ทำอย่างไรให้วัฒนธรรมการโค้ชยั่งยืน 

 
Q: ได้เคยอ่านบทความของอาจารย์เรื่องการสร้างวัฒนธรรมการโค้ช ผมสงสัยว่าวัฒนธรรมการโค้ชสามารถทำให้ยั่งยืนได้จริงหรือ  ถ้าทำได้จริง ขอเคล็ดลับด้วยครับ
 
A: องค์ประกอบของการทำให้วัฒนธรรมการโค้ชยั่งยืน คือ
 
1) ผู้บริหารสูงสุดและหัวหน้าทุกระดับต้องเป็นตัวอย่างที่ดี - วัฒนธรรมเริ่มต้นจากข้างบน เพราะสิ่งที่ผู้นำทำดังกว่าสิ่งที่ผู้นำพูด วัฒนธรรมการโค้ชไม่มีวันที่จะอยู่ยั้งยืนยง หากผู้บริหารไม่โค้ช แต่สั่งให้หัวหน้างานลำดับรองๆ ลงไปโค้ชแทน แม่ปูเดินอย่างไรลูกปูก็เป็นอย่างนั้น !
 
2) พนักงานทุกระดับต้องมีส่วนร่วม - หากมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นในองค์กรที่ขะมักเขม้นกับการโค้ช ในขณะที่คนส่วนใหญ่ไม่สนใจและใส่ใจ วัฒนธรรมการโค้ชย่อมอยู่ไม่ได้ ดังนั้น การกระตุ้นให้พนักงานทุกระดับในทุกหน่วยงาน เห็นความสำคัญของการโค้ชและลงมือปฏิบัติด้วยเท่านั้นจึงจะประสบความสำเร็จ โดยพนักงานที่ไม่มีผู้ใต้บังคับบัญชาให้โค้ชเพื่อนๆ (Peer Coaching) แทน ใหม่ๆ อาจไม่คุ้นชิน แต่หากอดทนทำไปสักระยะ ก็จะทำได้อย่างไม่ขัดเขิน 
 
3) มีการติดตามตรวจสอบอย่างจริงจัง - หากองค์กรกำหนดให้หัวหน้าทุกระดับและพนักงานทุกคนต้องโค้ช แต่ไม่มีระบบในการติดตามความคืบหน้าหรือตรวจสอบอย่างจริงจังว่าใครทำและใครไม่ได้ทำ คำสั่งย่อมไม่ศักดิ์สิทธิ์ วัฒนธรรมที่ยั่งยืนไม่มีวันเกิดขึ้นได้ สังเกตดูว่ากฎกติกาหลายอย่างในบ้านเมืองเรา มาแล้วก็จากไป เช่น การข้ามถนนให้ตรงทางม้าลาย การห้ามใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างขับรถ หรือการห้ามติดฟิล์มที่ดำจนเกินไป เป็นต้น มาตรการเหล่านี้คึกคักอยู่สักช่วง แต่ขาดการติดคามตรวจสอบอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ฟางจึงถูกไฟไหมหมดไปในเวลาอันรวดเร็ว
 
4) มีแรงจูงใจที่เหมาะสม - คนที่ตั้งใจปฏิบัติอย่างเต็มที่ ควรได้รับคำชมเชยและผลตอบแทนที่เหมาะสมและชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบกับคนที่ไม่สนใจและใส่ใจทำ ในทางกลับกันคนที่ไม่ปฏิบัติตามที่องค์กรคาดหวัง ก็ไม่ควรอยู่ได้เป็นปกติสุข ต้องมีบทลงโทษที่ชัดเจนและดำเนินการจริงตามกฎกติกาที่กำหนดไว้ วัฒนธรรมการโค้ชที่ไม่ยั่งยืนส่วนใหญ่เป็นเพราะ คนทำก็ทำไป คนไม่ทำก็ไม่มีใครว่าอะไร เพราะฉะนั้น แรงจูงใจที่เหมาะสมทั้งเชิงบวกคือการให้รางวัลและเชิงลงคือการลงโทษเท่านั้น จะเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมที่พึงประสงค์
 




อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการบริหาร
สลิงชอท กรุ๊ป

ที่มา : MGR Online 16 กุมภาพันธ์ 2559