อะไรจูงใจคนทำงาน


เคยรู้สึกหงุดหงิดไหมกับเพื่อนร่วมงานที่ตั้งคำถามตลอดเวลาไม่ว่าจะทำอะไร  ทำไปทำไม ทำแล้วได้อะไร ทำแบบอื่นได้ไหม ทำไมไม่ทำอย่างนี้ ฯลฯ  หรือรู้สึกหงุดหงิดกับคนที่ไม่ถามอะไรเลยมากกว่า ? เคยรู้สึกรำคาญพวกที่ต่อต้านทุกเรื่อง ไม่เคารพกฎกติกาและข้อตกลงใดๆ เลย ยกเว้นสิ่งที่ตนเองเห็นด้วย บ้างรึเปล่า ?บ่อยครั้งที่เราหาคำตอบไม่ได้ว่า “ทำไมคนพวกนี้ถึงเป็นอย่างนั้น” ในบทความ To Form Successful Habits - Know What Motivates You ของ Gretchen Rubin บอกว่ามนุษย์บนโลกใบนี้ล้วนมีความคิด ความเชื่อและทัศนคติต่อเรื่องต่างๆ ไม่เหมือนกัน และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนมีอุปนิสัยและความสามารถที่ต่างกันออกไป เขาเชื่อว่าแม้มนุษย์จะเกิดมาต่างกันร้อยพ่อพันแม่ แต่ในเชิงพฤติกรรมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ ประกอบด้วย ผู้ยืนหยัด (Upholders) นักถาม (Questioners) ผู้เคร่งครัด (Obligers) และนักต่อต้าน (Rebelers) โดยดูจากวิธีการตอบสนองต่อความคาดหวังและแรงกดดันที่มีต่อเขา ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น “ความคาดหวังหรือแรงกดดันจากภายนอก” เช่น การทำงานให้เสร็จตามเวลาที่กำหนด หรือการปฏิบัติตามกฎกติกาขององค์กร เป็นต้น และ “ความคาดหวังหรือแรงกดดันจากภายใน” เช่น การหักห้ามใจตัวเองไม่ให้กินช็อคโกเลต หรือการออกกำลังกายให้ได้ทุกวัน เป็นต้น หากเข้าใจลักษณะของคนแต่ละกลุ่มให้ชัดเจนและสามารถแยกแยะได้ว่าใครอยู่กลุ่มไหน จะช่วยให้เราสามารถบริหารจัดการและใช้เขาให้เป็นประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนั้น ยังอาจช่วยตัวเองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อีกด้วย



ผู้ยืนหยัด (Upholders)

“ผู้ยืนหยัด”
พร้อมเสมอที่จะตอบสนองต่อความคาดหวังหรือแรงกดดันทั้งจากภายในและภายนอก พวกเขายืนหยัดได้ด้วยตนเอง ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ ตั้งใจทำงานและทำเสร็จตามกำหนดเวลา

“ผู้ยืนหยัด”
มักรู้สึกอึดอัดหากต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ความคาดหวังไม่ชัดเจน พวกเขาจะรู้สึกแย่มากหากต้องแหกกฎกติกาที่กาหนดไว้ แม้สิ่งนั้นจะเป็นเรื่องไร้สาระและไม่มีประโยชน์อะไรที่ชัดเจนในสายตาคนอื่นก็ตาม ยกเว้นเขาจะหาเหตุผลมาอธิบายตนเองได้อย่างสมน้ำสมเนื้อเท่านั้น ‘ผู้ยืนหยัด” มักเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่ค่อยสุงสิงกับใครมากนัก ดังนั้น หากต้องทำงานกับคนแบบนี้ จำเป็นต้องชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าความคาดหวังที่มีคืออะไร หากเขาเข้าใจและรับปากแล้ว “ผู้ยืนหยัด” จะทำอย่างสุดใจขาดดิ้นเพื่อรักษาคำสัญญาที่ให้ไว้


นักถาม (Questioners)
 
“นักถาม” มักมีคำถามกับทุกอย่างที่ขวางหน้า พวกเขาจะลงมือทำก็ต่อเมื่อได้รับคำตอบที่เหมาะสม มีตรรกะ มีเหตุผล แต่จะต่อต้านทุกอย่างที่มองไม่เห็นว่าประโยชน์ที่ชัดเจนคืออะไร พวกเขาจะไม่ทำเพียงเพราะมีความคาดหวังหรือแรงกดดันจากภายนอก “นักถาม” จะเปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นมาเป็นความรู้สึกจากภายในเสมอ

“นักถาม”
มักคิดอย่างรอบครอบก่อนตัดสินใจ พวกเขาจึงผูกพันกับสิ่งที่ทำและพร้อมที่จะลงลึกในรายละเอียดเสมอ เมื่อใดก็ตามที่มองว่าความคาดหวังหรือแรงกดดันนั้นเหมาะสมและถูกต้อง พวกเขาจะทำอย่างเต็มใจ ในทางกลับกันหากมองว่าไม่เหมาะสมหรือไม่มีเหตุผลที่หนักแน่นเพียงพอ พวกเขาจะไม่สนใจทำมันเลย เนื่องจาก

