เตรียมตัวก่อนถูกประเมินผลการทำงาน

ใกล้จะถึงปลายปีแล้ว หลายคนเตรียมตัว เตรียมโปรแกรมสำหรับการพักผ่อนช่วงวันหยุดปลายปี พนักงานในบริษัทผมกำลังขมีขมันส่งโปรแกรมการเที่ยวปลายปีสำหรับองค์กรมาให้พิจารณา ในขณะเดียวกันถ้ามองย้อนกลับเข้ามาในเรื่องของการทำงานบ้าง หัวหน้างานหลายๆคนก็กำลังวุ่นอยู่กับการจัดทำงบประมาณและแผนงานสำหรับปีหน้า ในขณะที่พนักงานหลายๆคนก็พยายามทำงานเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่ต้นปี

นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับชีวิตคนทำงาน เพราะเมื่อปลายปีมาถึง สิ่งที่ตามมาสำหรับพนักงานในหลายๆองค์กร คือการประเมินผลงานประจำปี ต้องยอมรับว่าหลังจากวัฒนธรรมการบริหารงานของฝรั่งเข้ามาแพร่หลายมากขึ้นในประเทศไทย หลายๆองค์กรได้นำแนวทางของฝรั่งมาใช้ในการบริหารงาน ซึ่งนั่นรวมไปถึงการประเมินผลงาน ที่หลายๆครั้งจะถูกผูกติดอยู่กับการขึ้นเงินเดือนและโบนัสประจำปีด้วย

หัวหน้าหลายๆคน เตรียมตัวมาเป็นอย่างดีสำหรับการประเมินผลพนักงาน ถ้าสังเกตให้ดี เราจะเห็นว่า มีหลักสูตรและบทความมากมายที่บอกเล่าถึงวิธีการในการประเมินผลการทำงานของลูกน้อง  ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคต่างๆ จนไปถึงขั้นตอนของการเตรียมตัว
แล้วพนักงานล่ะ ในฐานะที่ต้องเข้าไปรับการประเมินผล ควรเตรียมตัวอะไรบ้าง

ฮืม....น่าคิดนะครับ เพราะหลายๆครั้ง พนักงานมักไม่ค่อยเตรียมตัวเองเท่าไรนักในการเข้าไปประเมินผลการทำงานกับหัวหน้า อย่างมากที่สุดเท่าที่เคยสัมผัสมา คือการประเมินตนเองตามแบบฟอร์มขององค์กร แล้วเอาสิ่งที่ประเมินไว้เข้าไปคุยกับหัวหน้า ซึ่งนั่นก็ไม่ผิดอะไร ในทางตรงข้ามผมกลับมองว่า เป็นส่ิงที่สมควรทำเป็นอย่างยิ่ง แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าเราเตรียมอะไรที่มากไปกว่านั้นได้ ก็น่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดีมากขึ้นสำหรับผู้ที่ถูกประเมิน

นอกจากการประเมินตนเองตามแบบฟอร์มขององค์กรแล้ว อีกสามสิ่งที่อยากให้คิดล่วงหน้าก่อนที่จะเข้าไปรับการประเมินผลการทำงานกับหัวหน้า คือ

1.  สิ่งที่คุณทำได้ดีในช่วงปีที่ผ่านมา – หลายๆครั้ง ผมจะได้ยินพนักงานบ่นเรื่องหัวหน้างานชอบติโน้นตินี้ ในเมื่อเรารู้อยู่แล้วว่าหัวหน้างานชอบติ ทำไมเราไม่เตรียมเรื่องดีๆที่เราทำ ไปคุยให้หัวหน้าฟังบ้าง ไม่ใช่ว่าเราต้องการโอ้อวดตนเอง แต่ต้องพูดบนพื้นฐานของความเป็นจริงที่มีหลักฐานพิสูจน์ ต้องยอมรับว่า ช่วงของการประเมินผลการทำงานเป็นโอกาสที่ดีที่คุณจะสามารถสื่อสารให้หัวหน้าเห็นความสามารถในด้านบวกของคุณ

พูดจริงๆ คุณควรจะเตรียมคิดสิ่งที่คุณทำได้ดีไว้ล่วงหน้า เพราะหลายๆครั้ง พนักงานเข้าไปรับการประเมินผลโดยไม่ได้ตั้งหลักอะไรไว้ก่อน พอโดนหัวหน้ารุกมากๆ เข้า ตนเองก็เริ่มมึน แล้วเดินออกจากห้องประเมินผลด้วยอาการงงๆ กว่าจะตั้งสติได้ เวลาสำหรับการนำเสนอผลงานก็ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว

2.  จุดอ่อนของคุณในช่วงปีที่ผ่านมา – เมื่อคิดถึงสิ่งที่ทำได้ดีแล้ว ก็ควรคิดให้ครบวงจร เมื่อมีเรื่องที่ทำได้ดี ก็ย่อมต้องมีเรื่องที่ทำได้ไม่ดี โดยเฉพาะเรื่องที่คนอื่นๆ เห็นได้อย่างชัดเจน อย่าพยายามปฏิเสธสิ่งเหล่านั้น ยอมรับและชี้ให้หัวหน้าเห็นว่า สิ่งที่ไม่ดีเหล่านี้ คุณตั้งใจจะแก้ไขอย่างไร

