เมื่อลูกน้องกลายมาเป็นหัวหน้าควรทำอย่างไรดี

Q: ลูกน้องที่รับเข้ามาทำงานเมื่อหลายปีก่อน กลับเติบโตแซงหน้ากลายมาเป็นผู้บังคับบัญชาของเรา ควรวางตัวอย่างไรดี รู้สึกเสียหน้าและเสียความรู้สึกอย่างมาก

A: เหตุการณ์ทำนองนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นกับคุณเพียงคนเดียว หลายคนที่ผมรู้จักก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้เหมือนกัน

การโศกเศร้าเสียใจ แม้เป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ปุถุชน แต่ก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น คำถามว่า “ทำไมเป็นเช่นนี้ ” ทำให้คุณวกวนอยู่กับความคิดที่ชวนสับสนและหาคำตอบไม่ได้ ยิ่งคิด ยิ่งกลัดกลุ้มหัวใจ จงยอมรับความจริงว่าบางอย่างในชีวิต ไม่สามารถควบคุมได้ แทนที่จะจิตตก ฟูมฟาย เสียอกเสียใจ กลับมาเปลี่ยนคำถามที่ตั้งกับตัวเองดีไหมลองถามใหม่ว่า “เราจะทำอย่างไรกับเหตุการณ์เช่นนี้เพื่อจะได้มีความสุขและประสบความสำเร็จมากขึ้น ” คุณอาจได้คำตอบบ้าง ผมมีข้อแนะนำ 2-3 อย่าง

1) ใช้เหตุการณ์นี้เป็นแรงผลักดันให้ตั้งใจพัฒนาตนเองและแสดงผลงานที่โดดเด่นมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อพิสูจน์ให้องค์กรเห็นว่า คุณไม่ได้กระจอกอย่างที่คิดวันหนึ่งคุณอาจกลับมาเป็นหัวหน้าของหัวหน้าคุณอีกครั้งก็เป็นไปได้ สงครามยังไม่จบไม่ควรสรุปว่าแพ้ ชัยชนะไม่ได้วัดกันแค่สนามเดียว

2) เปิดใจ เรียนรู้จากคนรุ่นหลังบ้าง บางทีเขาอาจมีอะไรดีๆ ให้ศึกษาเพื่อพัฒนาตัวเองก็เป็นได้ วันที่ผมเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ เมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว เจ้านายบอกว่า “ เมื่อศิษย์พร้อมครูจะมา ศิษย์ไม่พร้อมครูไม่มี ” แล้วสอนว่าหากใจเราเปิด ทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เป็นครูเราได้เสมอ ในทางกลับกันหากใจเราปิด แม้ปราชญ์ยืนอยู่ข้างหน้า ก็ไม่ได้เรียนรู้อะไร

3) ถือโอกาสฝึกฝนและชัดเกลาจิตใจตนเองให้เป็นคนมีความเมตตาและมองโลกตามความเป็นจริง ความรู้สึกที่เล่าให้ฟังเป็นเพราะอัตตาของคุณ (Ego) มันใหญ่มาก หากไม่เอาตัวเองเป็นที่ตั้งความสำเร็จของลูกน้องเก่าคนหนึ่งที่เห็นเขามาตั้งแต่เด็ก ก็เป็นสิ่งที่น่าภูมิใจมิใช่หรือหากเขาเป็นลูกเป็นหลานของคุณ แล้วเขาเก่งกว่า คุณจะดีใจหรือเสียใจ ลองฝึกยินดีกับความสำเร็จของผู้อื่นบ้าง คุณจะเป็นผู้ใหญ่ที่น่ารักมากๆ ในโลกนี้ ผมเข้าใจความรู้สึกและขอเป็นกำลังใจให้ครับ

 



อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการบริหาร
สลิงชอท กรุ๊ป

ที่มา : Manager Online 20 ม.ค 60