Q : ผมทำงานอยู่บริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง เนื่องจากเงินเดือนน้อยจึงต้องทำงานเสริมโดยการขายของออนไลน์ไปด้วย อยู่มาวันหนึ่งบริษัทบังคับให้เขียนใบลาออกบอกว่าเป็นเพราะผมทำงานอื่นขณะที่ยังเป็นลูกจ้างของบริษัท ในวันที่ยืนใบลาออก HR ให้ฝ่ายกฎหมายมานั่งขู่และยึดโทรศัพท์มือถือไว้ บอกว่าถ้าไม่เขียนจดหมายลาออก จะยึดมือถือไป เขามีสิทธิ์ทำแบบนี้ด้วยเหรอครับ

A : แบ่งเป็น 2 ประเด็นนะครับ 1) ทำงานเสริม ผิดไหม และ 2) ยึดโทรศัพท์มือถือไว้ แล้วให้เขียนจดหมายลาออกได้หรือเปล่า

ขอตอบเป็นข้อๆ

1) ทำงานเสริม ผิดไหม -- องค์กรส่วนใหญ่มักมีข้อความระบุในสัญญาจ้างว่าพนักงานจะต้องไม่ทำงานอื่นที่อาจมีผลประโยชน์ขัดแย้ง (Conflict of Interest) หรือใช้เวลารวมทั้งทรัพยากรขององค์กร ไปเพื่อการอื่นนอกเหนือจากงานที่ได้รับมอบหมาย ดังนั้นกรณีนี้ต้องดูข้อเท็จจริงเพิ่มเติมด้วยว่า

ก. ในสัญญาจ้าง มีข้อความอะไรที่เกี่ยวกับเรื่องนี้เขียนไว้หรือไม่ แล้วเราทำผิดจากข้อกำหนดหรือกติกานั้นหรือเปล่า

ข. ในการขายของออนไลน์ คุณใช้เวลาตอนไหนทำ เวลางานหรือนอกเวลางาน ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์หรืออินเตอร์เน็ทของใครในการซื้อขายของคุณเองหรือขององค์กร เป็นต้น

ค. งานที่ทำ เข้าข่ายมีผลประโยชน์ขัดแย้งกับธุรกิจที่บริษัททำอยู่หรือเปล่า

หากปรากฏว่าคุณใช้เวลาหรือทรัพยากรขององค์กรไปทำงานเสริมส่วนตัว ก็มีความผิดแน่ๆ แต่จะต้องโทษสถานใด ขึ้นอยู่กับระเบียบข้อบังคับของบริษัท ต้องไปดูกฎกติกาที่เป็นลายลักษณ์อักษรอีกที

แต่ถ้าว่ากันตามแนวที่องค์กรใหญ่ๆ ถือปฏิบัติกัน ก็ต้องตอบว่าการทำงานอื่นเสริมด้วยเป็นเรื่องที่ไม่สมควร หากจำเป็นต้องทำงานเสริมจริงๆ ควรพูดคุยเพื่อขออนุญาตให้ชัดเจน เพราะเรื่องทำนองแบบนี้เข้าข่ายผิดจริยธรรมหรือจรรยาบรรณในการทำงาน

2) ยึดโทรศัพท์มือถือไว้ แล้วให้เขียนจดหมายลาออกได้หรือไม่ -- ข้อนี้ตอบยาก เพราะไม่รู้ว่าในความเป็นจริง ณ ขณะนั้น คนที่ยึดโทรศัพท์ไว้ ใช้วิธีการอย่างไรและพูดว่าอะไร แต่หากว่ากันตามสามัญสำนึก ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะเข้าข่ายบังคับข่มขู่ ขืนใจให้ต้องทำในสิ่งที่ตนเองไม่อยากทำ อาจมีความผิดในแง่กฎหมายด้วย (แต่เนื่องจากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย จึงไม่สามารถให้ความเห็นได้) อันที่จริงหากคุณมีพยานและหลักฐานชัดเจนว่าเขาปฏิบัติกับคุณอย่างนั้นจริงๆ ลองปรึกษาสภาทนายความดู (www.lawyerscouncil.or.th) เขามีหน่วยงานที่ให้คำปรึกษาแนะนำหรือช่วยเหลือด้านกฎหมายไว้บริการ

อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีนี้ วิธีการที่เหมาะสม ผมคิดว่าองค์กรหรือฝ่ายบริหารควรใช้วิธีการพูดคุยกันดีๆ หากเป็นความผิดครั้งแรกก็น่าจะตักเตือนก่อน เพราะการกระทำบางอย่างต้องดูที่เจตนาด้วย ทำแบบนี้ย่อมมีผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของพนักงานที่ยังคงทำงานอยู่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาในการบริหารจัดการได้ในอนาคต

ในส่วนของพนักงานก็ต้องระมัดระวังให้มากขึ้น ถ้าจะให้ดี ควรพูดคุยหรือปรึกษาหารือกับหัวหน้างานโดยตรงก่อน ในทำนอง “น้องปรึกษาพี่ ” ไม่ใช่ “ลูกน้องปรึกษาเจ้านาย ” เพราะเรื่องทำนองแบบนี้ แต่ละองค์กรมีความเข้มงวดไม่เหมือนกัน

______________
 



Apiwut Pimolsaengsuriya
Founding Partner
Slingshot Group

Source : Manager Online 17 ก.พ 60