เพาะพันธุ์ผู้นำ ตอนที่ 33 : ความผิดพลาดคือโอกาสในการเรียนรู้

     พลาดไปแล้วถึงสองครั้งสองครา  คราวนี้จะพลาดอีกไม่ได้ ผมกับคู่หูวัยกระเตาะต้องตีตื้นทำคะแนนไล่ตามคู่แข่ง เพื่อลดช่องว่างให้เหลือน้อยที่สุด แม้จะรู้ดีว่างานนี้คงเหนื่อยพอๆ กับการเข็นครกขึ้นเขา บิ๊กอายส์ทำแต้มหล่นหายไปในช่วงที่กรรมการกำลังใช้สายตาประเมินภาพรวมของสุนัขตั้งแต่จังหวะแรกที่ยืนไลน์อัพตามลำดับหมายเลข จนถึงจังหวะที่สองตอนเดินไปรอบสนาม

ผมนึกไม่ถึงว่าบิ๊กอายส์ที่คุ้นเคยกับคนในบ้านรวมถึงแขกที่แวะเวียนมาหาอยู่เป็นประจำ จะสติแตกเมื่อเจอกรรมการผมสีทองเดินเข้ามาใกล้ เท่านั้นยังไม่พอ! ลูกสุนัขตัวน้อยที่ผ่านการฝึกฝน เดินได้อย่างมั่นคง คอตั้ง คางเชิด กลับกลายเป็นลูกสุนัขที่ขาดสมาธิ เดินไปก้มไป คอตก คางต่ำ หาความสง่างามแทบไม่เจอ

สิ่งที่เกิดขึ้นในสนามประกวดมันช่างแตกต่างกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสนามหญ้าหน้าบ้านเสียเหลือเกิน  แม้จะผิดหวังอยู่บ้าง แต่ก็ทำให้เห็นโลกแห่งความเป็นจริง และน่าจะยืนยันได้ว่า การฝึกฝนในสนามซ้อมนับร้อยครั้ง ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีความสำเร็จในสนามจริงร้อยเปอร์เซ็นต์

เพียงแค่ซ้อมอยู่ในรั้วบ้านอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องเปิดประตูออกมาเผชิญหน้ากับคู่แข่งและสัมผัสสิ่งแวดล้อมภายนอก เพื่อช่วยให้รู้จักและเข้าใจสถานการณ์จริงมากยิ่งขึ้น จะว่าไปแล้ว การเข้าสู่สังเวียนแข่งขันอาจไม่ได้มีถ้วยรางวัลเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ  แต่การเรียนรู้ที่ได้ อาจเป็นเป้าหมายซึ่งสำคัญกว่า เพราะสิ่งเหล่านี้หาไม่ได้ในสนามหน้าบ้านอย่างแน่นอน

    โดยเฉพาะการเข้าประกวดครั้งแรก ชัยชนะที่คว้ามาได้ ไม่ใช่การยืนบนแท่น แต่เป็นการเรียนรู้จากความผิดพลาดที่เกิดขึ้น รางวัลที่จะขนกลับบ้านไม่ใช่ถ้วยใบใหญ่ที่ประธานจัดงานเป็นคนมอบ แต่มันคือประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่โดยเราเป็นผู้มอบให้กับตัวเองต่างหาก

Ray Dalio นักลงทุนในตลาดหุ้นเจ้าของฉายา King of Hedge Fund ติดอันดับหนึ่งในร้อยมหาเศรษฐีของโลกจากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์เมื่อปี 2013 ได้บอกเคล็ดลับแห่งความสำเร็จของเขาไว้ว่า “มนุษย์มีจุดอ่อนและมีโอกาสผิดพลาดเหมือนกันทุกคน แต่คนที่แตกต่างกว่าใครคือ คนที่สามารถจัดการกับความผิดพลาดนั้นได้”

เขาพบว่าจริงๆ แล้ว ความผิดพลาดเป็นสิ่งสวยงาม เพราะมันจะบอกให้รู้ว่า เราทำอะไรลงไปบ้าง จึงได้ผลลัพธ์แย่ๆแบบนั้น ถ้าเปิดใจยอมรับและเรียนรู้เพื่อลงมือแก้ไขอย่างเป็นระบบ ก็จะสามารถเปลี่ยนความผิดพลาดเป็นความสำเร็จได้

ใช่แล้ว Learning from Mistakes! ในแวดวงนักลงทุนต่างรู้ดีว่า คนที่ประสบความสำเร็จคือ คนที่เชื่อว่า ความผิดพลาดคือประสบการณ์ที่ต้องเรียนรู้ แต่คนที่ล้มเหลวมักจะโทษโชคชะตา โทษตลาด ไม่เคยโทษตัวเอง และไม่เคยเรียนรู้อะไรจากความผิดพลาดเลย

    นักบริหารกองทุนขั้นเทพระดับโลกท่านนี้ ใช้หลักการวิเคราะห์ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปสู่การแก้ไขด้วยวิธีการตั้งคำถาม เขาเรียกมันว่า Dialo’s Principles & Questions

พลาดเรื่องอะไร? เมื่อเกิดเหตุการณ์ใหม่ๆ  คนส่วนใหญ่จะงงว่า มันเกิดอะไรขึ้น หรือเป็นแบบนี้ได้ยังไง ดังนั้น คำถามแรกที่ต้องขบคิดและระบุให้ชัดคือ สิ่งที่พลาดไปเมื่อกี้นี้คืออะไร เพื่อนำไปสู่การหาทางออกให้ตรงกับประเด็นปัญหาที่เกิด

