รับมือกับหัวหน้าที่มีปัญหา ตอนที่ 2

คราวที่แล้วเราคุยกันถึงแนวทางในการจัดการกับหัวหน้าที่สร้างปัญหา ซึ่งรวบรวมจากความเห็นของผู้ที่ตอบแบบสอบถามแล้วคัดเลือกแนวทางคำตอบที่ “เข้าท่า” ที่สุดมานำเสนอไปแล้ว 2  ข้อ คือ หัวหน้าไม่ใส่ใจหรือไม่เข้าใจแนวทางในการทำงานใหม่ๆ ขององค์กรส่งผลให้พนักงานมืดแปดด้านไปด้วย และ หัวหน้ามีพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่โปร่งใสหรือไม่เหมาะสม
 
คราวนี้เรามาคุยกันต่ออีก 4 ข้อ
ปัญหา : จะทำอย่างไรถ้ารู้สึกว่าหัวหน้าคอยปกป้อง “พฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง” ของใครบางคนในทีมอยู่เสมอ? 
 
คำตอบของผู้ร่วมสำรวจในประเด็นนี้ค่อนข้างหลากหลาย บ้างก็ว่าจะพยายามหาทางนำเสนอข้อมูลให้หัวหน้าได้เห็นตามความเป็นจริง จะได้ไม่หลงผิดปกป้องการกระทำที่ไม่ถูกต้องของคนๆนั้น บ้างก็ว่าจะรวบรวมผู้ที่รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจในเรื่องนี้เหมือนๆกันสักจำนวนหนึ่ง แล้วขอโอกาสเข้าไปคุยกับหัวหน้าตรงๆ ว่าการกระทำแบบนี้บั่นทอนขวัญและกำลังใจของคนในทีมเพียงใด บ้างก็ว่าจะใช้วิธีการลงโทษทางสังคม ด้วยการไม่ร่วมสังฆกรรมใด ๆ กับคนที่หัวหน้า “ให้ท้าย” แต่ที่อ่านแล้วรู้สึกว่าเข้าท่าที่สุดคือข้อแนะนำที่ว่าควรมองหัวหน้าด้วยใจเป็นกลางก่อน ความรู้สึกว่า “หัวหน้าปกป้อง” อาจเป็นความเห็นของเราเอง เพราะที่ผ่านมาอาจเป็นไปได้ว่าเราคงโดนตำหนิบ่อยเลยรู้สึกว่าหัวหน้าปกป้องคนอื่น แนวทางการแก้ไขคือทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด หากมีปัญหาในการทำงานหรือได้รับผลกระทบจากผู้ที่รู้สึกว่าหัวหน้า “ปกป้อง” ก็ให้ขอความช่วยเหลือหรือคำแนะนำจากหัวหน้า โฟกัสที่งานของเราหยุดกังวลว่าหัวหน้าจะปกป้องหรือให้ท้ายใคร
 
ปัญหา : จะทำอย่างไรหากหัวหน้าไม่ค่อยให้เวลาและไม่สนับสนุนการทำงานของคุณเท่าที่ควร จนอาจส่งผลกระทบต่อผลงานและความก้าวหน้า?
 
คำตอบส่วนมากเหมือนกันตรงที่ว่า หัวหน้าทราบไหมว่าคุณต้องการการสนับสนุนเรื่องใด หัวหน้าหลายคนไม่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเพราะเห็นว่าลูกน้องทำได้จึงอยากให้อำนาจและอิสระในการทำงานกับพวกเขา
 
หากรู้สึกว่าไม่ได้รับความช่วยเหลือหรือสนับสนุนที่เพียงพอ ข้อแนะนำของผู้เข้าร่วมสำรวจส่วนใหญ่เอียงไปในทิศทางเดียวกันคือ ให้ขอความช่วยเหลือโดยไม่ต้องรอให้หัวหน้าหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ หากสามารถคิดหาทางเลือกหรือแนวทางการแก้ไขไปก่อนก็จะยิ่งดี หัวหน้าหลายคนไม่อยากคุยกับลูกน้องบางคนเพราะรู้สึกว่ามาทีไรก็มีแต่ปัญหาไม่เคยมีทางออก ดังนั้นฝึกฝนที่จะพาคำตอบไปพร้อมปัญหา ไม่ใช่มีแต่ปัญหาโดยไม่มีคำตอบ !
 
