เพาะพันธุ์ผู้นำ ตอนที่ 18 พลาดเพราะวันแมนโชว์


ผมพยายามปรับโฟกัสสายตาตัวเองไปยังดงต้นเทียนทอง ซึ่งคาดว่าเจ้าลัคกี้กระต่ายผู้ปราดเปรียวน่าจะหนีฝูงบีเกิ้ลเข้าไปหลบอยู่ตรงนั้น แต่ก็มองไม่เห็นแม้แต่เงา ทั้ง ๆ ที่เมื่ออึดใจที่แล้ว ผมเห็นมันพุ่งทะยานเข้าไปบริเวณนั้นกับตา

 

 

เสี้ยววินาทีต่อมา ผมเห็นบิ๊กอายส์ผละตัวเองออกมาจากฝูง มันก้มหัวลงกับพื้น จมูกติดยอดหญ้า ใบหูสะบัดไปมาเพื่อช่วยตักกลิ่น ส่วนหางก็ยกสูงขึ้นแกว่งไปทางซ้ายทีขวาที มองเห็นสีขาวที่ปลายหางประหนึ่งกำลังโบกธงรบ มุ่งตรงไปยังต้นตอของกลิ่นที่มันตามหา

 

จะว่าไปแล้วบีเกิ้ลกับกระต่ายเปรียบเสมือนของแสลง เพราะบีเกิ้ลซึ่งถูกนำมาใช้ล่าสัตว์ขนาดเล็กในอดีต กลายมาเป็นนักกีฬาเพื่อร่วมล่ากระต่ายป่ากับมนุษย์ โดยเกมกีฬาชนิดนี้ได้รับความนิยมในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ในกลุ่มผู้ดียุโรป โดยเฉพาะประเทศอังกฤษและเครือจักรภพ รวมถึงมันยังถูกนำข้ามน้ำข้ามทะเลไปแพร่หลายถึงอเมริกาอีกด้วย

การไล่ล่าของบีเกิ้ลทั้งห้ายังคงดำเนินต่อไป คราวนี้ดูพวกมันเอาจริงเอาจังและมุ่งมั่นมากกว่าเดิมหลายเท่า หลังจากเสียฟอร์มปล่อยให้ลัคกี้วิ่งทะลุฝ่าวงล้อมไปได้อย่างไม่น่าให้อภัย ถ้าให้ผมเดา พวกมันคงไม่อยากพลาดอีกเป็นครั้งที่สองแน่ ๆ

 

บิ๊กอายส์ส่งเสียงร้องเรียกสมาชิกในฝูงที่เหลือให้ตามมันมา สิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจคือพวกมันไม่ได้ไปที่พุ่มเทียนทองอย่างที่ผมคิด แต่กลับพร้อมใจกันก้มหัวดมกลิ่นขยับเข้าไปใกล้แนวรั้วซึ่งมีทั้งก้อนหินขนาดย่อมและต้นลิ้นมังกรเรียงรายกันอย่างหนาแน่น จมูกเรดาร์ของบีเกิ้ลมีประสิทธิภาพกว่าสายตาของผมอย่างแน่นอน จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ลัคกี้น่าจะแฝงตัวอยู่หลังแนวก้อนหินหรือไม่ก็หลบอยู่ในพุ่มไม้ริมรั้ว

 

แต่อยู่ ๆ สกายคิกก็วิ่งแซงหน้าสมาชิกในฝูง พุ่งเข้าไปบริเวณก้อนหินโดยไม่ปรึกษาหารือกับใครราวกับมันเป็นอัศวินขี่ม้าขาวเข้ามาเพื่อกอบกู้สถานการณ์นี้ หรือไม่ก็คงเป็นเพราะต้องการแก้ตัวที่มีส่วนทำให้ลัคกี้หนีไปได้ในครั้งแรก เนื่องจากสกายคิกเป็นบีเกิ้ลตัวเล็กที่สุดในฝูง ลัคกี้จึงเบี่ยงตัวหลุดจากวงล้อมไปได้โดยอาศัยจุดอ่อนของสกายคิก

 

ถ้าสกายคิกคิดแบบนี้ ไม่ดีแน่ ! มันไม่ควรเอาเป้าหมายตัวเองมาเป็นตัวตั้ง มันไม่ควรผลีผลามตัดสินใจทะยานออกไปเพียงเพื่อต้องการลบล้างความล้มเหลวส่วนตัวโดยไม่แคร์ว่าเป้าหมายของทีมจะเป็นอย่างไร

 

พฤติกรรมของสกายคิกช่างสอดคล้องกับพฤติกรรม 1 ใน 5 ของ Patrick Lencioni ที่เขียนไว้ในหนังสือขายดีเรื่อง The Five Dysfunctions of a Team เสียเหลือเกิน เขาอธิบายพฤติกรรม 5 ประการซึ่งเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จของทีมไว้ โดยวาดเป็นรูปปิรามิด 5 ชั้น อาการที่เกิดขึ้น ณ ฐานปิรามิดชั้นแรกจะนำไปสู่อาการในชั้นถัดไป ดังนี้

 

