...การทำงานใด ๆ ไม่ว่าเล็ก ใหญ่ ง่าย ยาก ถ้าย่อหย่อนจากความเพียรแล้ว ยากที่จะให้สำเร็จเรียบร้อยทันเวลาได้.. และเมื่อใดพลังของความเพียรนี้เกิดขึ้น เมื่อนั้นการงานทั้งหลายก็สำเร็จได้โดยง่ายดาย และรวดเร็ว... พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2522 ความเพียร เป็นสิ่งหนึ่งซึ่งพสกนิกรชาวไทยได้เรียนรู้อย่างซาบซึ้ง จากพระราชจริยวัตรของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงเป็นต้นแบบของความเพียร อย่างต่อเนื่อง อย่างไม่ทรงย่อท้อ อย่างยากนัก ที่จะมีผู้ใดเสมอเหมือน ที่ผ่านมา นักวิจัยต่างชาติเริ่มให้ความสนใจศาสตร์ของความเพียรมากขึ้น  ตัวอย่างเช่น หนังสือขายดีเล่มล่าสุด เรื่อง Grit หรือ ความอึด ความบากบั่นหมั่นเพียร เขียนโดย Dr. Angela Duckworth อาจารย์สาขาจิตวิทยา ที่มีชื่อเสียงแห่งมหาวิทยาลัย Pennsylvania ประเทศสหรัฐอเมริกา มีมุมมองดีๆหลายเรื่องให้เราศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องสำคัญยิ่งนี้อาจารย์มีคำถามหนึ่ง ที่เพียรเสาะแสวงหาคำตอบ ทั้งในวงการทำงาน การศึกษา การกีฬา การแข่งขัน และการดำรงชีวิตในภาพรวม

อะไรเป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะฟันธงว่า ใครจะประสบความสำเร็จในระยะยาว ” 

ทีมวิจัยเจาะทั้งเด็กที่แข่งขันการสะกดคำ เหล่าครูใหม่ในโรงเรียนในพื้นที่เสี่ยง ทีมขายในองค์กร ฯลฯ เพื่อศึกษา และติดตามผลว่า สิ่งใดเป็นตัวแยกแยะว่า ใครจะประสบความสำเร็จกว่าใครในระยะยาว พบว่า

ความฉลาด?..ไม่ใช่ ความเก่ง?..ไม่ใช่ สภาพแวดล้อม?..ไม่ใช่ แรงสนับสนุน?..ไม่ใช่

แต่สิ่งที่โดดเด่น ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่า เด็กคนไหน พนักงานขายคนใด นักกีฬาคนไหน ฯลฯ จะประสบความสำเร็จ คือ.. Grit หรือ “ความอึด ” นั่นเอง ตัวอย่างเช่น อาจารย์ทำการศึกษาในโรงเรียนนักเรียนนายร้อยของกองทัพบกสหรัฐ ที่คนรู้จักในนาม West Point สถาบันนี้มีชื่อเสียงขั้น “เทพ ” ในหมู่ผู้ที่ประสงค์จะได้รับการศึกษาด้านการทหาร กว่าจะเข้าได้ ต้องผ่านการแข่งขันคัดเลือกอย่างเข้มข้น ต้องมีทั้งผลการเรียนเป็นเลิศ ตลอดจนผ่านการวัดทักษะมากมายหลากหลายด้านแบบสารพัดจัดเต็ม อย่างไรก็ดี แม้จะคัดอย่างพิถีพิถันเท่าใด ก็ไม่วายจะมีนักเรียนที่เรียนไม่จบ เพราะตกหล่นไประหว่างทาง ประมาณ 20% ทุกปี สรุปว่า กระบวนการคัดเลือก ตลอดจนคะแนนการประเมินที่ผ่านมา ยังไม่สามารถบ่งชี้ได้ชัดเจนว่า ใครจะไป หรือใครจะรอด ทีมงานอาจารย์ Angela จึงขอใช้การวัดระดับความอึด หรือ Grit Scale ซึ่งมีคำถามสั้นๆง่ายๆ 12 ข้อ ให้นักศึกษาประเมินว่า พฤติกรรมตนเองในแต่ละข้อ อยู่ในระดับใด ตั้งแต่ 5 - เหมือนมาก จนถึง 1 - ไม่เหมือนเลย

ตัวอย่างพฤติกรรมในคำถาม มีอาทิ

- ข้าพเจ้าไม่ท้อถอยเมื่อเจอความล้มเหลว
- สิ่งที่ข้าพเจ้าสนใจเปลี่ยนแปลงไปปีต่อปี
- เมื่อข้าพเจ้าเริ่มทำสิ่งใด จะทำจนแล้วเสร็จ ฯลฯ

ปรากฎว่า ผลการประเมินตนเองเรื่องความมานะอึดอดทน ของนักศึกษาที่ West Point เป็นตัวบ่งชี้ที่แม่นยำว่า ใครจะอยู่ และใครจะไป นั่นคือ จาก 20% ที่ไม่ผ่านการศึกษาจนจบ ส่วนใหญ่ มิใช่เป็นเพราะไม่เก่ง มิใช่เป็นเพราะไม่แข็งแรงพอ แต่เป็นเพราะ “อึด ” ไม่พอ นั่นเอง ผู้ที่จะประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะในการงาน กีฬา หรือภารกิจอื่นใด ในการวิจัยของอาจารย์ ต้องมี 2 ปัจจัยหลัก

1. ซึ่งในความหมายของอาจารย์ คือ “ความถนัด ” อาทิ ความถนัดด้านภาษา กีฬา การขาย ฯลฯ
2. ความเพียร โดยมีสูตรแห่งความสำเร็จ 2 ขั้นตอนต่อเนื่อง ดังนี้

Talent x Effort = Skill
Skill x Effort = Achievement 
ความถนัด X ความเพียร = ทักษะ
ทักษะ X ความเพียร = ความสำเร็จ

นั่นคือ แม้ชอบและถนัดในเรื่องใด แต่ถ้าไม่ใส่ใจ ไม่ทุ่มเท ไม่ฝึกฝน ไม่เพียรเรียนรู้และพัฒนา ก็จะไม่เกิดความเชี่ยวชาญ จนเป็นทักษะในเรื่องนั้นๆ มีทักษะ แต่ไม่มีความมานะพากเพียรปฏิบัติ

ให้เกิดเป็นผลงาน ก็ไม่ได้มาซึ่งความสำเร็จ

หากถามต่อว่าปัจจัยใดสำคัญกว่ากัน ความถนัด หรือ ความเพียร อาจารย์ Angela ฟันธงว่า ความเพียรเป็นหัวใจ เพราะต้องใช้ในทั้งสองขั้นตอนค่ะ !

 



บทความโดย: พอใจ พุกกะคุปต์

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 21 พ.ย 59