ปัญหา : จะทำอย่างไรถ้าหัวหน้าชอบรับความดีความชอบ โดยไม่แบ่งปันเครดิตให้กับคนทำงานตัวจริง?
 
มีข้อแนะนำหลายข้อแต่อ่านแล้วไม่ค่อยโดนเท่าไร ยกเว้นคำแนะนำนี้ที่รู้สึกว่าเข้าท่าดี คือให้มองหัวหน้าด้วยความเห็นใจ ขอให้เข้าใจว่าผู้นำทุกคนไม่ได้เกิดมาพร้อมกับภาวะผู้นำที่เท่ากัน หัวหน้าคนนี้อาจรู้สึกไม่มั่นใจในความสามารถของตนเองหรือรู้สึกไม่ค่อยมั่นคงในการทำงาน จึงอยากแสดงให้คนอื่นรู้สึกว่าเขาเป็นคนเก่งและมีผลงาน การปล่อยให้หัวหน้าได้เครดิตบ้างคงไม่ทำให้เครดิตของคุณลดลงไป ในทางกลับกันหากพยายามแย่งเครดิตจากเขา อาจทำให้เครดิตเราถดถอยลง มองหาโอกาสสร้างผลงานให้โดดเด่นยิ่งๆ ขึ้นไป หวังว่าเพชรก็คงเป็นเพชรและหวังว่าวันหนึ่งผู้คนคงแยกได้ว่าเม็ดไหนของจริงเม็ดไหนของปลอม ... ฟังดูง่ายดี แต่เชื่อแน่ว่าทำยากชะมัด !
 
ปัญหา : ทำอย่างไรกับหัวหน้าที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอดเวลา วันนี้พูดอย่างพรุ่งนี้จะเอาอีกอย่าง?
 
ผู้ตอบแบบสอบถามโดยมากมีความเห็นว่า พวกเขาจะบันทึกสิ่งที่หัวหน้าพูดให้ละเอียดที่สุด บางครั้งอาจจำเป็นต้องถามซักไซ้เพื่อความเข้าใจ และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ก็จะเอาสิ่งที่บันทึกไว้ออกมา แล้วถ้าหัวหน้าตรง ๆ ว่า “ครั้งสุดท้ายที่คุยกัน เราตกลงกันว่าจะทำแบบ x ผมไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นจึงต้องเปลี่ยนวิธีการไปทำแบบ y รบกวนช่วยอธิบายหน่อยครับ”
หากหัวหน้ายังยืนยันที่จะเปลี่ยน ก็ให้บันทึกรายละเอียดไว้ใหม่และตั้งคำถามเช่นเดิมอีกหากมีการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง
 
นี่น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่พอจะทำได้แล้วและหวังว่าพอบ่อยครั้งเข้า หัวหน้าน่าจะรู้สึกตัวบ้าง แต่หากโชคร้ายไม่ว่าทำเท่าไรก็ไม่ดีขึ้น ข้อแนะนำสุดท้ายที่น่าจะได้ผลกับทุกๆ ปัญหาคือ “ทำใจ” หรือไม่ก็ “หางานใหม่”
 
ลองดูนะครับ เผื่อบางวิธีที่แนะนำนี้จะได้ผลบ้าง 
 
สิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตุคือไม่ว่าฝรั่ง จีน ไทย ล้วนมีปัญหากับหัวหน้าทั้งสิ้น ดังนั้นคำพูดที่ว่า “พนักงานตัดสินใจเข้าทำงานเพราะองค์กรแต่ลาออกเพราะหัวหน้า” ก็น่าจะยังจริงอยู่ในทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าวัฒนธรรมและภาษาใด...ใช่ไหมครับ ?