เคยพลาดแบบนี้มาก่อนไหม? มันมีนัยสำคัญอย่างมากระหว่าง การที่คุณไม่เคยลืมจ่ายค่าไฟเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา กับการที่คุณลืมมันเป็นประจำแบบเดือนเว้นเดือน ปฏิกิริยาตอบสนองจะต่างกัน หากเป็นครั้งแรกที่ลืม คุณจะร้อนรนกระวนกระวาย แต่หากความผิดพลาดครั้งนี้เกิดจากนิสัยขี้ลืม คุณอาจรู้สึกเฉยๆ ดังนั้น ควรตระหนักว่า การเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มที่พฤติกรรม เพราะนิสัยคือการกระทำที่ถูกสะสมไว้จนเคยชิน

 

พลาดเพราะอะไร? ตอนนั้นคุณทำหรือไม่ได้ทำอะไรลงไปบ้าง จึงส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ที่แสนระทึก ลองวิเคราะห์ให้ละเอียดแบบสโลว์โมชั่น เพื่อให้เห็นแต่ละแอ็คชั่นที่เกิด ขึ้น ถ้าคุณส่งงานเจ้านายไม่ทัน เป็นเพราะมีสาเหตุอะไรบ้าง คุณขาดการวางแผน มีงานล้นมือ ปฏิเสธคนไม่เป็น จึงรับทุกเรื่อง หรือติดปัญหาแล้วไม่บอกหัวหน้า รอจนเส้นตายมาถึง

 

อะไรคือสาเหตุที่แท้จริงของความผิดพลาด?  เมื่อรู้ว่า มีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ตัวเองพลาดแล้ว สเต็ปต่อไปก็ต้องถามหาตัวแม่ของปัญหา โดยวินิจฉัยลงไปเรื่อยๆ ทีละประเด็นเพื่อให้เจออุปสรรคที่แท้จริงที่แอบแฝงอยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็ง สาเหตุของการมาทำงานสายอาจมีเยอะแยะ เช่น ฝนตก รถติด บ้านไกล น้ำไม่ไหล ไฟดับทั้งหมู่บ้าน นาฬิกาปลุกเสีย ถนนในซอยกำลังซ่อม ไม่ชอบขี้หน้าเจ้านาย เบื่อหน้าเพื่อนในแผนก แล้วอะไรล่ะที่ทำให้คุณมาสาย ต้องหาให้เจอ

 

จะจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นนี้อย่างไร?  เมื่อต้องพบกับความผิดพลาด คุณจะเจอปัญหาสองอย่างเสมอ คือปัญหาเฉพาะหน้าและปัญหาจากผลกระทบที่จะตาม เช่น ถ้าคุณต้องเผชิญหน้ากับลูกค้าที่กลับมายังร้านด้วยอารมณ์โกรธจัด เพราะลูกน้องหยิบสินค้าผิดสีผิดไซด์ให้ ปัญหาในวินาทีนั้นคือ ต้องดับไฟในใจลูกค้า แล้วรีบเปลี่ยนสินค้าให้โดยเร็ว ถ้าลูกค้ายอมก็จบ ถ้าไม่ยอมก็ต้องแก้ปัญหาต่อไป จะชดเชยความรู้สึก หรือชดเชยการเสียเวลาของลูกค้าอย่างไรก็ว่ากันไปตามมาตรฐานบริการของบริษัท แต่ที่สำคัญคือ ลูกค้าคนนี้จะยังคงเป็นลูกค้าของเราต่อไปหรือไม่

 

จะทำอย่างไรไม่ให้มันผิดพลาดซ้ำอีก? อย่าเข้าใจว่าปัญหาที่เกิด เมื่อแก้แล้วจบ มันยังมีงานท้าทาย ที่ต้องทำต่ออีกคือ การหาทางป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำซาก ลองทบทวนต้นตอที่แท้จริงของปัญหา แล้วประเมินดูว่ามีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้างที่ต้องขุดหลุมฝั่งให้สิ้นซาก จะได้จบแล้วจบเลย ไม่ฟื้นคืนชีพมาหลอกหลอนในตอนต่อไป

 

แต่ 6 คำถามนี้จะเวิร์คก็ต่อเมื่อ เรามีความเชื่อว่า การแก้ไขความผิดพลาดคือการพัฒนาตนเองให้แข็งแกร่งขึ้น ไม่ปล่อยมันผ่านไปเฉยๆ ต้องซื่อสัตย์และตระหนักว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น เราเองนั่นแหละที่เป็นเจ้าของโดยตรง หยุดโทษโน่นโทษนี้ และจงจำให้ขึ้นใจว่าการแก้ปัญหาอย่างเดียวไม่พอ ต้องป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยด้วย

 

    เอาล่ะ! ผมเริ่มเรียนรู้ว่า สนามแข่งขันคือสนามซ้อมที่จำลองทุกอย่างเหมือนจริง มีกรรมการจริง มีคู่แข่งตัวจริง มีเสียงปรบมือจริง มีเสียงหัวเราะเยาะจริง มีความผิดพลาดเกิดขึ้นจริง และมีแพ้มีชนะกันจริงๆ คงจะดี ถ้าได้มีโอกาสซ้อมในสนามจริงบ่อยๆ แล้ววันหนึ่งชัยชนะที่ยิ่งใหญ่คงไม่ใช่แค่การเรียนรู้จากความผิดพลาด แต่คราวนี้คงจะเป็นถ้วยรางวัลเกียรติยศที่ขนกลับบ้านอย่างภาคภูมิใจจริงๆ เสียที

………………………………………………………

 

จักรพันธ์ จันทรัศมี

Consulting Partner

สลิงชอท กรุ๊ป

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 23 ก.ย.58