ลูกน้องพฤติกรรมแย่ลงหลังบรรจุเป็นพนักงานประจำ ควรทำอย่างไรดี

Q : ลูกน้องผู้หญิงคนหนึ่ง เคยเป็นนักศึกษาฝึกงานมาก่อน พอจบโปรแกรมจึงรับเข้าทำงานประจำได้สัก 2 เดือน ตอนเป็นนักศึกษาฝึกงานดูกระตือรือร้นดี พอมาเป็นพนักงานประจำเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ไม่แอคทีฟ ไม่ใส่ใจงานที่ทำ มาสาย ป่วยบ่อย ฯลฯ จะให้ไม่พ้นทดลองงาน ก็ไม่ใช่ธรรมเนียมปฏิบัติขององค์กร ทำไงดีครับ

A : ทุกพฤติกรรม มีเหตุผลและที่มาที่ไปเสมอ ก่อนสั่งยาควรต้องวินิจฉัยก่อน

1) บอกเธอตรงๆ ว่าคุณรู้สึกอย่างไรกับการทำงานที่ผ่านมา พูดอย่างที่เล่าให้ผมฟังเลยครับ บางทีบางคนไม่รู้ตัวว่าตนเองเปลี่ยนไป

2) หาโอกาสพูดคุยกับเธอ พยายามค้นหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดอะไรขึ้นเหตุใดจึงมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปเมื่อเทียบกับตอนที่ฝึกงานอยู่

3) นอกจากพูดคุยด้วยตนเอง ลองสอบถามจากเพื่อนร่วมงานคนอื่นที่ลูกน้องคนนี้สนิทดูเผื่อได้ข้อมูลเพิ่มเติม

4) ลองให้คนอื่นพูดคุยกับน้องคนนี้ เผื่อว่าปัญหาส่วนหนึ่งมาจากตัวคุณและลูกน้องอาจไม่กล้าตอบ ตอนที่คุณถาม หัวหน้าหลายคนด่วนสรุปและตัดสินใจสั่งยาทั้งๆ ที่ยังไม่ได้หาสาเหตุที่แท้จริง การบริหารคนที่มีปัญหาคล้ายการรักษาโรคของแพทย์ เริ่มต้นต้องพยายามค้นหาต้นตอของโรคให้พบก่อน เพื่อจะได้หาทางเยียวยาให้ถูกต้องแต่หากพยายามค้นหาแล้วแต่ไม่พบ ก็คงจำเป็นต้องเสี่ยง “ ให้ยา ” ไป รักษากันตามอาการ

สำหรับกรณีนี้ หากพยายามแล้ว แต่ไม่ดีขึ้น อาจมีทางเลือกอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น คาดโทษหรือลงโทษตามสมควร (อาทิ ออกหนังสือตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร) โยกย้ายหรือสับเปลี่ยนงาน มอบหมายงานให้เยอะๆ เพื่อเพิ่มความกระตือรือร้น หรือสร้างความกดดันเพื่อบีบให้ลาออกไปเอง (เนื่องจากวัฒนธรรมองค์กรไม่เอื้ออำนวยให้ประเมินว่า “ ไม่ผ่านทดลองงาน ”) บางวิธีอาจดูโหดร้าย แต่การบริหารคน ไม่มีสูตรสำเร็จ จำเป็นต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ประกอบกัน ไม้นวมบ้าง ไม้แข็งบ้าง ตามแต่สถานการณ์ เลือกใช้ให้เหมาะสมครับ

 




อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการบริหาร
สลิงชอท กรุ๊ป

ที่มา : Manager Online 4 พ.ย.59