สลัดให้หลุดจากหลุมดำ

เกือบหนึ่งสัปดาห์แล้ว ที่ผมฝึกให้ลูก ๆ ทั้ง 5 ตัวของมอลลี่ยืนบนโต๊ะกรูมมิ่งได้โดยไม่แสดงท่าทีวิตกกังวลใด ๆ  พวกมันไม่เพียงแค่ยืนได้นิ่งและนานขึ้นเท่านั้น แต่ผมสังเกตเห็นความกระตือรือร้นของลูกสุนัขแต่ละตัวที่พยายามจะส่งเสียงเรียกความสนใจจากผมให้อุ้มพวกมันขึ้นมาบนโต๊ะ ในขณะที่ ลูกสุนัขตัวอื่นซึ่งยังไม่ถึงคิว จะส่งเสียงร้องโวยวาย เหมือนกับต้องการจะตัดพ้อต่อว่าผม
 
คงเป็นเพราะไส้กรอกในมือผมนี่แหละ ที่ทำให้บีเกิ้ลวัยสองเดือนกว่า ๆ เหล่านี้แย่งกันเสนอตัวเองเพื่อให้ถูกเลือกขึ้นมาบนโต๊ะ เพราะพวกมันรู้ดีว่า หากยืนนิ่ง ๆ ผมจะให้ไส้กรอกเป็นรางวัลนั่นเอง แม้ว่าลูกสุนัขทุกตัวจะรู้ดีว่า ยังไงเสียผมก็ต้องอุ้มขึ้นมาบนโต๊ะทีละตัวจนครบ แต่การถูกอุ้มขึ้นบนโต๊ะเป็นตัวสุดท้ายมันช่างทรมานสิ้นดี 
 
บัดนี้ ลูกสุนัขทุกตัวพร้อมที่จะให้ผมประเมินแล้วว่าตัวใดจะได้ไปต่อในฐานะสุนัขประกวด และตัวใดจะเป็นได้แค่เพื่อนแก้เหงาในฐานะสุนัขเลี้ยงเล่น แต่ไม่ว่าใครจะอยู่ในฐานะไหน ทุกตัวต่างก็มีคุณค่าต่อผมในฐานะบรีดเดอร์ที่มีส่วนสำคัญในการเพาะพันธุ์พวกมันขึ้นมา และเฝ้าสังเกตพัฒนาการตั้งแต่วันแรกที่เริ่มหายใจเอาออกซิเจนเข้าปอดเฮือกแรกจนกระทั่งถึงวันนี้
 
ผมอุ้มลูกสุนัขขึ้นมายืนบนโต๊ะทีละตัว โดยเริ่มจากจ้าบิ๊กอายส์ ตามด้วยไวน์แดง แฟรงกี้ ลีวายส์ และปิดท้ายที่สกายคิก เพื่อพิจารณาโครงสร้างและอวัยวะต่าง ๆ เช่น รูปหน้า กระโหลกศรีษะ ความยาวของใบหู ขาหน้า ขาหลัง ตำแหน่งที่ตั้งของโคนหาง มุมหัวไหล่ และเส้นหลัง เป็นต้น แต่สิ่งที่สำคัญคงเป็นเรื่องฟัน 
 
ทุกครั้งที่ต้องเปิดปากลูกสุนัขแต่ละตัว เพื่อดูแนวฟันว่าสบกันแบบกรรไกรหรือเปล่า ภาษาของคนในวงการประกวดสุนัขคือ Scissor Bite ผมจะลุ้นระทึกอยู่ในใจเสมอ และภาวนาให้ฟันบนครอบฟันล่างพอดิบพอดี ซึ่งนั่นหมายความว่าลูกสุนัขมีฟันถูกต้องตามมาตรฐานการประกวด แต่หากฟันล่างยื่นออกมามากกว่าฟันบน (Under Bite) หรือฟันบนยื่นเกินฟันล่างจนเกิดช่องว่างระหว่างฟันบนกับฟันล่าง (Over Bite)แบบนี้ถือว่าผิดมาตรฐาน 
แต่สำหรับแฟรงกี้ ลีวายส์ และสกายคิก ซึ่งเป็นลูกสุนัขเพศผู้นั้น ผมจะต้องตรวจดูเป็นพิเศษว่ามีลูกอัณฑะครบสองใบหรือไม่ เพราะหากมีใบเดียวหรือที่เรียกว่า “ไข่ทองแดง” จะถือว่าผิดมาตรฐานอย่างร้ายแรง
 
ผมใช้เวลาในการพินิจพิเคราะห์เพื่อตรวจดูลูกสุนัขทั้ง 5 ตัวอย่างละเอียดเกือบสองชั่วโมง  ผลปรากฏว่า มีเพียงบิ๊กอายส์เท่านั้นที่ได้ไปต่อในฐานะสุนัขประกวด ส่วนไวน์แดง แฟรงกี้ลีวายส์ และสกายคิกต้องยุติเส้นทางสู่การเป็นแชมเปี้ยนไว้เพียงเท่านี้
 
