เพาะพันธุ์ผู้นำ ตอนที่ 31 : ขุดหลุมฝังความกลัว

 

ดูเหมือนสถานการณ์จะส่อแววยุ่งยากขึ้น ผมพยายามใช้แรงจากฝ่ามือล็อคใต้คางของบิ๊กอายส์เอาไว้ ไม่ให้หันไปหันมา แต่ยิ่งออกแรงมากเท่าไรกลับกระตุ้นให้เกิดแรงต้านมากขึ้นเท่านั้น เจ้าตูบตัวน้อยพยายามสะบัดหัวตัวเองออกจากฝ่ามือ ของผม

 

“ปัดโธ่! นิ่งหน่อยซิ” ผมเผลออุทานทันทีที่มองเห็นกรรมการกำลังเดินใกล้เข้ามา ในจังหวะนี้เองผมต้องรีบโพสต์ท่าของ สุนัขคู่หูให้ยืนอย่างสง่างามและนิ่งที่สุดเท่าที่ลูกสุนัขวัย 4 เดือนจะทำได้ เพื่อสร้างความประทับใจในแว๊บแรกตุนเอาไว้ก่อน

 

เพราะเมื่อสุนัขทุกตัวยืนไลน์อัพตามลำดับหมายเลขแล้ว กรรมการจะเดินเข้าไปดูภาพรวมทีละตัวก่อนจะสั่งให้เดินไปรอบๆ และเรียกมาตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง

 

ช่วงนี้แหละคือนาทีทองในการสะกดสายตาของผู้ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในสนามแข่งขัน เข้าทำนองเริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง หากทำได้โอกาสจะเปิดกว้าง ความมั่นใจจะผุดขึ้นทันที

 

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็นอย่างที่คิด สมาธิของบิ๊กอายส์ไม่ได้อยู่ที่การโพสต์ท่า แต่กลับไปสนใจคู่แข่งตัวน้อยที่ยืนอยู่ ข้างหน้า มันพยายามจะชวนเบอร์ 97 มาเล่นด้วย โดยการเห่าเรียกพร้อมกับออกแรงกระชากคอตัวเองออกจากมือ ที่ผมล็อคเอาไว้

 

เป็นเวลาเดียวกับที่กรรมการชาวออสเตรเลียเดินมาหยุดอยู่ตรงนี้พอดีเป๊ะ บิ๊กอายส์เบนความสนใจไปที่ชายสูงอายุ ในชุดสูทลายสก็อต  สายตาจ้องเขม็ง ขนบนหลังตั้งชัน ขยับตัวถอยหลังกรูด ผมต้องดันตัวมันเอาไว้ เสียงขู่ก้องออกมาจากลำคอ ผมใช้มือตบไหล่เบาๆ เตือนให้สงบสติอารมณ์ ก่อนที่ชายคนนั้นจะรีบสาวเท้าเดินผ่าน ไปที่ลูกสุนัขอีกตัว ซึ่งยืนอวดโฉมได้อย่างน่าเกรงขามชะมัด

 

“หนังคนละม้วนเลยจริงๆ” ถ้าย้อนเวลากลับไปตอนซ้อม บิ๊กอาย์สทำได้ดีกว่านี้ แต่ไฉนจึงกลาย เป็นหมูสนามจริง สิงห์สนามซ้อมไปซะยังงั้น! แม้จะฝึกฝนได้ไม่ร้อย เปอร์เซ็นต์เพราะยังเล็กอยู่ แต่ก็ไม่น่าจะขวัญผวาขนาดนี้ อาจเป็นเพราะฝรั่งตัวใหญ่ผมสีทองเป็นอะไรที่น่ากลัวสำหรับเจ้าตูบตัวน้อย

 

ไม่ดีเอาเสียเลยสำหรับความตื่นกลัวของบิ๊กอายส์ในเวลาสำคัญแบบนี้ แต่ยังดีที่ผมในฐานะแฮนด์เลอร์ไม่ตื่นตระหนก ไปด้วย เพราะรู้ว่าความกลัวเป็นสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิต เมื่อถูกคุกคามหรือมีภัยอันตราย จะมีการตอบสนองต่อสิ่ง ที่มากระตุ้นให้กลัว ถือว่าเป็นกลไกพื้นฐานในการเอาตัวรอดอย่างหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะปล่อยให้เงาแห่ง ความกลัวเข้ามาเทคโอเวอร์ชีวิต จนเกิดอาการไปไม่เป็น

