รับมือกับลูกทีมที่มีทัศนคติด้านลบ

การรับมือกับลูกทีมที่มีทัศนคติทางด้านลบส่ิงที่ทำได้ยาก โดยเฉพาะถ้าสถานการณ์นี้เกิดขึ้นกับผู้นำมือใหม่ด้วยแล้ว

คุณเปิ้ลเป็นหัวหน้ามือใหม่ที่เพิ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งมาเป็นหัวหน้าทีมขายสายเอของบริษัทขนาดกลางแห่งหนึ่ง วันที่ผมพบคุณเปิ้ลครั้งแรก เป็นวันที่คุณเปิ้ลมาอบรมเรื่องเกี่ยวกับภาวะผู้นำเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นหัวหน้าคนใหม่ในเดือนถัดไป หลังจากจบการอบรมคุณเปิ้ลเดินเข้ามาถามผมเป็นการส่วนตัวเกี่ยวกับการรับมือกับว่าที่ลูกทีมของเธอ

เนื่องจากคุณเปิ้ลทำงานร่วมกับว่าที่ลูกทีมกลุ่มนี้มาก่อน จึงพอจะรู้ว่าใครเป็นอย่างไร และที่คุณหนักใจคือ ว่าที่ลูกทีมคนหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะเป็นคนที่มีทัศนคติในด้านลบตลอดเวลา สามารถบ่นได้ทุกเรื่อง ตั้งแต่นโยบายของบริษัทจนไปถึงดินฟ้าอากาศ ซึ่งก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ถ้าพฤติกรรมการบ่นของเขาไม่ทำให้คนในทีมรู้สึกเบื่อหน่ายและท้อถอยตามไปด้วย

นอกจากนี้ด้วยทัศนคติในแง่ลบของเขา โดยเฉพาะกับเป้าหมายและงานต่างๆที่ทำ ทำให้เขาทำงานแบบไปวัน ๆ หรือทำแบบขอไปที ซึ่งทำให้คนที่รับงานต่อ ต้องมาสางปมและแก้ไขงานนั้นๆ อยู่เสมอ

แนวทางการแก้ปัญหาในขั้นตอนแรกคือต้องหาสาเหตุให้พบว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้เขามีความคิดเช่นนั้น ซึ่งโดยทั่ว ๆ ไปแล้ว คนส่วนใหญ่มีทัศนคติเปลี่ยนไปเป็นเชิงลบอันเนื่องมาจากเหตุผลหลัก ๆ สัก 2-3 อย่างเช่น (1) ผิดหวังที่ไม่ได้เลื่อนตำแหน่งหรือไม่ได้ผลตอบแทนตามที่คาดหวัง (2) รู้สึกไม่ได้รับความสนใจจึงเรียกร้องด้วยวิธีการดังกล่าว หรือ (3) จำเป็นต้องกลบเกลื่อนทักษะหรือความรู้บางอย่างที่ไม่รู้จริง เป็นต้น

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนได้กล่าวไว้ว่า เป้าหมายสำคัญของการแก้ไขปัญหานี้คือการเน้นไปที่ผลกระทบที่ได้รับจากพฤติกรรมของคนดังกล่าว ซึ่งวิธีการรับมือมีอยู่ 3 ขั้นตอนด้วยกันคือ

1.    สร้างความเข้าใจ – หาโอกาสพูดคุยกับเขาเป็นการส่วนตัว ชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมบางอย่างของเขา เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมและแสดงให้เห็นถึงทัศนคติที่ไม่ถูกต้อง บอกกับเขาตรง ๆ พร้อมยกตัวอย่างประกอบให้ชัดเจน เพราะคนบางคนไม่ทราบจริง ๆ ว่าการกระทำหรือพฤติกรรมดังกล่าว ถูกมองว่าทัศนคติไม่ดี ตัวอย่างเช่น พนักงานคนหนึ่ง เวลาเข้าประชุมมักไม่แสดงความคิดเห็นอะไร แต่พอออกนอกห้องประชุมกลับพูดจาในเชิงไม่เห็นด้วยกับผลของการประชุมบ่อยครั้ง เมื่อเรียกพนักงานคนดังกล่าวมาพูดคุยและอธิบายให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น พนักงานคนดังกล่าวรู้สึกตกใจ เพราะไม่คิดว่าการกระทำของเขาจะมีผลกระทบในเชิงลบมากขนาดนี้ เขาเพียงแค่คิดว่าในที่ประชุมมีผู้ใหญ่อยู่หลายคน เขาเป็นเด็กมีอาวุโสน้อย ไม่ควรแสดงความคิดเห็นข้ามหน้าข้ามตาผู้ใหญ่ โดยเฉพาะหากไม่เห็นด้วยกับแนวทางที่ผู้ใหญ่กำลังคุยกัน หลังจากการประชุมจึงมาแลกเปลี่ยนให้เพื่อน ๆ และคนอื่น ๆ ฟังถึงความเห็นของตนเองเท่านั้น หลังจากที่ทราบผลกระทบ พนักงานคนนี้ก็เปลี่ยนพฤติกรรมทันที

2.    สลับขั้วความคิดเห็น – ความคิดเห็นเชิงลบ บั่นทอนกำลังใจของคนทำงานและไม่มีประโยชน์อันใด เช่นการพูดว่า “โครงการนี้ไม่มีทางผ่านฝ่ายการเงินไปได้อย่างแน่นอน” คุณในฐานะหัวหน้าควรสร้างกฎกติกาว่า หากใครในทีมแสดงความคิดเห็นในแง่ลบออกมา เขาคนนั้นต้องบอกเหตุผลให้ชัดเจนและมีข้อเสนอแนะตามมาด้วยเสมอ โดยให้ใช้คำว่า “เพราะ” และ “ถ้า” ให้มากขึ้น เช่น “โครงการนี้ไม่มีทางผ่านฝ่ายการเงินไปได้อย่างแน่นอน เพราะปีนี้เขาไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ แต่ถ้าเราลดขั้นตอนหรืองบประมาณลงและยื่นเป็นโครงการสำหรับปีหน้า ไม่แน่เราอาจจะได้รับการพิจารณาก็ได้” เป็นต้น

3.    ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด – หากคุณให้โอกาสพนักงานและพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่ไม่มีอะไรดีขึ้น ขั้นตอนสุดท้ายคือการใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด ด้วยการลงโทษเพื่อให้เกิดความหลาบจำ เพราะหากคุณปล่อยให้คนที่มีทัศนคติเชิงลบยังคงทำหน้าที่ทำลายขวัญและกำลังใจของคนอื่น ๆ ในทีมอยู่ต่อไป นอกจากคุณจะไม่ได้งานจากพนักงานคนนี้แล้ว ยังทำให้ผลการทำงานของคนอื่น ๆ ในทีมค่อย ๆ ลดลงตามไปด้วย
ทั้ง 3 ขั้นตอนนี้ ควรทำไปตามสเต็ปจากเบาไปหาหนัก หากทำได้ตามนี้ ทัศนคติเชิงลบในทีมคงค่อย ๆ ลดลงและหมดไปในที่สุด


อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด
apiwut@riverorchid.com
www.orchidslingshot.com