ผมนิ่งไปพักใหญ่ คงไม่ต้องบรรยายอะไรให้มากไปกว่านี้ กับความรู้สึกผิดหวังที่มีลูกสุนัขเพียงหนึ่งในห้าตัวเท่านั้น สามารถผ่านการประเมินเพื่อเข้าสู่เส้นทางลุ้นแชมป์ได้ ดูเหมือนผมจะสูญเสียความสมดุลของร่างกายไปชั่วครู่ ปล่อยให้ต่อมหมวกไตหลั่งสารอะดรีนาลีนออกมา ส่งผลให้ตัวเองขาดความมั่นใจไปเลยกับก้าวแรกของการเพาะพันธุ์สุนัข ที่ตั้งความหวังไว้สูงว่า ลูกสุนัขเหล่านี้จะมีคุณภาพในระดับประกวดครบทุกตัว
 
สายตาของผมตอนนี้มองไปที่ ไวน์แดง แฟรงกี้ ลีวายส์ และสกายคิก ซึ่งเป็นที่มาของความไม่สมหวัง แต่ผมจะขลุกอยู่กับความรู้สึกแย่ ๆ แบบนี้ต่อไปไม่ได้ ผมเตือนตัวเองแล้วเปลี่ยนจุดโฟกัสไปที่บิ๊กอายส์ ใช่แล้ว ! หนึ่งในห้า แปลว่าผมไม่ได้ล้มเหลวซักหน่อย ผมต้องหยุดสารอะดรีนาลีนให้เร็วที่สุดเพื่อเปิดโอกาสให้สารเอ็นโดฟินได้ทำงานบ้าง 
 
ผมพยายามมองโลกในแง่ดี อย่างน้อยก็ทำให้ตัวเองสลัดความเศร้าได้เร็วขึ้น วิธีการที่ผมใช้ไม่ได้ซับซ้อนแต่อย่างใด ใครก็ทำได้ไม่เชื่อลองดู
 
1. ยอมรับว่า ความผิดหวังมันเกิดขึ้นกับเราแล้วจริง ๆ  รับรู้ว่าตนเองกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่อยากเจอ จงตระหนักว่าตนเองกำลังจะมีปฏิกิริยาตอบโต้มันอย่างไร ถามตัวเองว่า อะไรคือความกลัวที่อยู่ในเบื้องลึกของจิตใจ และทำไมจึงจมปลักอยู่กับความทุกข์นี้ ในขณะที่ทุกสิ่งในโลกมันเคลื่อนที่ไปข้างหน้า
 
2. อย่าดราม่ามากเกินไป ควบคุมความคิดตนเองไม่ให้ฟุ้งซ่านเกินจริง เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้วได้ แต่เราสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปในอนาคต อย่ายึดติดกับความรู้สึกเดิม ๆ ต้องคิดแบบ Proactive ต้องเชื่อว่า “เรามีทางเลือก” ไม่ใช่คิดแบบ Reactive “ฉันอยู่ไม่ได้…ตายแน่ๆ” 
 
3. เอาอารมณ์ให้อยู่ หยุดคิดถึงวันวานยังหวานอยู่ เหตุผลจะไม่เกิด หากอารมณ์ยังไม่สงบ ยิ่งคิด ยิ่งมีอารมณ์ และยิ่งไม่อยากมองไปข้างหน้า จงปิดสมองส่วนที่เป็นอารมณ์ และเปิดสมองส่วนที่เป็นตรรกะ
 
4. มองไปที่โอกาสไม่ใช่อุปสรรค เล็งให้เห็นทั้งสองด้านว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันมีทั้งความโกลาหลในใจและโอกาสที่สดใสรออยู่ ลองค้นหาศักยภาพที่มีในตัวเองเพื่อใช้มันให้เกิดประโยชน์ต่อการเปลี่ยนแปลงไปในสิ่งที่ดีกว่า 
 
หากสลัดหลุดจากหลุมดำได้เร็วเท่าไร เราก็จะมีเวลาทำในสิ่งที่ควรทำมากขึ้นเท่านั้น สำหรับผมมีสิ่งที่ควรทำในตอนนี้มีอยู่สองอย่างคือ หนึ่ง ค้นหาข้อผิดพลาดว่าทำไมผลลัพธ์ที่ออกมาไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจไว้ และสอง จะวางแผนอย่างไรต่อไปเพื่อให้บิ๊กอายส์ ลูกสุนัขหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ มีความพร้อมมากที่สุดเพื่อเข้าสู่การแข่งขันในอีกสองถึงสามเดือนข้างหน้านี้
 
จักรพันธ์ จันทรัศมี
Consulting Partner
สลิงชอท กรุ๊ป
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 19 พ.ย. 2557