1.ขาดความไว้วางใจ (Absent of Trust) หากทีมไม่เชื่อ ไม่ศรัทธาซึ่งกันและกัน ก็เปรียบเสมือนฐานของทีมง่อนแง่น อาการที่แสดงให้เห็นคือ ต่างตนต่างทำงานของตัวเอง ไม่ช่วยใครและก็ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาช่วย  ไม่รู้จุดแข็งและไม่ยอมรับจุดอ่อนของตนเอง ในขณะที่มักจะเล่นการเมืองกันในทีมด้วย ดังนั้นผู้นำจะต้องทำความเข้าใจลูกทีม บอกจุดอ่อน จุดแข็ง กำหนดหน้าที่ และไม่สนับสุนนพวกเล่นการเมือง

 

2. กลัวความขัดแย้ง (Fear of Conflict) สมาชิกในทีมไม่พูดจากันแบบตรงไปตรงมา ต่อหน้าไม่ยอมพูด กลับไปนินทาลับหลังซะยังงั้น ชอบหรือไม่ชอบ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ไม่บอก มัวแต่เสียพลังงานไปกับการรักษาท่าที แทนที่จะหยิบยกเหตุผลขึ้นมาดีเบตกันอย่างเปิดเผย ดังนั้น ผู้นำต้องประกาศให้ชัดเจนว่าความขัดแย้งคือสิ่งสร้างสรรค์สำหรับทีม และเมื่อมีการถกเถียงกัน ควรอดทนรอ อย่าทำตัวเป็นคนที่ชอบหลีกเลี่ยงความขัดแย้งเสียเอง

 

3.ไม่กล้ารับปาก  (Lack of Commitment) จะมีอาการกล้า ๆ กลัว ๆ ลังเลใจ หาคนเอางานไปทำไม่ได้ เข้าทำนองช่วยคิด แต่ไม่ขอตัดสินใจและไม่ขอรับผิดชอบ อาการเหล่านี้เกิดจากสมาชิกในทีมต้องการความเห็นที่เป็นเอกฉันท์เสียก่อนและต้องการข้อมูลที่สมบูรณ์แบบเพื่อรับประกันความแน่นอน ซึ่งในโลกแห่งความเป็นจริง มันไม่มีหรอก ดังนั้นผู้นำควรเป็นตัวอย่างของการไม่กลัวการตัดสินใจ และยอมรับว่าความคิดของตนอาจก็อาจผิดพลาดได้ และอย่าทำให้ทีมหมกหมุ่นอยู่กับคำว่าเอกฉันท์หรือความสมบูรณ์แบบมากจนเกินไป

 

4.ขาดสำนึกความรับผิดชอบต่อทีม (Avoidance of Accountability) สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ไม่กล้าให้ฟีดแบ็คซึ่งกันและกัน ออกอาการเกรงใจกัน แม้บางเรื่องจะส่งผลเสียหายกับส่วนรวมก็นิ่งเฉยไม่ตักเตือน ดังนั้น ผู้นำต้องกำหนดเป้าหมายและมาตรฐานการทำงานให้ชัดเจน หมั่นตรวจสอบความก้าวหน้าของงานอยู่เสมอ และสนับสนุนให้สมาชิกในทีมมีสิทธิ์ทักท้วงหรือตักเตือนกันได้

 

5.ไม่แคร์เป้าหมายของทีม (Inattention toTeam Result) ข้อนี้แหละครับ ! ที่เป็นอาการของสกายคิก ในขณะนี้ สมาชิกในทีมมองตัวเองสำคัญที่สุด มีอีโก้ หลงตัวเอง โดยไม่สนใจว่าการกระทำของตนจะส่งผลกระทบต่อเป้าหมายโดยรวมของทีมอย่างไร ดังนั้น ผู้นำต้องสื่อสารให้ทุกคนรับรู้ว่าผลงานของส่วนรวมสำคัญกว่าเป้าหมายส่วนตัว และประกาศความสำเร็จของทีมให้รับรู้โดยทั่วกัน รวมถึงหากมีการให้รางวัลควรมอบแก่ทีมมากกว่าระบุที่ตัวบุคคล

 

สถานการณ์ไล่ล่าในวินาทีนี้อยู่ในกำมือของสกายคิกแต่เพียงผู้เดียว มันบุ่มบ่ามรุดหน้าเข้าไปยังก้อนหิน ซึ่งเหยื่อหูยาวแอบดูอยู่ด้านหลังอย่างเงียบ ๆ ทันทีที่สกายคิกกระโจนเข้ามาใกล้ ลัคกี้จึงไหวตัวทัน รีบถีบตัวอย่างแรงออกไปด้านข้างได้อย่างเฉียดฉิวอีกครั้ง  ก่อนที่น้องปิ่นจะวิ่งเข้ามารวบหูเจ้าลัคกี้แล้วอุ้มกลับเข้าไปในบ้านโดยทิ้งเสียงเห่าดังลั่นไว้ข้างหลัง เป็นอันว่างานนี้ “พลาดอีกครั้งเพราะวันแมนโชว์”

 

จักรพันธ์ จันทรัศมี

Consulting Partner

Slingshot Group

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