สองสิ่งที่คุณควรทำทุกเช้า

วันก่อนเป็นวันที่รถติดมาก ผมมีนัดกับลูกค้าที่เป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรแห่งหนึ่ง เมื่อถึงเวลานัด รถที่ผมนั่งมาก็อยู่ด้านหน้าตึกพอดี ผมจึงรีบเดินเข้าลิฟท์ในขณะที่พยายามกดหาหมายเลขโทรศัพท์ของผู้บริหารท่านนั้น เมื่อลิฟท์ขึ้นไปได้ระดับหนึ่งและประตูเปิดออก ผมก็รีบออกจากลิฟท์และพยายามกดโทรศัพท์ทันที

ในขณะที่ผมกำลังใจจดใจจ่ออยู่กับการโทรศัพท์ ก็มีเสียงพูดขึ้นมาว่า “ไม่ใช่ชั้นนี้ครับ ต้องขึ้นไปห้องประชุมอีกชั้นหนึ่ง” เมื่อผมหันกลับไปจึงพบว่า ผู้บริหารท่านที่ผมจะไปพบนั้น กำลังยืนยิ้มและเอามือดันประตูลิฟท์เพื่อเปิดค้างให้ผมกลับเข้าไป สิ่งแรกที่ผมรีบทำคือ กดยกเลิกการโทรออกก่อนที่เครื่องโทรศัพท์ของผู้บริหารท่านนั้นจะดังขึ้น

ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันวิวัฒนาการของเทคโนโลยีทำให้อะไรหลายๆ อย่างเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการส่งของจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง หรือการส่งข่าวสารจากซีกโลกข้างหนึ่งไปซีกโลกอีกข้างหนึ่งภายในเวลาไม่กี่วินาที รุ่นน้องของผมคนหนึ่ง เพิ่งได้งานใหม่ที่องค์กรยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง หลังจากผ่านการปฐมนิเทศในช่วงเช้า ช่วงบ่ายทางฝ่าย IT ก็ได้นำเอารหัสการเข้าระบบและเข้าอีเมลของบริษัทมาให้ พอรุ่นน้องคนนี้เปิดเข้าไปในระบบอีเมล เขาถึงกับผงักออกมาเพราะมีอีเมลรอให้เขาอ่านถึง 30กว่าอีเมลแล้ว ทั้งๆ ที่วันนี้เพิ่งเป็นวันแรกของการทำงานเท่านั้น

วันนั้นเขาทำงานถึงเกือบเที่ยงคืนเพื่อตอบและสะสางงานทางอีเมลทั้งหมด รวมถึงการพยายามที่จะเข้าไปใน website ต่างๆเพื่อค้นหาข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับงานใหม่ที่กำลังทำนี้ ซึ่งพูดจริงๆแล้ว สิ่งที่เขาทำ กลายเป็นความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง เพราะด้วยความรวดเร็วของการรับส่งข้อมูลข่าวสาร งานที่เขาส่งออกไปนั้นกลับได้รับการตอบกลับอย่างรวดเร็ว (จนเกินไป) ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยและท้อ เพราะมันเหมือนกับว่า งานของเขาไม่มีจุดสิ้นสุดซะที

ในโลกปัจจุบัน ข้อมูลต่างๆ วิ่งมาหาเราอยู่ตลอดเวลาและอย่างรวดเร็ว ทำให้ใครหลายๆคนพยายามที่จะวิ่งตามข้อมูลเหล่านี้ให้ทัน ไม่ว่าจะเพื่ออนาคตในการทำงานหรือกลัวตกข่าว เหตุผลหลักเป็นเพราะกลัวว่า ข้อมูลที่ปฏิเสธไปนั้นอาจจะเป็นข้อมูลที่มีผลกับความสำเร็จของเราในอนาคต แต่อย่าลืมว่า ความสำเร็จนั้นไม่ได้มาจากข้อมูลเหล่านี้เพียงอย่างเดียว เพราะการที่เรามุ่งเน้นในการรับข้อมูลเหล่านั้นก็สร้างความเสี่ยงให้กับเราเหมือนกัน – ความเสี่ยงที่เราจะสร้างความอ่อนเพลียและเหน็ดเหนื่อยให้กับตนเอง ซึ่งทำให้เราเกิดอาการมึนงง สับสน หงุดหงิดง่าย และอาจจะทำให้เรามองไม่เห็นผู้บริหารระดับสูงที่อยู่ข้างๆ เราในลิฟท์ก็ได้

