สร้าง “เสน่ห์”.. ก่อนสร้าง Network

เจ้าของกิจการหลายคนยอมรับว่า ในการทำธุรกิจนั้น Networking หรือ การสร้างเครือข่ายทางธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญมากๆ  ในขณะเดียวกัน ก็ยอมรับอีกว่าการสร้าง Network นั้น ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เช่นกัน ด้วยเหตุผลที่ว่า “ผมพูดไม่เก่ง” “ดิฉันไม่ชอบเข้าสังคม” “ผมไม่รู้จะคุยยังไงกับคนแปลกหน้า” และ อีกนานาเหตุผลที่ปิดกั้นตัวเราเอง

 

คุณจะประสบความสำเร็จมากขึ้น มีเงินในกระเป๋ามากขึ้น ธุรกิจขยับขยาย โน้มน้าวจูงใจผู้อื่นได้มากขึ้น รวมทั้งมีอิทธิพลต่อทุกคนที่คุณพบปะมากขึ้นด้วย..ระดับของเสน่ห์ที่คุณมีต่อผู้อื่น คนบางคนอาจเกิดมาพร้อมกับเสน่ห์โดยธรรมชาติ แต่ถ้าไม่เป็นอย่างนั้นก็สามารถสร้างได้เช่นกัน การมีเสน่ห์เป็นผลจากการใช้ทักษะพิเศษ เสน่ห์เป็นสิ่งที่สามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ .. ถึงเวลาที่จะหันมาสร้างเสน่ห์กันแล้วนะคะ

 

“เสน่ห์” แท้จริงแล้วเป็นมากกว่ารูปโฉมภายนอก แต่คือความสามารถที่ใครบางคนมีเพื่อสร้างความสัมพันธ์พิเศษซึ่งทำให้คนที่อยู่ด้วยในเวลานั้นรู้สึกเป็นคนพิเศษขึ้นมา เมื่อใดที่เขารู้สึกสบายใจ และรู้สึกว่าคุณเป็นพวกเดียวกับเขาเมื่อไร ทุกอย่างจะราบรื่นทั้งหมด แม้คุณจะทำอะไรผิดพลาดบ้าง เขาก็จะให้อภัยหาเหตุผลดีๆ ให้กับความผิดพลาดของคุณ ในขณะที่คุณทำสิ่งดีๆ ให้เขา เขาก็จะปลาบปลื้มชื่นชมมากกว่าปกติ

 

การสร้างเสน่ห์เริ่มต้นจากการสร้างความประทับใจครั้งแรก (First Impression) เมื่อคุณได้พบปะใครก็ตามเป็นครั้งแรก คุณมีเวลาเพียง 3-4 นาทีเท่านั้น เพื่อให้เขารู้สึก “ถูกชะตา” และบทสนทนาในช่วงต่อมาก็จะเป็นสิ่งตัดสินว่าคุณสามารถมัดใจเขาไว้ได้หรือไม่ ดังนั้นทักษะที่ควรฝึกฝนไว้คือ..

 

ใช้รอยยิ้มพิมพ์ใจ:

รอยยิ้มแสดงถึงความเป็นสุข การยอมรับ เป็นการแสดงความดีใจที่ได้มาพบกัน รอยยิ้มแบบนี้จึงเหมาะมากๆ สำหรับการเจอกันครั้งแรก วิธีการสร้างรอยยิ้มพิมพ์ใจคือ คือ การยิ้มออกมาจากข้างใน ยิ้มอย่างเปิดเผยให้เห็นฟัน (ไม่ใช่การยิงฟันนะคะ) และหากมองในกระจกคุณจะเห็นรอยย่นรอบๆ ดวงตา เพราะกล้ามเนื้อรอบดวงตามีความสัมพันธ์กับอารมณ์และความรู้สึกโดยตรง ดังนั้น หากคุณเจอคนที่ยิ้มด้วยปาก แต่ตาไม่ยิ้มไปด้วย ก็รับรู้ได้เลยว่าคนนี้ไม่จริงใจ เป็นการยิ้มตามมารยาท

 

เวลาที่คุณอยู่ในการสนทนา ขอให้รอเวลาเหมาะๆ ที่จะยิ้มตามที่การสนทนาพาไป กรุณาจำไว้ด้วยว่า การยิ้มจริงใจนั้น จะไม่หุบหายไปแบบห้วนๆ การยิ้มจริงใจจะทิ้งระยะไว้ครู่หนึ่งเสมอ

 

เรียกชื่อเขาอย่างสนิทปาก:

