โบนัส...จ่ายอย่างไรดี

          เมื่อวันก่อนไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในระหว่างนั่งรอมีโอกาสคุยกับหัวหน้าพยาบาลท่านหนึ่ง เธอสอบถามถึงหน้าที่การงานที่ผมทำ พอทราบว่าเป็นที่ปรึกษาด้าน HR ก็เลยถือโอกาสปรึกษาซะ นัยว่าจะได้ไม่ต้องนั่งคอยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ไหนๆ ต้องรอแล้วใช้ประโยชน์จากการคอยให้เต็มที่
          เธอบอกว่าโรงพยาบาลจะจ่ายโบนัสให้กับพนักงานในช่วงต้นปี ในฐานะหัวหน้า เธอได้งบประมาณมาก้อนหนึ่งเพื่อกระจายให้กับสมาชิกในทีม จำนวนเงินที่ได้มาน้อยกว่าที่คาดเอาไว้ สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะวิกฤติอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา ทำให้รายได้ของโรงพยาบาลไม่เข้าเป้า
          ปัญหาคือควรกระจายเงินก้อนนี้อย่างไรดี จะว่าไปแล้วก็เป็นนโยบายของโรงพยาบาลที่ต้องการจ่ายโบนัสให้พนักงานตามผลการทำงาน แต่คนในทีมที่ทำงานดีกลับเป็นคนที่มีเงินเดือนสูง นั่นหมายความว่าหากจ่ายโบนัสให้น้องคนเก่งนี้เต็ม 100% คนอื่น ๆ ในทีมจะได้เงินเพียง 60% ของที่พวกเขาควรจะได้ ดูจะน่าสงสารเกินไปสำหรับน้องคนอื่น ๆ แม้ว่าพวกเขาอาจทำงานได้ไม่ดีเท่าน้องคนแรก แต่ก็ไม่ได้ทำงานเลวร้ายจนต้องให้โบนัสน้อยขนาดนั้น ครั้นจะเอาเงินทั้งก้อนมาหารเฉลี่ยเท่าๆ กัน ก็ดูไม่ยุติธรรมอีก แล้วอย่างนี้ จะทำอย่างไรดี

          เป็นคำถามที่ตอบได้ยาก อันที่จริงอยากตอบว่าแล้วแต่วิจารณญาณและนโยบายขององค์กร แต่คิดว่าก่อนที่จะฟันธงอย่างนั้น ควรทำความเข้าใจหลักการของการจ่ายโบนัสกันเสียก่อน
การจ่ายโบนัสที่ดีควรมีวัตถุประสงค์ในการจ่ายให้ชัดเจนว่าจ่ายเพื่ออะไร เพื่อตอบแทนคนที่มีผลงานดีในปีที่ผ่านมาหรือเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับทุกคนในทีมที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำงานหรือเพื่อแบ่งปันความสำเร็จที่องค์กรมี วัตถุประสงค์ที่ชัดเจนจะเป็นตัวกำหนดเกณฑ์ในการจ่ายโบนัส หากจ่ายเพื่อตอบแทนผลการทำงาน ก็คงต้องจ่ายไม่เท่ากัน แต่หากเป็นการแบ่งกำไรหรือตอบแทนการทำงานเป็นทีม การจ่ายเท่า ๆ กัน ดูจะเป็นแนวทางที่ตอบโจทย์มากที่สุด ดังนั้นการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับพนักงานในเรื่องวัตถุประสงค์ของการจ่าย จึงเป็นเรื่องจำเป็น
         เมื่อฟังแล้วคุณหัวหน้าพยาบาลยังมีข้อกังวลต่อไปอีกว่า หากจ่ายไม่เท่ากันจะนำมาซึ่งความแตกแยกในทีมหรือไม่
ผมคิดว่าการบริหารความคาดหวังของคนทำได้ยากและเป็นเรื่องที่เกือบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำให้คนทุกคนพอใจ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์อย่างการขึ้นค่าจ้างและการจ่ายโบนัส
ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากระบบการจ่ายโบนัส เพราะไม่ว่าจะจ่ายอย่างไร ก็มีปัญหาทั้งส้ิน ยกตัวอย่างเช่น หากตัดสินใจจ่ายให้ทุก ๆ คนเท่ากัน คนที่ทำงานดีและรู้สึกว่าตนเองทุ่มเทกว่า ก็คงไม่ชอบใจ หากตัดสินใจจ่ายให้แต่ละคนไม่เท่ากัน คนที่ได้น้อยก็รู้สึกว่าไม่ยุติธรรมอีก ดังนั้นเราควรยึดหลักการมากกว่าดูตามความรู้สึกของพนักงาน
        หากหลักการเป็นการจ่ายตามผลงาน (Pay for Performance) การได้รับผลตอบแทนที่ไม่เท่ากัน ดูจะป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ดังนั้นความกังวลว่าจะเกิดความแตกแยกก็ไม่ควรเป็นปัจจัยที่ทำให้หลักการสูญเสียไป
อันที่จริงต้นตอของปัญหาความแตกแยก ไม่ได้มาจากการได้รับโบนัสในจำนวนที่ไม่เท่ากัน หากแต่มาจากการที่พนักงานรู้สึกว่าผลการประเมินไม่ยุติธรรม หัวหน้ามีความลำเอียงมากกว่า ดังนั้นแนวทางการแก้ไขไม่ใช่เปลี่ยนเป็นให้เท่ากัน แต่ควรทำการกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จในการทำงานให้ชัดเจน รวมทั้งมีการประเมินผลและพูดคุยกันระหว่างทาง เพื่อที่ปลายปีจะได้่ไม่ต้องมีเซอร์ไพร์ในเรื่องผลงาน
         หัวหน้างานเป็นตัวกลางสำคัญในการสร้างความเข้าใจให้กับพนักงาน หลายองค์กรเสียเงินเสียทองไปกับการแจกโบนัสแต่กลับไม่ได้รับความรู้สึกดีๆจากพนักงานตอบแทนกลับมา เชื่อผมปัญหาไม่ได้อยู่ที่ระบบ ปัญหาอยู่ที่หัวหน้าหรือผู้นำที่ไม่ได้ทำหน้าที่ของตนให้ดีต่างหาก

ระบบก็เป็นของมันอย่างนี้ คนต่างหากที่ทำให้ระบบเวิร์คหรือไม่เวิร์ค หากรู้สึกว่าระบบไม่เวิร์ค ปรับที่คน !