เทคนิคการทำให้ผู้ใหญ่จดจำ

“หนุ่มขี้อาย” เขียนอีเมลมาหาเล่าให้ฟังว่า ทำงานอยู่ในองค์กรแห่งหนึ่งมาหลายปีแล้ว แต่หน้าที่การงานดูเหมือนไม่ค่อยก้าวหน้าเท่าที่ควร ผลการทำงานก็อยู่ในระดับกลางค่อนไปทางดี เพื่อนรุ่นเดียวกันขยับตำแหน่งขึ้นไปแล้ว 2 ครั้ง

เขากลุ้มใจมาก เคยไปถามหัวหน้าถึงสาเหตุ ซึ่งได้รับคำตอบว่าหัวหน้าเองได้พยายามเสนอชื่อหลายครั้งแล้วเช่นกัน แต่ติดที่ผู้ใหญ่ไม่รู้จัก ทำให้ผลักดันได้ยาก

จากนั้นหัวหน้าก็ฝากโจทย์ให้มาคิดว่า จะทำอย่างไรให้ผู้ใหญ่รู้จักและจดจำได้ เพื่อว่าการเสนอชื่อครั้งหน้าจะได้ผ่านง่ายๆ

เป็นเรื่องที่เข้าใจได้และน่าเห็นใจ หลายคนในองค์กรเป็นคนเก่ง มีผลงานดี เพียงแต่พูดหรือนำเสนอไม่เก่ง เลยไม่ป๊อบปูล่า (Popular) ในหมู่ผู้บริหารระดับสูง

ครั้นจะทำตัวโดดเด่นเกินไป ก็เกรงว่าจะเป็นภัยอีก !

เป็นเช่นนี้ ... ควรทำอย่างไรดี ?

มีข้อแนะนำครับ เป็นแนวทางการสร้างความจดจำแบบเนียนๆ สัก 4-5 วิธี

อาสาหรือแสวงหาโอกาสในการทำกิจกรรมนอกเหนือจากงานประจำเพิ่มเติม ถ้าเป็นไปได้เลือกกิจกรรมที่มีโอกาสแสดงฝีมือ เช่น กิจกรรมสันทนาการขององค์กร กิจกรรมเกี่ยวกับการเพิ่มผลผลิตต่างๆ อย่าง 5ส, TQA ระบบข้อเสนอแนะ (Suggestion System) หรือกิจกรรมจิตอาสาที่ช่วยเหลือสังคมอย่าง CSR เป็นต้น ปกติกิจกรรมเหล่านี้ “ผู้ใหญ่” มักให้ความสนใจและเข้าร่วมในพิธีเปิดหรือปิด การทำกิจกรรมอื่นๆ นอกเหนือจากงาน อาจต้องสละเวลาส่วนตัวบ้าง แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า นอกจากผู้ใหญ่จะเห็นแล้ว ยังได้รู้จักคนมากขึ้นซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อไปภายหน้า

อย่าหลบหน้าต้องกล้าทักทาย พนักงานหลายคนเวลาเจอผู้ใหญ่ คล้ายเจอผี ถ้าหนีได้เป็นหนี หลบได้เป็นหลบ เลี่ยงได้เป็นเลี่ยง ทำอย่างนี้ไม่ดี เมื่อเจอผู้ใหญ่ให้ยิ้มทักทาย กล่าวคำสวัสดี ไม่ต้องรอให้เขาทักก่อนและไม่ต้องหวังว่าเขาจะทักตอบ จะได้ไม่ผิดหวัง เราแค่ตั้งใจทำตามหน้าที่ที่ควรทำ ก็เพียงพอแล้ว

คิดไว้ล่วงหน้า ถ้ามีเวลา 5 ประโยคจะพูดอะไร ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีเวลาและไม่ชอบฟังอะไรนานๆ การคิดและเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าว่าถ้าหากมีโอกาสเจอผู้ใหญ่จะพูดอะไรสัก 5 ประโยค จะทำให้การสนทนาดูมีค่าและน่าจดจำมากขึ้น เรื่องที่ผู้ใหญ่ส่วนมากอยากรู้คือ คุณทำหน้าที่อะไร อยู่กับหัวหน้าคนไหน โครงการหลักๆ ที่รับผิดชอบอยู่ตอนนี้คืออะไรและคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว ชีวิตคุณมีความสุขสบายดีไหม และคิดอยากจะทำหรือเป็นอะไรต่อไปในองค์กร ส่ิงที่ผู้ใหญ่ไม่อยากฟังคือ คุณมีปัญหาอะไร ทำไมงานบ้างอย่างหรือบางโครงการจึงไม่สำเร็จ เรื่องร้องเรียนหรือเสียงบ่นจากลูกค้า เป็นต้น แม้ข่าวร้ายพวกนี้จะเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นที่ผู้บริหารระดับสูงควรรู้ แต่ไม่ใช่เวลานี้ !

ขอโอกาสในการนำเสนอ การพูดหรือนำเสนอผลงานในที่ประชุมบ้าง เป็นการเปิดโอกาสให้ตนเอง แต่ต้องเตรียมพร้อมและหมั่นฝึกฝนทักษะในการสื่อสารให้ดี เพราะเมื่อเวทีเปิดจะได้ “เกิด” แต่...หลายคนมักคิดทำนองว่า “ทำดีไม่เห็นต้องอวด” ทัศนคติเช่นนี้ปิดกั้นการเติบโต อันที่จริงไม่ได้ให้อวดความดี แต่หากทำดีต้องมีวิธีการประชาสัมพันธ์ เหมือนสินค้าดีๆ ยังต้องมีการโฆษณาให้คนรู้ เพียงแต่ต้องไม่โม้เกินจริง วันแรกๆ ที่ผมเริ่มต้นทำงาน เจ้านายคนแรกในชีวิต บอกผมว่า “คนทำงานต้องรู้จักเคาะกะโหลกกะลาบ้าง” ใหม่ๆ ก็ไม่เข้าใจและไม่ค่อยเห็นด้วย แต่พออยู่่ไป ๆ ก็คล้อยตาม ประเด็นอยู่ที่ว่า จะทำอย่างไรให้เหมาะสมกับกาลเทศะและจังหวะที่ดีต่างหาก

สร้างผลงานที่โดดเด่น ถึงแม้จะเขียนไว้เป็นข้อสุดท้าย แต่น่าจะเป็นข้อที่สำคัญที่สุด ผู้ใหญ่มักสนใจคนที่ผลงาน การมีทักษะมากมายหลายข้อดังที่กล่าวมาข้างต้น แต่หากปราศจากผลงานที่ดีแล้ว ก็ไม่ต่างอะไรกับการลูบหน้าปะจมูก เลียแข้งเลียขา แม้ภาพภายนอกจะดู “สุกใส” แต่ข้างใน “เป็นโพรง”

สุดท้ายที่อยากฝาก แนวทางเหล่านี้ต้องทำสม่ำเสมอให้ติดเป็นนิสัย ค่อยๆ ทำ อย่างเนียนๆ อย่าเป็นไฟไหมฟาง ที่โหมกระพือสักพักแล้วก็มอดหายไป

ความสำเร็จต้องอาศัยเวลาและความอดทน ... อย่าลืม !

 

อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา

กรรมการบริหาร

บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด

apiwut@riverorchid.com

ติดตามข้อคิดดีๆ ได้ที่ twitter@apiwutp