เปลี่ยนความผิดพลาดเป็นบันไดสู่ความสำเร็จ

เมื่อพบกับความผิดพลาดผิดหวังคนจำนวนไม่น้อย รู้สึกอยากยอมแพ้ อยากโยนทุกอย่างทิ้งไป บอกกับตัวเองว่า“เห็นไหมบอกแล้วทำไม่ได้หรอก ที่อุตสาห์ทุ่มเทมาเสียเวลาเปล่า ” บางคนถึงกลับตราหน้าตัวเองว่าเป็นคน “ล้มเหลว ขี้แพ้ ” สิ่งที่น่าเสียดายคือพวกเขาไม่ได้เรียนรู้ที่จะแยกแยะว่าอะไรทำได้ดีอะไรทำได้ไม่ดี คนเหล่านี้ เมื่อได้รับโอกาสใหม่ๆอีก เมื่อพวกเขาฟื้นฟูกำลังใจขึ้นมา ก็มีแนวโน้มที่จะทำความผิดพลาดแบบเดิมๆ จนหมดกำลังใจเลิกล้มไปในที่สุด

ความจริงคนที่ประสบความสำเร็จแทบทุกคนต้องประสบกับอุปสรรคและความล้มเหลวมากมายที่ให้บทเรียนและหล่อหลอมให้พวกเขาประสบความสำเร็จได้ในที่สุด โทมัส เอดิสัน ล้มเหลวกว่า 1,000 ครั้งจนกระทั้งค้นพบวิธีการผลิตหลอด ไฟหลอด แรกของโลก มีใครรู้บ้างว่า สตีฟ จ็อปส์ ก่อนที่จะกลับมาเปลี่ยนโลกด้วย iPhone เคยล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่ากับคอมพิวเตอร์ที่มีชื่อว่า NeXT ที่เขาร่วมสร้างและวางตลาด หลายคนเชื่อว่าในเวลาต่อมา สตีฟใช้หลักการทำงานสำคัญของ NeXT มาสร้างเป็น App Store และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ iPhone และ Apple กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ดังนั้น สิ่งที่แยกคนที่ประสบความสำเร็จออกจากคนทั่วไปคือ สิ่งที่พวกเขาทำหลังจากที่เราพบกับความผิดพลาดหรือล้มเหลว

เราสามารถเปลี่ยนทุกประสบการณ์ไม่ว่าสำเร็จหรือล้มเหลว ให้เป็นบันไดสู่ความสำเร็จ ทุกครั้งที่ลงมือทำเราจะได้รับบทเรียนที่ทำให้เราเข้าใกล้เป้าหมายของเรามากขึ้นโดยไม่เสียเปล่า ดังนั้นสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญ คือเราเรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์นี้ ให้ถอยออกมาจากความคิดที่ว่า “คนอื่นจะคิดกับเราอย่างไร ” ให้คิดว่าคราวหน้าจะทำให้ดีกว่านี้ได้อย่างไร คำถามที่ต้องถามตัวเองทุกครั้งคือ “อะไรที่อยากปรับปรุงหรือทำพลาดไป ” และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ต้องถามว่า “อะไรที่เราทำได้ดี และอยากเก็บไว้ ” ตรงนี้สำคัญ เพราะเราจะได้แยกแยะและเก็บสิ่งที่ดีๆ ไว้ หลายคนเห็นแต่สิ่งที่ไม่ดี เวลาคิดชอบคิดแบบเหมาเข่ง เลยมองแต่ความล้มเหลว ทำให้พลาดโอกาสเรียนรู้ การไม่เก็บข้อดีไว้เลย ก็เหมือนเราเริ่มต้นใหม่ทุกครั้ง แถมบันทอนกำลังใจตัวเอง

วิธีการนี้ใช้ได้กับตัวเอง และกับคนอื่นไม่ว่าจะทีมงานหรือคนในครอบครัว ลองดูนะครับทุกครั้งที่ทำ อะไรสำคัญๆเสร็จ ไม่ว่าจะทำโครงการทางธุรกิจ การนำเสนองาน การปิดการขาย หรือเรื่องส่วนตัวอย่าง การแข่งกีฬา การทำข้อสอบ ลองถามคนทำดูว่า คิดว่าทำอะไรได้ดี อะไรที่อยากปรับปรุง เริ่มต้นที่ข้อดีก่อนเพราะคนมีแนวโน้มที่จะมองตัวเองในแง่ลบอยู่แล้ว คำถามที่สามคือวันนี้ เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับตัวเอง เคล็ดลับคือการแยกแยะครับ อย่าเหมาเข่ง ในไม่ดีมีดี ในดีมีไม่ดี แยกให้ออกว่า เราทำดีเรื่องอะไรที่อยากทำต่อ อะไรที่ทำไม่ดี อยากปรับปรุง หรืออยากหยุดทำ ให้กำลังใจตัวเองและมองไปข้างหน้าว่าครั้งหน้าจะดีขึ้นได้อย่างไร ในโลกของคนที่ประสบความสำเร็จ มันไม่มีอะไรที่เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้ินเชิง มีแต่ข้อมูลป้อนกลับที่เป็นบทเรียน เป็นบันไดอีกขั้นให้เราก้าวไปใกล้ความสำเร็จมากขึ้น