‘รัก’ เป็นคำกริยา

“มันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่หลายคู่ต้องแยกทางกันเพียงเพราะไม่เข้าใจว่า ‘รัก’ เป็นคำกริยา”  Alanis Morissette นักร้องและนักแต่งเพลงวัย 38 ปี กล่าวในบทสัมภาษณ์กับ CNN
 
Love is a verb; not a feeling ประโยคนี้โดนสมองส่วนหลังของผมสุดๆ
 
รักเป็นคำกริยา แปลว่าแค่ ‘ความรู้สึก’ แต่ปฏิบัติตนเสมือนไม่รัก สำหรับสมองไม่มีความหมาย สมองจะให้ความสนใจเฉพาะกับสิ่งที่มันสัมผัส ดังนั้น หากอยากให้รู้ว่ารัก ก็ต้องปฏิบัติให้รับรู้ว่ารัก อีกครั้ง Love is a verb; not a feeling
 
“ขอโทษจริงๆที่ต้องทำอย่างนี้ แม้เราจะไม่ได้เป็นแฟนกันแล้ว แต่เราก็ยังรักเธอเสมอนะขนมปัง” ฟังแล้วเชื่อไหมว่าคนพูดที่กำลังเดินจากไปเพื่อดีกับแฟนเก่าจะ ‘รัก’ เราตลอดไปอย่างที่(มัน)พูด?
 
McGurk Effect เป็นการทดลองให้เห็นกันชัดๆเลยว่า สมองสนใจเฉพาะสิ่งที่มันรับรู้  วิธีการคือเปิดคลิปรูปคนที่กำลังพูดคำว่า บา...บา...บา...บา... ให้เราดู พอดูได้สักพักคนๆนี้จะเปลี่ยนไปพูดคำว่า ฟา...ฟา...ฟา...ฟา... แทน 

ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่หัวใจของการทดลองนี้คือ เสียงในคลิปไม่เคยเปลี่ยน ยังคงเป็นคำว่า บา...บา...บา... เหมือนเดิมเด๊ะ เปลี่ยนแค่ภาพที่ให้ทำปากเหมือนกำลังพูดว่า ฟา...ฟา...ฟา... ด้วยการใช้ฟันแทนริมฝีปาก หากเมื่อสมองเห็นคำว่า ฟา มันเลยสั่งให้เราได้ยินว่า ฟา ทั้งที่เสียงจริงๆคือ บา
สิ่งที่เห็นสำคัญกว่าสิ่งที่ได้ยิน

และเด็ดสุดของการทดลองนี้คือ แม้เราจะรู้เฉลยแล้วว่าเสียงนี้คือ บา แต่ฟังใหม่กี่ครั้งก็ยังสาบานว่าได้ยินเป็น ฟา อยู่ดี “ต่อให้คุณรู้ก็ไม่สามารถฝืนสมองได้”  Dr. Lawrence Rosenblum แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตริเวอร์ไซด์ กล่าวขำๆ
 
 ‘รักนะแต่ไม่แสดงออก’ สำหรับสมองคนใกล้ตัวมีความหมายเกือบเท่ากับ ‘ไม่รัก’  
 ‘พี่ใส่ใจแต่พี่ไม่เคยฟัง’ สำหรับสมองลูกน้องมีความหมายเกือบเท่ากับ ‘พี่ไม่แคร์’

ข้อคิดสำหรับผู้นำสมอง
1) สิ่งที่คุณพูดไม่มีความหมายเลยสำหรับสมองหากมันไม่ตรงกับสิ่งที่คุณทำ ช่างส่งผลอย่างมากต่อการปฏิบัติตัวของเรา ไม่ว่าในฐานะคู่รัก หัวหน้า ผู้บริหาร สามีภรรยา พ่อแม่ ฯลฯ หากคุณอยากให้ลูกน้องเข้าใจว่ารัก คุณก็ต้องปฏิบัติตนกับเขาอย่างที่จะทำให้เขารู้สึกอย่างนั้น

ปากหัวหน้าบอกว่ารัก แต่ไม่เคยให้เครดิตเวลานำเสนองานที่เราเป็นผู้อดตาหลับขับตานอนทำให้ สำหรับสมองลูกน้องมีค่าเท่ากับไม่รัก หรือพ่อแม่หลายคนบอกลูกว่ารักแต่ไม่เคยกลับมาทันกินข้าวเย็นด้วย สมองเด็กน้อยตีค่าความรักเกือบศูนย์ บอกสามีว่ารักแต่ไม่เคยพูดดีด้วย สมองสามีอาจมึนงงมากว่าตกลง ‘รักรึไม่รัก’?

2) รักด้วยความรู้สึกมันเหนื่อยสมอง อ้าว...แล้วเราจะรักเพราะรัก รักด้วยความรู้สึกลึกๆว่ารักโดยไม่ต้องแสดงออกไม่ได้หรือ? คำตอบคือ ได้ครับ แต่สมองจะเหนื่อยหน่อยกับการรักแบบนี้ เป็นการโหลดสมองส่วนหน้าอันน้อยนิดเพราะต้องใช้มันเตือนสติอยู่เรื่อยๆ

วิธีสังเกตคือการรักด้วยความรู้สึกนี้ เรามักต้องมานึกย้อนถึงมันภายหลังเมื่อคิดได้แล้ว เช่น หัวหน้าตำหนิเราต่อหน้าทุกคนในที่ประชุม ณ โมเม้นท์นั้นเรา
ไม่ได้รู้สึกถูกรักหรอก จะมาคิดได้ก็เมื่อเวลาผ่านไปสักพักว่า “เออ...พี่เค้าคงหวังดีถึงพูดแบบนั้น ลึกๆเค้าคงพูดเพราะรัก” หรือ คู่ที่ทะเลาะกันด้วยอารมณ์เสมอๆ จะพบว่าแม้การ ‘จูบ’ ภายหลังจะช่วยทำให้รู้สึกดีขึ้น แต่ตอน ‘ตบ’ ก็ไม่ได้รู้สึกดีหรอก และต้องห้ามสมองตนเองอย่างมากเพื่อไม่ให้ ‘ตบกลับ’ งั้นข้ามตอนตบไปจูบกันอย่างเดียวไม่ดีกว่าหรือ?

3) อยากได้ความรักก็ต้องแสดงออกด้วยความรัก สมองมนุษย์มีเซลส์ส่วนหนึ่งเรียกว่า ‘เซลส์กระจก’ (Mirror Neurons) มันมีหน้าที่สะท้อนกริยาที่คนอื่นแสดงกับเรา เช่น เวลาที่คนอื่นหาว เรามักหาวตามไปด้วย
 
งั้นหากอยากให้คนอื่นยิ้มกับเรา วิธีง่ายๆของการนำสมองคือ ยิ้มกับเขาก่อน หากอยากให้เขารักเรา เริ่มไม่ยากด้วยการทำกริยาที่แสดงออกถึงความรักของเราก่อน กอดเขาบ้าง ชมเขาบ้าง ใส่ใจจำเหตุการณ์ในชีวิตของเขาบ้าง สมองลูกน้องไม่เคยอยากยิ้มให้หัวหน้าที่วันๆเอาแต่ทำหน้าบึ้ง
คุณผู้อ่านล่ะครับ จะเริ่มเปลี่ยนรักจาก Feeling ให้เป็น Verb อย่างไรดี?
 
ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์
Principal Partner
สลิงชอท กรุ๊ป
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