สมองสอนอะไร ?

วันก่อนมีโอกาสไปอบรมเรื่องภาวะผู้นำ (Leadership) แนวประสาทวิทยา (Neuroscience) ที่มีชื่อเก๋ๆ ว่า “Neuro-Leadership” ซึ่งหลายท่านฟังแล้วคงไม่เข้าใจว่าคืออะไร ?

 

ผมให้คำจำกัดความง่ายๆ ว่า “การเป็นผู้นำด้วยความเข้าใจการทำงานของสมอง" (Brain-based Leadership)

หลักสูตรนี้สอนให้เข้าใจระบบการทำงานของสมอง ซึ่งพบว่าโดยธรรมชาติแล้วคนเรามีแนวโน้มรับรู้เรื่อง “ลบ” ได้เร็วกว่าเรื่อง “บวก” ซึ่งเป็นพื้นฐานของสัญชาตญาณป้องกันตัว ยกตัวอย่างง่ายๆ สมมุติหัวหน้าเดินมาบอกว่า ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไปให้เรารับผิดชอบงานในส่วนของเพื่อนที่กำลังจะลาออกมาทำเพิ่มเติม สิ่งแรกที่เกิดขึ้นในความคิดคือ “ทำไมถึงต้องเป็นเรา” “ทำไมซวยอย่างนี้” หรือไม่ก็คิดไปต่างๆ นานาในเชิงไม่ดี

มีโอกาสยากมากที่แว๊ปแรกในความคิดจะมองด้านบวก เช่น “ดีใจจังที่หัวหน้าไว้ใจ” “เป็นโอกาสอันดีที่จะได้แสดงผลงาน” หรือ “ขอบคุณหัวหน้าที่ให้เราได้เรียนรู้งานใหม่ๆ”

เมื่อสมองถูกสั่งการให้คิดในแง่ลบก่อนแง่บวก ประสิทธิภาพในการทำงานจะลดลง ความไว้เนื้อเชื่อใจรวมทั้งความสามารถในการเรียนรู้ก็ถดถอยตามไปด้วย ดังนั้นสิ่งที่ผู้นำต้องทำคือกระตุ้นให้เกิดการคิดและรู้สึกในเชิงบวกมากขึ้น

โมเดลหนึ่งที่วิทยากรนำมาแชร์และผมมองว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้นำหลายๆ คน เรียกว่า S.C.A.R.F ซึ่งถูกคิดค้นขึ้นโดยกูรูด้าน Neuroscience ชื่อดังนาม David Rock

โมเดลนี้เชื่อว่าคนเรามีความต้องการอย่างน้อย 5 อย่าง ซึ่งหากได้รับการกระตุ้นและส่งเสริมมากขึ้น จะช่วยให้เกิดความรู้สึกเชิงบวกในสมองอันจะส่งผลให้เกิดความกระตือรือร้นและทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ดังนั้นหากผู้นำเข้าใจและใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ก็จะช่วยเสริมสร้างความสำเร็จให้กับพนักงาน ทีมงานและองค์กรต่อไป

S.C.A.R.F เป็นคำย่อ ประกอบด้วย

S มาจากคำว่า Status หรือสถานะ หมายความว่าคนทุกคนอยากได้รับการยอมรับ และยกย่องเชิดชูอย่างสมเกียรติสมฐานะ เราสามารถช่วยเสริมสร้างสถานะของผู้อื่นได้ง่ายๆ  โดยการเรียกขานอย่างให้เกียรติ ไม่ดุด่าต่อหน้าธารกำนัล ใช้ภาษาให้เหมาะสม ไม่แสดงการดูถูกหรือค่อนแขะให้รู้สึกเจ็บ เป็นต้น หากผู้ที่เราทำงานด้วยรู้สึกว่าเราให้เกียรติเขาอย่างเหมาะสมด้วยความจริงใจ ความรู้สึกเชิงบวกจะเกิดขึ้น การทำงานร่วมกันก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