วิธีง่ายที่สุดในการสร้างสัมพันธ์กับผู้อื่น คือ การจดจำและเรียกชื่อเขาอย่างถูกต้อง แต่หลายคนมีปัญหาเรื่องจำชื่อคนที่เราพบปะไม่ค่อยได้ แนะนำตัวพูดคุยกันเสร็จไม่นาน หลังเดินจากกันไปก็ลืมชื่อเขาซะแล้ว หากต้องการจดจำชื่อใครให้เริ่มจากตั้งใจฟังชื่อเขา เอ่ยทวนชื่อนั้นออกมาอย่างเต็มเสียง

 

“ยินดีมากที่ได้รู้จักคุณสมชายครับ.. ผมทำธุรกิจสิ่งพิมพ์ ไม่ทราบว่าคุณสมชายทำธุรกิจด้านไหนครับ” พยายามพูดชื่อเขาหลายๆครั้งในบทสนทนา พร้อมกับพยายามเชื่อมโยงชื่อคุณสมชายเข้ากับสิ่งต่างๆ ที่เราคุ้นเคยเพื่อบันทึกลงไปในสมอง คุณอาจเชื่อมโยงกับนักแสดงที่ชื่นชอบแบบ “เต๋า สมชาย เข็มกลัด” ก็ได้

 

ไวในการกล่าวชื่นชม:

อับราฮัม ลินคอล์น กล่าวไว้ว่า “ทุกคนล้วนชอบคำชมด้วยกันทั้งนั้น” เมื่อใดก็ตามที่คุณเอ่ยชมผู้อื่นอย่างจริงใจเกี่ยวกับลักษณะนิสัย หรือความสำเร็จของเขา เขาจะรู้สึกดีขึ้นกับตัวเองโดยอัตโนมัติ รู้สึกว่าเป็นที่ยอมรับ เป็นที่รับรู้ รู้สึกถึงความสำคัญและมีคุณค่า ทำให้เขาชื่นชอบตัวเองมากขึ้น พร้อมกับชื่นชอบคุณมากขึ้นเช่นกัน

 

“ผมชื่นชมคุณอย่างมากในเรื่องความมุ่งมั่น ความอดทน.. และนั่นก็เป็นที่มาของความสำเร็จของคุณอย่างทุกวันนี้..ผมชื่นชมจริงๆ ครับ” (อย่าลืมปิดประโยคด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจนะคะ)

 

เมื่อกล่าวชมขอให้เจาะจงเข้าไว้ กล่าวชมทั้งเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่ คอยมองหาเรื่องกล่าวชมอยู่เสมอในบทสนทนา ทุกครั้งที่คุณชื่นชมเขา เขาก็จะชอบคุณมากขึ้น และมองว่าคุณเป็นคนมีเสน่ห์

 

เลือกบทสนทนาที่น่าสนใจ:

ในการสนทนาคุณมีหน้าที่ควบคุมทิศทาง ด้วยการชวนคุยเรื่องที่อยู่ในความสนใจของเขา มนุษย์ทุกคนชอบคุยเรื่องที่เขาสนใจ โดยเฉพาะเวลาที่คนฟังดูเหมือนจะสนใจไปด้วย ผู้พูดมีแนวโน้มที่จะเปิดเผยเรื่องของตัวเองอย่างมากต่อผู้ฟังที่มีความรู้สึกร่วม หน้าที่ของคุณเพียงมีส่วนร่วมในบทสนทนา และสนับสนุนให้เขาได้พูดมากที่สุดตามที่เขาต้องการก็พอแล้ว โดยอาจชวนคุยด้วยประโยคคำถามว่า “คุณรู้สึกอย่างไรกับเรื่อง...” หรือ “คุณคิดอย่างไรกับเรื่อง...” เริ่มด้วยประโยคสั้นๆ แค่นี้ รับรองว่าคุยต่อกันยาวแน่ค่ะ

 

จำไว้ว่าไม่มีใครอยากฟังเราพูดเรื่องของตัวเองตลอดเวลา การโอ้อวดเป็นเรื่องน่ารำคาญ การพูดถึงปัญหาของตัวเองเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดสำหรับคนเพิ่งรู้จักกัน อย่าวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นในบทสนทนา ควรจำไว้ว่า สิ่งที่ผู้อื่นรู้สึกต่อคุณนั้นมักมาจากสิ่งที่คุณพูด หากคุณพูดว่า “วันหยุดที่ผ่านมา ผมพาครอบครัวไปพักผ่อนที่บ้านพักส่วนตัวของเราที่เกาะสิมิลัน พวกเราดำน้ำกันเพลินจนตัวดำกันทั้งครอบครัวเลย .. คุณมีบ้านพักส่วนตัวติดทะเลบ้างมั้ยครับ ลองจินตนาการดูนะคะว่า ตอนนี้คู่สนทนากำลังรู้สึกอย่างไรกับคุณ เขายังอยากสนทนากับคุณต่อไปอีกมั้ย !?!