ผมได้มีโอกาสอ่านบทความเกี่ยวกับการศึกษาต้นเหตุของอุบัติเหตุบนท้องถนน สิ่งที่เขาพบคือ 80% ของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากการที่คนขับรถไม่มีสมาธิ พูดง่ายๆ คือ ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ ผู้ขับรถส่วนมากจะกำลังโทรศัพท์หรือเปลี่ยนช่องวิทยุ หรือกินอาหาร หรือแม้แต่กำลังพิมพ์ข้อความ SMS อยู่ ซึ่งทำให้เขาขาดสมาธิในการขับรถ และนั่นรวมไปถึงการขาดสมาธิกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรอบๆตัวเขา ผลที่ตามมาคืออุบัติเหตุที่คาดไม่ถึงเสมอ

โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ถ้าเราไม่มองไปข้างหน้าและปฏิเสธสิ่งที่อยู่รอบตัวที่อาจจะทำให้เราไขว้เขวได้ เราก็จะเพิ่มโอกาสในการพบกับอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้น

ดังนั้นตอนนี้เป็นเวลาที่ดีที่คุณควรจะหยุดสักนิด จัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่คุณทำอยู่ และมุ่งเน้นไปในสิ่งที่สำคัญจริงๆ คำแนะนำของผมคือ ในแต่ละเช้าของวันใหม่ ลองตอบคำถามสองข้อนี้

1.    อะไรเป็นสิ่งที่คุณต้องการจะมุ่งเน้นในวันนี้
อะไรเป็นสิ่งที่คุณต้องการจะทำให้สำเร็จ อะไรทำให้คุณมีความสุข อะไรที่สำคัญสำหรับคุณ วางแผนเวลาในการทำสิ่งเหล่านี้ เพราะเวลาของคนเราทุกคนมีจำกัด ไม่ว่าเราจะพยายามมากเท่าไร เราก็คงจะไม่สามารถมีเวลาทำงาน 25 ชั่วโมงต่อวัน และทำงาน 8 วันต่อสัปดาห์ได้

2.    อะไรเป็นสิ่งที่คุณจะไม่สนใจในวันนี้
ความสำเร็จคือการที่คุณสามารถใช้เวลาที่คุณมีอยู่ได้อย่างคุ้มค่า คุณจำเป็นต้องถามคำถามนี้ แม้จะเป็นคำถามที่หลายคนพยายามที่จะหลีกเลี่ยง แต่มันก็ยังคงเป็นคำถามสำคัญที่คุณต้องตอบ อะไรเป็นสิ่งที่คุณสามารถปล่อยวางได้ อะไรที่ทำให้คุณไม่มีความสุข อะไรที่ไม่สำคัญสำหรับคุณ

หลายๆ คนอาจจะมีคำตอบอยู่แล้วสำหรับคำถามข้อแรก แต่น้อยคนนักที่จะมีคำตอบสำหรับคำถามข้อที่สอง อย่าลืมว่าด้วยข้อมูลข่าวสารที่วิ่งเข้ามาตลอดเวลาและด้วยสิ่งดึงดูดใจอื่นๆ อีกมากมาย ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้คำถามข้อที่สองยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น และนั่นไม่ได้หมายความว่า เมื่อคุณตอบคำถามสองข้อนี้เสร็จก็เก็บมันไว้ในลิ้นชัก เพราะด้วยเวลาและปัจจัยต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา คำตอบที่คุณตอบในสัปดาห์ที่แล้วอาจจะไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องสำหรับคุณในเวลาปัจจุบันนี้

ดังนั้นสองคำถามนี้จึงเป็นคำถามที่คุณต้องถามตัวคุณเองทุกวันในตอนเช้า ตอบคำถามให้ดี เลือกคำตอบให้ถูก แม้บางครั้งอาจจะทำให้ใครบางคนรู้สึกผิดหวังไปบ้าง แต่นั่นก็เป็นอนาคตที่คุณได้เลือกแล้ว
อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด
apiwut@riverorchid.com
www.orchidslingshot.com