“นักถาม” เป็นผู้ให้ความสำคัญกับข้อมูลและรายละเอียด ดังนั้น หากต้องการจูงใจคนกลุ่มนี้ให้ทำงานอย่างเต็มที่ ต้องไม่ลืมที่จะเตรียมรายละเอียดและข้อมูลให้พร้อม รวมทั้งอธิบายเหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องทำงานนั้นๆ ให้ชัดเจน


ผู้เคร่งครัด (Obligers)

“ผู้เคร่งครัด”
พร้อมตอบสนองต่อความคาดหวังหรือแรงกดดันที่มาจากภายนอก แต่มักมีปัญหากับความคาดหวังหรือแรงกดดันจากภายใน พวกเขาทำได้ดีกับงานที่มีเป้าหมายและเงื่อนเวลาเป็นตัวกำหนดอย่างชัดเจน พร้อมเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี เป็นสมาชิกของกลุ่มที่ไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง แต่ขาดพลังจากภายในและขาดวินัยในเรื่องของตัวเอง

“ผู้เคร่งครัด”
ต้องอาศัยความคาดหวังและแรงกดดันจากภายนอก เป็นตัวขับเคลื่อนการกระทำของเขา หากปล่อยให้ผลักดันตัวเองจากข้างใน มักไม่ค่อยประสบความสาเร็จเท่าที่ควร ตัวอย่างเช่น งานที่มีกำหนดเวลาส่งมอบอย่างชัดเจนและมีความคาดหวังจากผู้ที่เกี่ยวข้องว่างานต้องเสร็จตามที่ตกลงกัน “ผู้เคร่งครัด” จะส่งมอบงานได้ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่หากปล่อยให้ “ผู้เคร่งครัด” กำหนดระยะเวลาและบริหารจัดการทุกอย่างด้วยตนเอง มักพบว่าผลลัพธ์จะเละเทะไม่เป็นท่า เป็นต้น ‘ผู้เคร่งครัด’ พร้อมตอบสนองความคาดหวังที่มาจากภายนอก โดยอาจไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสมหรือกำลังที่ตนเองมี เนื่องจากเป็นคนขี้เกรงใจ กลัวว่าจะทำให้ผู้อื่นผิดหวัง บ่อยครั้งมักพบว่าพวกเขารับปากมากกว่าที่จะสามารถทำได้จริง
หากจำเป็นต้องทำงานกับ “ผู้เคร่งครัด” ให้ระมัดระวังความเครียดสะสมอันเนื่องมาจากการรับงานโดยไม่กล้าปฏิเสธ แต่เลือกที่จะอดทนทำจนถึงขีดสุด ก่อนถอดใจหรือโวยวายออกมา การบริหาร “ผู้เคร่งครัด” ให้มีประสิทธิภาพ ต้องอาศัยความคาดหวังและแรงกดดันจากภายนอกในการผลักดันให้เกิดผลงาน อย่างไรก็ตามต้องระวังอย่าให้มากจนเกิดพอดี เพราะด้วยความขี้เกรงใจและปฏิเสธคนไม่เป็น พวกเขาอาจเลือกที่จะไม่พูด !


 
นักต่อต้าน (Rebels)

“นักต่อต้าน”
มักปฏิเสธที่จะทำงานเพียงเพราะมีแรงกดดัน ในทางกลับกันอาจต่อต้านด้วยซ้า คนพวกนี้เลือกทำในสิ่งที่ตนเองอยากทำ พวกเขาไม่ค่อยสนใจกฎกติกาหรือข้อกำหนดมากนัก มีความเป็นตัวของตัวเองค่อนข้างสูง

“นักต่อต้าน”
มีวิธีการทำงานเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายในแบบฉบับของตนเอง พวกเขาจะไม่ทำเพียงเพราะคนอื่นคิดว่าเป็นสิ่งที่ควรทำ แต่จะตัดสินใจด้วยตนเองและยึดมั่นผูกพันกับแนวทางที่เลือก บ่อยครั้งที่นักต่อต้านอาจสร้างปัญหาในการทางานของทีม เพราะพวกเขาจะทำเฉพาะสิ่งที่อยากทำเท่านั้น หากต้องทำงานกับ “นักต่อต้าน” อาจใช้วิธีจูงใจแบบอ้อมๆ เข้าทำนอง “น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็นปลาตาย” พวกเขาไม่ชอบการบังคับและจะไม่ทำเพียงเพราะรู้สึกว่าถูกกดดัน ลองใช้วิธีการพูดเชิงดูแคลนเล็กๆ อย่างเช่น “ผมไม่คิดว่างานนี้จะทำเสร็จได้ภายในวันศุกร์” แล้วคุณอาจประหลาดใจเมื่องานมาวางบนโต๊ะตอนเช้าวันศุกร์ เพียงเพราะต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่า “เขาชนะ” เท่านั้น !


คนแต่ละคนแตกต่างกัน หากไม่เอาตัวเองเป็นมาตรฐาน พยายามเข้าใจเขาอย่างที่เขาเป็นโดยไม่ตัดสินว่าถูกผิดดีเลว จากนั้นเรียนรู้วิธีการบริหารจัดการคนแต่ละแบบแล้วปรับแนวทางการพูดคุยให้เหมาะสม เท่านี้ความสัมพันธ์และผลการทำงานก็จะดีขึ้นได้อย่างไม่ยากเย็น



อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา

กรรมการบริหาร

สลิงชอท กรุ๊ป


ที่มา: SME Thailand ฉบับ July 2015