 

เป็นนักฟังชั้นยอด:

จำได้ว่าครั้งหนึ่งในงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้าของบริษัท ดิฉันยืนมองลูกค้าท่านหนึ่งที่ดิฉันเป็นคนดูแลกำลังคุยอย่างออกรสออกชาติกับเพื่อนร่วมงานของดิฉัน เมื่อเขาคุยกันเสร็จ ดิฉันจึงเดินเข้าไปทักทาย ลูกค้าท่านนี้บอกกับดิฉันว่า “น้องที่น่ารักคนนั้นเป็นพนักงานบริษัทคุณใช่มั้ย..เขาเป็นคนมีเสน่ห์ที่สุดคนหนึ่งที่พี่รู้จักมาเลยนะ เป็นคู่สนทนาที่ดีมาก ทั้งฉลาด ฉะฉาน และยังมีอารมณ์ขันอีกด้วย ไว้ครั้งหน้าไปบริษัทพี่ คุณพาเขาไปด้วยนะ” ดิฉันยิ้มอยู่ในใจ เพราะตอนที่ยืนสังเกตอยู่นั้น ดูเหมือนน้องเขาแทบจะไม่ได้พูดอะไรเลยด้วยซ้ำ ที่เห็นคือ น้องคนนี้เป็นนักฟังชั้นยอด และกำลังตรึงเสน่ห์ลูกค้าของดิฉันท่านนี้ได้อย่างสิ้นเชิงทีเดียว

 

การฟังที่ดีคือฟังอย่างสนใจ โดยไม่ขัดจังหวะผู้พูด ฟังแบบให้ผู้พูดรู้สึกว่าตอนนี้คนสำคัญที่สุดในโลกของคุณคือเขาเท่านั้น เวลาที่ผู้พูดรับรู้ว่ากำลังได้รับการฟังอย่างตั้งใจแล้ว สมองของเขาจะหลั่งสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารก่อความสุขออกมา ทำให้เขารู้สึกดีกับตัวเอง ความนับถือตัวเองก็จะเพิ่มขึ้น เขาจะชอบตัวเองมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นยังส่งผลให้เขาชอบและไว้วางใจคุณมากขึ้นด้วย.. ไม่ธรรมดาใช่มั้ยคะ !?!

 

หากต้องการพัฒนาการสร้างเสน่ห์ของคุณให้ล้ำลึกไปอีก จงหมั่นมองหาคนที่คุณคิดว่ามีเสน่ห์บุคคลหนึ่งที่ดิฉันเลือกคือ พี่เบิร์ด ธงชัย แมคอินไตย ดิฉันมักคอยสังเกตพฤติกรรมของพี่เบิร์ดเวลาออกคอนเสิร์ต เวลาให้สัมภาษณ์นักข่าว เพื่อค้นให้เจอว่าพฤติกรรมอะไรที่ทำให้พี่เบิร์ดสามารถมัดใจแฟนๆ ชาวไทยได้ทุกเพศทุกวัยมาอย่างยาวนานนับสิบๆ ปี พี่เบิร์ดทำอะไรบ้างเวลาที่เขาดูมีเสน่ห์ ทุกอย่างที่สังเกตเห็นและได้เรียนรู้มานั้น สามารถนำมาสร้างเสน่ห์ที่น่าจูงใจและน่าชื่นชมในแบบฉบับของตัวเอง เพื่อฉายเสน่ห์ออกมามัดใจผู้คนรอบข้างที่เราพบเจอ

 

ทั้งหมดทั้งปวงการสร้างเสน่ห์ให้เป็นธรรมชาติ เกิดจากการฝึกฝนเพื่อความสมบูรณ์แบบ ขอให้คุณฝึกทักษะการสร้างเสน่ห์ทุกครั้งที่ทำได้ เวลาที่คุณฝึกแรกๆ อาจจะขัดเขินบ้าง นั่นเป็นเรื่องปกติ การฝึกบริหารเสน่ห์ควรทำซ้ำๆ ใช้บ่อยๆ กับเพื่อนฝูง กับครอบครัว กับเพื่อนใหม่ กับผู้คนที่คุณทำงานด้วยในแต่ละวัน ฝึกจนให้ทักษะนี้เข้าไปอยู่ในจิตใต้สำนึกของคุณโดยอัตโนมัติ ในไม่ช้าการใช้เทคนิคเหล่านี้ก็จะเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และคุณจะได้เห็น The Power of CHARM !!

 

 

กรรณิการ์ สิทธิชัย

Consulting Partner

สลิงชอท กรุ๊ป

 ที่มา: K-Inspired Q2/2558