในองค์กร เรามักจะนึกถึงวิธีการที่จะเปลี่ยน มากกว่าความรู้สึกของคนที่จะต้องเปลี่ยน   จริงด้วย! ผมบังคับให้มอลลี่เลี้ยงลูกไม่ได้ แต่ผมช่วยให้มอลลี่ปรับตัวได้ ผมควรแคร์และเข้าใจความรู้สึกของมอลลี่เสียก่อน

 

กิจวัตรประจำวันของมอลลี่เปลี่ยนไป จากเดิมเมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้า ผมจะพามอลลี่ออกไปขับถ่ายและวิ่งเล่นอยู่บริเวณลานข้างบ้านใต้ร่มเงาของต้นจิกน้ำ เพื่อรอเวลาอาหารเช้า สายหน่อยก็กลับเข้ามาในบ้าน ตกเย็นเมื่อผมกลับมาจากที่ทำงาน จะพามอลลี่ออกไปเดินเล่นนอกบ้าน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มอลลี่โปรดปรานมาก

 

แต่จากนี้ไป มอลลี่จะไม่ได้สัมผัสกับประสบการณ์แบบเดิมที่เคยชื่นชอบอีกต่อไป อย่างน้อยก็จนกว่าลูกๆ จะหย่านม มอลลี่ต้องทำกิจกรรมที่ไม่เคยทำมาก่อน ในฐานะแม่ มีหน้าที่ต้องเลี้ยงลูก ไม่ใช่ทีละตัว แต่ทีเดียวพร้อมกัน 5 ตัว ถ้าเลือกได้มอลลี่คงอยากออกไปเดินเล่นตอนเย็นเหมือนที่เคยทำ มากกว่านอนเลี้ยงลูกทั้งวันทั้งคืนแบบนี้

 

จริงๆ แล้ว คนส่วนใหญ่มักจะติดกับความสะดวกสบายแบบเดิมๆ ฝรั่งเรียกว่า Status Quo หรือ Comfort Zone นั่นเอง การออกจากสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยหรือต้องทำอะไรบางอย่างที่ไม่เคยทำ นับว่าเป็นความเสี่ยงและส่งผลให้เกิดความอึดอัด และสิ่งนี้เองคืออุปสรรคสำคัญของการเปลี่ยนแปลง 

 

ดังนั้น ถ้าคุณเป็นผู้นำที่กำลังจะพาทีมไปสู่การเปลี่ยนแปลง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเริ่มต้นที่ Feeling ไม่ใช่เริ่มต้นที่ Fact คุณต้องเรียนรู้และเข้าใจสภาวะอารมณ์ของเขาเหล่านั้นเพื่อเตรียมรับมือในแต่ละช่วงเวลา 

 

มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับพัฒนาการทางอารมณ์ของคนที่ต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงและสิ่งที่ผู้นำควรปฏิบัติ โดยปรับปรุงมาจาก Curve of Grief Change Model ของ Elisabeth Kubler-Ross ทีละสเต็ป ดังนี้

 

ขั้นที่ 1)   ทันทีที่รับรู้ว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลง  คนส่วนใหญ่มักตกใจและจะออกตัวด้วยการหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธเอาไว้ก่อน (Denial) ในขั้นนี้ผู้นำควรจะให้ข้อมูลที่มากเพียงพอ ไม่กั๊ก ไม่ขาดตกบกพร่อง และบอกให้รู้ว่าจะเปลี่ยนเรื่องอะไร เขาจะได้รับผลกระทบอย่างไร 

 

ขั้นที่ 2)   จะแสดงอาการต่อต้าน ขัดขืน โกรธ ไม่เห็นด้วย (Resistance) ซึ่งสิ่งที่ผู้นำควรทำคือการรับฟังว่าเขาพูดอะไร และรู้สึกอย่างไร แสดงความเข้าใจและเห็นใจ ไม่ใช่บังคับให้เลิกกลัว หรือมัวแต่ชี้แจงเหตุผล ควรให้ความสำคัญกับ Big Picture และประโยชน์ที่จะได้รับจากการเปลี่ยนแปลงนั้น 


ขั้นที่ 3)   เมื่อเวลาผ่านไปเขาจะเริ่มเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริงมากขึ้น ไหนๆ ก็ต้องเปลี่ยนแล้ว งั้นลองค้นหาวิธีการและลองปฏิบัติดู (Exploration)  ขั้นตอนนี้ผู้นำต้องให้เขามีส่วนร่วมในการวางแผน กำหนดเป้าหมาย เพิ่มเติมความรู้และทักษะให้มากขึ้น รวมถึงฉลองความสำเร็จระหว่างทาง เพื่อทำให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องยาก ค่อยๆ ทำ ก็จะสำเร็จ
 





 

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 6 มิ.ย.57