John C. Maxwell ผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะผู้นำชาวอเมริกันฟันธงว่า ความกลัวจะทำให้เราอ่อนแอ และยิ่งกลัว ก็จะยิ่งทวีความกลัวมากขึ้นจนไม่กล้าทำอะไร ดังนั้นต้องหาทางกำจัดมันออกไปอย่างเหมาะสม เพื่อปลดล็อค ศักยภาพที่มีให้พรั่งพรูออกมา กูรูท่านนี้ได้แนะนำวิธีเผชิญหน้าและพิฆาตความกลัวไว้ 9 ประการดังนี้

 

1. เริ่มจากค้นหาต้นตอของความกลัวให้ได้เสียก่อน โดยการถามตัวเองว่าอะไรทำให้เกิดความกลัว เริ่มกลัวเมื่อไร และมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไร คำตอบที่ได้จะทำให้เข้าใจกระบวนการเกิดความกลัวและจะได้หาวิธีหยุดมันซะ


2. ยอมรับว่าเรารู้สึกกลัวสิ่งนั้นจริงๆ กลัวก็บอกว่ากลัว จะได้หาทางจัดการได้ตรงประเด็น


3. เข้าใจในสัจธรรมของชีวิต ทุกสรรพสิ่งในโลกใบนี้มีเกิดและมีดับ คิดเสียว่าความกลัวเกิดขึ้นได้ ก็ต้องหายไปได้ มันไม่อยู่กับเราอย่างถาวรหรอก ดังนั้นอย่าทุรนทุรายจนสลัดไม่หลุด 


4. ต้องออกแรงต่อสู้กับความกลัวอย่างจริงจัง แม้อาจจะเจ็บปวดบ้าง อยากได้มะม่วงก็ต้องยอมให้มดแดงมันกัดบ้าง คิดซะว่าต้องเสี่ยงลงทุนเพื่อให้มีกำไร หากมีความอดทนเดินหน้าลุยอย่างไม่ย่อท้อ ความกลัวก็มิอาจต้านไหว


5. มุ่งไปที่เป้าหมายหลักของเรา ซึ่งมีค่าและยิ่งใหญ่กว่าแค่การขจัดความกลัว นักผจญเพลิงวิ่งเข้าไปในตึกที่ไฟกำลังลุกโชน ไม่ใช่เพราะไม่กลัว แต่เป็นเพราะการเข้าไปช่วยชีวิตคนในกองเพลิงสำคัญกว่า เห็นไหมล่ะว่า เป้าหมายเขาชัดเจนจนมองข้ามความร้อนของไฟ


6. โฟกัสในสิ่งที่ควบคุมได้ สิ่งใดอยู่นอกเหนือการควบคุมบางครั้งก็ต้องมองข้ามไป เราไม่สามารถบงการทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตได้ อย่าเสียเวลาเปล่า แยกให้ออกว่าอะไรเราควบคุมได้อะไรไม่ได้


7. ความกลัวมีหน้าที่ทำให้เราหวาดผวา ไม่ว่าจะเป็นเมื่อวาน วันนี้ หรือพรุ่งนี้ ดังนั้นอย่าอนุญาตให้มันทำหน้าที่ได้สำเร็จ จงโฟกัสปัจจุบัน ทำไมเหรอ? ก็เพราะเราเปลี่ยนอดีตและควบคุมสิ่งที่ยังไม่เกิดได้ยากกว่าสิ่งที่เผชิญอยู่ในตอนนี้ เหตุผลที่เรือเดินสมุทรกล้าออกจากท่า ทั้งๆ ที่รู้ว่าจะต้องเจอคลื่นนับแสนลูก คือคิดถึงคลื่นทีละลูกที่กำลังจะแหวกไป


8. เอาชนะความกลัวด้วยการเผชิญหน้ากับสิ่งที่กลัว เรารู้อยู่แล้วว่า ยิ่งกลัวมากเท่าไรความกลัวยิ่งเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น ถ้างั้นลองคิดใหม่ว่า ยิ่งกล้าเผชิญหน้ากับมันมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งทวีความกล้ามากขึ้นเท่านั้น


9. ถ้าอยากขุดหลุมฝังความกลัวอย่างจริงจัง และไม่ต้องการให้มันฟื้นคืนชีพกลับมาได้อีก ก็แค่ “ลงมือทำซะเดี๋ยวนี้” หากทำตามคำแนะนำที่บอกมา ไม่นามความกลัวก็จะค่อยๆ เดินลงหลุมไปและจะถูกแทนที่ด้วยความกล้านั่นเอง

………………………………………………………

 

จักรพันธ์ จันทรัศมี

Consulting Partner

สลิงชอท กรุ๊ป

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 12 ส.ค.58