เทคนิคในการนำการเปลี่ยนแปลง

ปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในโลกธุรกิจอยู่ตลอดเวลา ความอยู่รอดขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัว และหนึ่งในแนวทางการปรับตัวคือความสามารถในการเปลี่ยนตนเองให้รับกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

พอพูดถึงการเปลี่ยนแปลง ผู้นำและผู้บริหารหลายคน เริ่มรู้สึกถึงอาการจุกหน้าอก บางคนมองว่า การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่พูดง่ายแต่จะทำจริงๆให้เกิดผล...ได้ยาก

แทนที่จะมานั่งหมดอาลัยตายอยาก ลองดูกันว่าเราสามารถนำบทเรียนจากองค์กรอื่นๆมาเรียนรู้และปรับปรุงตนเองได้อย่างไรบ้าง โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง

เริ่มจากเรื่องแรก ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า คนเราจะไม่เปลี่ยนแปลงถ้าเขามองว่าความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจากความมีอคติของผู้นำ ต้องยอมรับว่า ไม่มีใครชอบการเปลี่ยนแปลง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น สิ่งแรกที่เข้ามาในหัวของคนเหล่านั้นคือ “ฉันทำผิดอะไร ?” 

ดังนั้นในฐานะผู้นำ ก่อนที่จะเริ่มต้นปลี่ยนแปลง ต้องชี้ให้พวกเขาเห็นก่อนว่า การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นเพราะตัวเขา แต่เป็นเพราะ “สิ่งที่ทำอยู่ในปัจจุบัน มันไม่ตอบโจทย์สถานการณ์จริง ๆ ที่เป็นอยู่และจะเป็นไปในอนาคต ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เราต้องเปลี่ยนแปลง”

สอง คนส่วนมากไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากความคิดของผู้นำ แต่จะเปลี่ยนแปลงต่อเมื่อพวกเขาคิดได้ด้วยตนเอง การที่เราคิดเอาเองว่า คนจะยอมรับการเปลี่ยนแปลงจากเหตุผลที่กล่าวอ้างโดยผู้นำเพียงอย่างเดียวนั้น เป็นสิ่งที่ไม่จริงเสมอไป คนส่วนมากต้องการคิดอะไรด้วยตนเอง ได้บทสรุปโดยตัวเอง ดังนั้นผู้นำที่ดีต้องรู้จักสร้างบรรยากาศให้คนรู้สึกว่า “โอ้! มันเป็นอย่างนี้นี่เอง” และนั่นจะทำให้การเปลี่ยนแปลงได้รับการยอมรับง่ายขึ้น

สาม สิ่งที่คนส่วนมากต้องการ ไม่ใช่ความช่วยเหลือในเรื่องของการเปลี่ยนแปลง แต่เป็นคำอนุญาตของผู้นำที่จะหยุดทำในสิ่งที่ทำอยู่ เพราะถ้าไม่มีคำอนุญาตคนส่วนมากจะยังคงทำในสิ่งที่เคยทำต่อไปตามความเคยชิน

สี่ การสื่อสารที่ชัดเจนเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการสื่อสารที่เริ่มจากผู้นำ การเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้ได้รับผลลัพธ์ที่ดีขึ้นหรือแตกต่างไปจากเดิมได้นั้น ต้องอาศัยการสื่อสารแบบสองทางอย่างมีคุณภาพ การพูดคุยกันจะเปิดโอกาสให้ได้เห็นอุปสรรคต่างๆที่มองไม่เห็นในตอนต้น และเป็นการเปิดโอกาสให้พนักงานและผู้นำได้หาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

ห้า ในการลงมือปฏิบัติตามแผนกลยุทธ์ สิ่งที่ผู้นำควรมีให้กับพนักงานคือ ความซื่อสัตย์ บอกไปเลยว่าตอนนี้เราเป็นอย่างไร ให้เขาเห็นภาพอย่างชัดเจน และบอกด้วยว่า เรากำลังจะไปไหน ทิศทางขององค์กรเป็นอย่างไร ผู้นำส่วนใหญ่ไม่กล้าบอกความจริงว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร ที่สำคัญผู้นำบางคนยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเราต้องการจะไปในทิศทางใด

หก กลยุทธ์เปรียบเสมือนการผจญภัย กลยุทธ์ที่มีเป้าหมายอย่างชัดเจนเปรียบเสมือนเรื่องราวการผจญภัยที่กำลังเชื้อเชิญให้ผู้คนเข้ามามีส่วนร่วม ให้เขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าตัวของเขาเอง ให้เขารู้สึกถึงความผูกพัน และรู้สึกได้ว่า ความร่วมมือของทุกๆคนคือหนทางไปสู่ความสำเร็จ ดังนั้นผู้นำจำเป็นต้องกำหนดกลยุทธ์ให้เห็นได้ชัดเจนและน่าสนใจ

สำหรับเรื่องสุดท้าย คือ ต้องเข้าใจว่า ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับคำตอบสุดท้ายที่ผู้นำมี แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับคำถามที่ดีของผู้นำมากกว่า เพราะถ้าผู้นำสามารถถามคำถามได้ดี องค์กรก็จะสามารถค้นหาและเจาะลึกเข้าไปสู่ปัญหาและการค้นหาคำตอบที่เหมาะสมได้ เช่นถามคนในองค์กรว่า “ต้องทำอย่างไร จึงจะประสบความสำเร็จอย่างที่มุ่งหวังไว้ได้” เป็นต้น

เจ็ดเทคนิคข้างต้น เป็นข้อสรุปของบทเรียนที่ได้จากหลากหลายองค์กรที่เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงมาอย่างโชกโชน ดังนั้นแทนที่จะมานั่งกลัวการเปลี่ยนแปลง ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ดู แล้วอาจพบว่า การเปลี่ยนแปลงไม่ได้ยากอย่างที่คิด
 
อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการบริหาร
บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด
apiwut@riverorchid.com
www.orchidslingshot.com