เพาะพันธุ์ผู้นำตอนที่ 28ประมาทเพราะขาดสติ

 
บิ๊กอายส์สะบัดตัวเองออกจากท่อนแขนของผม กระโจนลงไปยังพรมสีเขียวที่ถูกปูเอาไว้เพื่อใช้เป็นสนามประกวด สายจูงกระเด็นหลุดจากมือ “เฮ้ย มานี่ก่อน!” ผมตะโกนเรียกให้มันกลับมา แต่ดูเหมือนความเร็วของเสียงจะช้ากว่าฝีเท้าของเจ้าตูบซะแล้ว มันวิ่งหางตั้ง หูแกว่ง พุ่งทะยานไปข้างหน้าราวกับถูกกักขังมานานแสนนาน
“ดีนะที่คนยังไม่เยอะ” ผมคิดในใจ เพราะถ้าสายกว่านี้คนและสุนัขจะทยอยกันมาจับจองพื้นที่รอบๆ ส่วนในสนามก็คงมีแฮนด์เลอร์พาสุนัขไปวอร์มกันจนเต็ม เห็นทีจะโกลาหลแน่ๆ หากมีสุนัขหลุดจากสายจูงวิ่งไปทั่วสนาม

 
แต่เอ๊ะ! บีเกิ้ลที่ผมเห็นไกลๆ ในตอนนี้ ทำไมมีถึง 2 ตัว มันกำลังวิ่งไล่กันอย่างสนุกสนาน “แม็กซ์ กลับมา” ผมมองไปที่ต้นเสียง เห็นวัยรุ่นคนหนึ่งตะโกนคอเป็นเอ็น ยืนอยู่ข้างรถเข็นซึ่งแบกกรงสุนัขที่ฝาเปิดทิ้งไว้


ผมเดาได้ทันทีว่าเมื่อสักครู่นี้น่าจะมีสุนัขหลุดออกมาจากกรง ในขณะที่เจ้าของเข็นรถเข็นอยู่ และบีเกิ้ลตัวใหญ่ที่กำลังวิ่งตามหลังบีเกิ้ลตัวน้อยก็คงชื่อแม็กซ์ ส่วนอีกตัวจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าตัวแสบของผมเอง


ในขณะนี้มีสุนัข 2 ตัวกับเจ้าของ 2 คนวิ่งไล่จับคู่หูของตัวเองอย่างทุลักทุเลบนพื้นพรมที่ถูกล้อมรอบไปด้วยเชือกกั้นเป็นล็อก ๆ เพื่อแบ่งสนามออกเป็น 3 ส่วน “ไม่น่าประมาทเลยเรา” ผมออกอาการเซ็งตัวเองที่ไม่จับสายจูงให้แน่น


นี่คงเป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำหรับการประกวดสุนัข จะเกิดอะไรขึ้นหากสายจูงหลุดมือไปต่อหน้าต่อตากรรมการในระหว่างการแข่งขันจริง เจ้าหูยาวของผมมันคงไม่ยืนนิ่งๆ ให้ผมเอาสายจูงกลับเข้าไปสวมไว้ที่คอแต่โดยดีแน่ ๆ


คงจะจริงอย่างที่พระท่านเทศน์เอาไว้ว่า "ความไม่ประมาทเป็นมงคลอันสูงสุด" เพราะฉะนั้นเรื่องไม่เป็นมงคลที่วิ่งกันวุ่นวายทั้งคนทั้งหมาอยู่กันกลางสนามในขณะนี้เป็นเพราะความประมาทโดยแท้


พระพุทธเจ้าสอนให้คนตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ซึ่งถือว่าเป็นคุณธรรมที่สำคัญ โดยเฉพาะหากเราเป็นผู้นำ ยิ่งต้องมีสิ่งนี้มากกว่าคนอื่น เครื่องมือที่จะช่วยให้เราไม่ประมาทก็คือ การมีสตินั่นเอง


หลวงปู่ติช นัท ฮันห์ พระมหาเถระนิกายเซน เรียกสติว่า “การตื่นอยู่เสมอ” ท่านบอกว่า แม้เวลากินส้ม ก็จงกำหนดจิตให้อยู่ที่การปอกเปลือก การแกะกลีบส้ม การเอาส้มเข้าปาก การเคี้ยว และการกลืนส้มในที่สุด นี่คือคือการฝึกให้ตัวเองตื่น ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท


การมีสติ คือรู้ตัวก่อนจะคิด พูด ทำ โดยไม่พลั้งเผลอ สามารถคุมจิตให้อยู่กับสิ่งที่เรากำลังกระทำ ใช้ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญสิ่งต่างๆได้ ซึ่งโดยธรรมชาติของจิตนั้น มักจะนึกคิดอยู่ตลอดเวลา หากไม่มีสติคอยกำกับก็จะฟุ้งซ่าน ปล่อยใจให้เลื่อนลอยไปตามสิ่งที่มากระทบ


ผู้นำสามารถใช้ประโยชน์จากการมีสติของตัวเองโดยไม่ต้องไปขอยืมสติจากใคร โดยสติจะช่วยให้เรามีความรอบคอบ ระมัดระวัง เตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต


สติจะกระตุ้นให้เกิดความสำนึกในหน้าที่อยู่เสมอ และรู้ว่าสิ่งใดควรทำหรือไม่ควรทำ อีกทั้งยังปลุกเร้าไม่ให้เราหยุดอยู่กับที่ แต่กลับจะเร่งให้มุ่งมั่นทำประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่น รวมถึงองค์กรที่เราอยู่อย่างเอาจริงเอาจัง ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง


สติมีส่วนทำให้เกิดความละเอียดรอบคอบในการทำงานไม่สะเพร่า ไม่ชะล่าใจว่าสิ่งนั้นๆ เป็นเรื่องเล็กน้อย รวมถึงการมีสติจะช่วยยับยั้งไม่ให้เราเผลอทำในสิ่งที่เสื่อม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือและทำให้คนรอบข้างขาดความไว้วางใจ
 

หากผมมีสติก็จะไม่ประมาท และคงไม่เหนื่อยขนาดนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะวิ่งไล่สุนัขในสนามกว้างๆ ผมจึงหยุดวิ่ง เพราะหนึ่ง หมดแรง สอง ตั้งสติว่าจะจับมันยังไง “พี่หยุดทำไมล่ะ จับมันให้ได้ซิ” เจ้าของแม็กซ์ตะโกนบอกผมให้ช่วยกันไล่ต่อไป “เดี๋ยวก่อนไอ้น้อง ขอคิดก่อน สังขารพี่ไม่ไหวแล้ว ขอใช้สมองแทน”

“คิดออกแล้ว!” ผมรีบวิ่งไปที่วางสัมภาระข้างสนาม “อ้าว พี่จะไปไหนล่ะ กลับมาก่อน” ไอ้หนุ่มวัยรุ่นตะโกนถาม ผมไม่มีเวลาตอบ เพราะตั้งใจจะวิ่งตรงไปหาตัวช่วยให้เร็วที่สุด


เมื่อกลับมาถึงที่พักสุนัขข้างสนาม ผมรีบฉีกถุงพลาสติกขนาดสองฝ่ามือที่ซุกอยู่ในกระเป๋าใบใหญ่ออก แล้วหยิบของสำคัญขึ้นมาทันที ผมวิ่งย้อนไปในสนาม ตะโกนเรียกบิ๊กอายส์พร้อมกับชูของบางอย่างที่เชื่อว่ามันต้องชอบให้เห็น


บิ๊กอายส์หันมาที่ผม และทันทีที่สายตาปะทะกับของโปรดในมือ มันหมุนตัววิ่งหนีเจ้าบีเกิ้ลหนุ่มมุ่งหน้ามาหาผมโดยไม่ลังเล เมื่อเข้ามาใกล้ ผมเล็งจังหวะเหมาะรีบคว้าสายจูงที่ติดคอมันมาตั้งแต่ตอนที่หลุดจากมือ แล้วดึงเข้ามากอดไว้อย่างแน่นหนา ในจังหวะเดียวกันนั้น บิ๊กอายส์ก็โผเข้ามางับไส้กรอกในมือผมเข้าปากไปทั้งชิ้น


“จับได้แล้ว” ผมตะโกนด้วยความโล่งใจ พร้อมกับบอกตัวเองว่า ต่อไปนี้ก่อนจะมาสนามประกวด มีไส้กรอกอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องพกเอา “สติ” มาด้วยทุกครั้ง

 
………………………………………………………


จักรพันธ์ จันทรัศมี

Consulting Partner

สลิงชอท กรุ๊ป

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 1 ก.ค.58