ยกตัวอย่างคุณเจน (นามสมมุติ) เธอเป็นคนค่อนข้างตรงถึงตรงมาก เป็นคนที่ตั้งใจทำอะไรแล้วต้องทำให้สำเร็จ ซึ่งทำให้หลายคนมองว่าเธอเป็นคนดุดัน อย่างไรก็ดีด้วยความมุ่งมั่นของเธอ เธอเป็นพนักงานดีเด่นคนหนึ่งขององค์กรที่สามารถทำงานได้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ผลงานที่ออกมาอยู่ในขั้นดีมากเสมอ ซึ่งคนที่ทำงานร่วมกับเธอก็เห็นพ้องด้วยในเรื่องนี้

แต่...หัวหน้าของเธอไม่ชอบแนวทางที่เธอทำเท่าไรนัก และให้ข้อมูลป้อนกลับกับเธอเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว เมื่อตอนกลางปี ก่อนที่จะมีการประเมินผลงาน เธอได้คิดทบทวนเป็นอย่างดี และเห็นว่า แนวทางการทำงานของเธอและหัวหน้างานนั้นแตกต่างกันมาก แต่เธอมองว่า เธอยังสามารถส่งงานที่ดีและทำให้ลูกค้าพึงพอใจได้อยู่ จึงวางแผนในการเข้าไปประเมินผลกลางปี โดยการชี้แจงให้หัวหน้าเห็นว่า แม้แนวทางการทำงานจะแตกต่างกัน แต่ก็ยังสามารถทำงานได้สำเร็จตามเป้าประสงค์ และด้วยความที่เป็นคนตรงๆ เธอจึงคิดที่จะถามหัวหน้าว่า องค์กรให้คุณค่ากับกระบวนการทำงานหรือมองที่ผลการทำงานมากกว่า ถ้ามองที่กระบวนการทำงานมากกว่า เธอคิดว่า เธอคงต้องไปหาอะไรใหม่ๆทำ แต่ถ้ามองที่ผลการทำงานมากกว่า เธอและหัวหน้าจะช่วยกันคิดหากระบวนการทำงานที่เห็นชอบร่วมกันโดยไม่ส่งผลต่อผลลัพธ์สุดท้ายของงาน

3.  สิ่งที่คุณจะทำให้ดีขึ้นในปีหน้า – นี่เป็นสิ่งที่คุณควรคิดล่วงหน้าไว้ก่อน มันคงไม่มีประโยชน์อะไรถ้าจะแค่นั่งฟังและสัญญาว่าจะทำงานให้หนักขึ้นหรือทำงานในดีขึ้นในปีต่อไป คุณควรแสดงให้เห็นว่าอะไรเป็นสิ่งที่คุณทำได้ไม่ค่อยดีในปีนี้และคิดว่าในปีหน้าจะทำอย่างไรให้ดีขึ้น ชี้แจงให้หัวหน้าเห็นเลยว่า อะไรเป็นสิ่งที่ได้แก้ไขไปแล้ว หรือกำลังวางแผนในการทำอยู่

ยกตัวอย่างคุณม่อน (นามสมมุติ) ได้รับการโยกย้ายจากกรุงเทพไปประจำการอยู่ที่ประเทศลาวเมื่อช่วงเดือนกันยายนปีที่แล้ว ปรากฏว่าในช่วงไตรมาสที่สี่ของปีที่ผ่านมา ผลการทำงานของคุณม่อนตกลงอย่างเห็นได้ชัด คุณม่อนกลุ้มใจมาก โทรมาปรึกษาว่า จะทำอย่างไรดีในตอนประเมินผลปลายปี ผมถามถึงเหตุผลที่ทำให้คุณม่อนไม่สามารถทำงานได้ตามเป้าหมาย ซึ่งคุณม่อนตอบว่า เนื่องจากการโยกย้ายทำให้คุณม่อนต้องปรับตัวอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการหาที่อยู่อาศัย วัฒนธรรม แนวทางการทำงานต่างๆ และที่สำคัญรวมถึงการเรียนรู้ภาษาท้องถิ่น

ผมเข้าใจในสิ่งที่คุณม่อนเผชิญ เพราะเวลาที่ผมต้องไปทำงานในประเทศอื่น ก็ต้องปรับตัวเช่นกัน เลยถามต่อว่า แล้วปีหน้าคุณม่อนจะทำอย่างไรเพื่อให้ผลการทำงานออกมาเหมือนปกติหรือดียิ่งขึ้น คุณม่อนได้คุยถึงโครงการใหม่ๆที่จะทำ และบางสิ่งที่เริ่มทำไปแล้ว ผมจึงแนะนำให้คุณม่อนยอมรับความเป็นจริง คุยกับหัวหน้าตรงๆว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ผลการทำงานตกต่ำลง และอธิบายถึงวิธีการที่จะทำในการพัฒนาให้มันกลับมาเหมือนเดิมหรือดีขึ้นกว่าเดิม

ผลที่ออกมาดูเหมือนว่า คุณม่อนจะได้ใจหัวหน้างานเป็นกอง ซึ่งหัวหน้าก็ให้คำแนะนำแนวทางการพัฒนาเพิ่มเติม และเข้ามาช่วยเหลือในสิ่งที่ขาดหายไปด้วย

นี่ก็ใกล้จะปลายปีแล้ว ฤดูการประเมินผลการทำงานใกล้เข้ามา คุณเตรียมทั้งสามเรื่องนี้พร้อมแล้วหรือยัง ถ้าพร้อมแล้ว ก็ลุยเข้าไปประเมินผลกันได้เลย

อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด
apiwut@riverorchid.com
www.orchidslingshot.com