C มาจากคำว่า Certainty แปลว่าความมั่นคง แน่นอน -- สมองของเราไม่ชอบสิ่งที่ไม่แน่นอน คาดเดาอะไรไม่ได้ ดังนั้นในการทำงานร่วมกันเราสามารถส่งเสริมสิ่งนี้ให้มีมากขึ้นได้โดยการลดโอกาสที่จะสร้างความประหลาดใจ (Surprise) ในการทำงานให้น้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เช่น แจ้งล่วงหน้าถึงกำหนดเวลาและวาระในการประชุม ไม่ใช่เรียกประชุมกระทันหัน กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดผลงานตั้งแต่ต้นปี เพื่อปลายปีจะได้ไม่มี Surprise เกิดขึ้น หรืออธิบายเหตุผลที่ต้องตัดสินใจบางอย่าง ไม่ปล่อยให้เกิดบรรยากาศอึมครึมและคาดเดากันไปต่างๆ นานา เป็นต้น

A มาจากคำว่า Autonomy แปลว่าความมีอำนาจในการควบคุมหรือตัดสินใจบางอย่างได้ด้วยตนเอง -- สมองชอบทำหน้าที่ควบคุม สมองไม่ชอบถูกควบคุม ดังนั้นการเปิดโอกาสให้ผู้อื่นที่เราทำงานด้วยได้คิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง จะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศในแง่บวกให้เกิดขึ้น เราสามารถช่วยเสริมสร้างความรู้สึกว่ามีอำนาจให้กับผู้อื่นได้ไม่ยากด้วยการให้อิสระในการตัดสินใจหรืออย่างน้อยหยิบยื่นทางเลือกให้เขาได้มีโอกาสตัดสินใจเลือกด้วยตนเอง

R มาจากคำว่า Relatedness แปลว่าความรู้สึกเกี่ยวพันเกี่ยวเนื่องกัน -- สมองชอบสิ่งที่คุ้นเคย เมื่อได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ สมองมักพยายามเชื่อมโยงกับสิ่งที่เคยรู้จักหรือคุ้นชิน คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้สึกสะดวกใจเมื่อต้องอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้า โดยเฉพาะหากเราเป็นคนแปลกหน้าคนเดียวในหมู่คนที่เขาคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ซึ่ง ณ สถานการณ์อย่างนั้น เชื่อไหมว่าประสิทธิภาพในการคิดหรือการทำงานจะแย่ลงด้วย ดังนั้นเราสามารถช่วยสร้างความรู้สึกคุ้นชินให้กับคนที่เราทำงานด้วยง่ายๆ โดยการทำความรู้จัก พูดคุยกันเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากงานบ้าง หาประเด็นความสนใจที่คล้ายกันเพื่อพูดคุยและสร้างสัมพันธ์ที่ดี ส่ิงนี้จะช่วยให้บรรยากาศการทำงานดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตาเลยทีเดียว

สุดท้าย F มาจากคำว่า Fairness หรือความยุติธรรม ในการทำงานเราสามารถสร้างความรู้สึก “ยุติธรรม” ได้ไม่ยากนัก เช่น ในการมอบหมายงาน แบ่งให้ชัดเจนว่าส่วนใดคือสิ่งที่น้องต้องทำและส่วนใดที่พี่จะทำ หรือในระหว่างการพูดคุยหากแบ่งเวลาในการพูดและฟังให้พอๆ กัน ไม่แย่งพูดคนเดียวทั้งหมด ก็เป็นการแสดงความยุติธรรมอย่างง่ายๆ ได้ทันที

โมเดลนี้จะช่วยสร้างความรู้สึกบวกให้เกิดขึ้นในสมองของคนทำงาน อันจะส่งผลดีต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานด้วย

ลองดูครับแล้วจะพบว่ามันเวิร์คอย่างไม่น่าเชื่อ !






อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการบริหาร
บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด
apiwut@riverorchid.com
www.orchidslingshot.com
ติดตามเกร็ดความรู้ในการบริหารเพิ่มเติมได้ที่ Twitter@apiwutp