รักษาเด็กจบใหม่ให้อยู่ได้นานๆ ตอนที่ 3

ในสองตอนก่อนหน้า ผมพูดถึงลักษณะพื้นฐานของเด็กจบใหม่ที่อยู่ใน Generation Y หรือ GenY ไปแล้ว และได้กล่าวถึงปัจจัย 2 ข้อที่เป็นลักษณะขององค์กรพึงประสงค์ที่คนกลุ่มนี้อยากทำงานด้วย ได้แก่องค์กรที่มีสภาพแวดล้อมแบบเปิด และ องค์กรที่อนุญาตให้มีการแต่งกายตามสบาย ในตอนนี้ ผมขอคุยต่อถึงปัจจัยอื่นๆ เพิ่มเติมจาก 2 ประเด็นที่กล่าวมาแล้ว

 3. องค์กรที่มีชั่วโมงการทำงานแบบยืดหยุ่น – การทำงานแบบ 8 โมงเช้าเข้างาน 5 โมงเย็นเลิกงาน เป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจน้อยมาก หลายๆครั้งที่คนเหล่านี้จะทำงานจนดึกและคาดหวังว่าในวันรุ่งขึ้นเขาอาจมาทำงานสายโดยไม่มีใครตำหนิ หรือไม่แน่ ... อาจจะทำงานอยู่กับบ้านโดยไม่เข้าบริษัท ดังนั้นชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่นจึงเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาได้ดี

 4. องค์กรที่มีโครงสร้างแบบแบนราบและการทำงานที่มีโอกาสได้ร่วมทำกับคนอื่นๆ – ด้วยลักษณะของคน GenY ที่ใจร้อนและชอบการทำงานที่เป็นอิสระ ทำให้โครงสร้างขององค์กรที่เป็นแบบแบนราบตอบโจทย์พวกเขาได้ดีตรงที่พวกเขาสามารถเข้าถึงคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจได้ในทันทีและสามารถลงมือปฏิบัติในสิ่งที่คิดได้อย่างรวดเร็ว  โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนและลำดับชั้นการบังคับบัญชาที่น่าเบื่อ รวมทั้งการได้ทำงานร่วมกับผู้อื่น ก็เป็นการหยิบยื่นความอิสระให้เขาได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อน ๆ ต่างหน่วยงานด้วย

 5. องค์กรที่เปิดกว้างทางด้านเทคโนโลยี – คน GenY ต้องการการผสมผสานกันระหว่างงานและชีวิตที่อยู่นอกเหนือจากงาน ซึ่งเทคโนโลยีแบบเปิดกว้างเป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถตอบสนองความต้องการตรงนี้ของพวกเขาได้ องค์กรที่เปิดให้พนักงานสามารถเข้าถึงเครือข่ายออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น MSN Messenger, Facebook หรือ Skype จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้เขารู้สึกอยากอยู่และทำงานด้วย เมื่อเปรียบเทียบกับองค์กรที่ปิดกันการเข้าถึงสื่อเหล่านี้ในระหว่างการทำงาน

 6. องค์กรที่มีระบบการให้รางวัลอย่างโปร่งใส – คน GenY คาดหวังจะได้รับรางวัลหรือคำชมเชยจากผลการทำงานที่ดีของพวกเขา พวกเขาต้องการจะรู้ว่าสิ่งที่ทำมีคุณค่าต่อองค์กรมากน้อยเพียงใด และคุณค่าเหล่านั้นสามารถสะท้อนได้จากรางวัลที่เขาได้รับ

 7. องค์กรที่มีการให้ข้อมูลป้อนกลับอย่างสม่ำเสมอ – คนรุ่นใหม่เป็นพวกเปิดกว้าง ต้องการข้อมูลป้อนกลับอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง พวกเขามองว่าข้อมูลป้อนกลับมีส่วนช่วยพัฒนาตัวเขา องค์กรที่มีวัฒนธรรมการทำงานแบบที่มีการให้ข้อมูลป้อนกลับซึ่งกันและกัน พูดคุยกันบ่อย ๆ ทั้งในสิ่งที่ทำได้ดีและควรปรับปรุง มีแนวโน้มดึงดูดคน Gen Y ได้ดีกว่าองค์กรที่ไม่มีวัฒนธรรมเช่นนี้

 8. องค์กรที่มีวัฒนธรรมของการทำงานอย่างหนักที่มาพร้อมกับความสนุกสนาน (Work Hard, Play Hard) – คน GenY ต้องการให้ชีวิตการทำงานอบอุ่นเหมือนกับความสัมพันธ์ในครอบครัว พวกเขาต้องการกิจกรรมและการเฉลิมฉลองต่างๆไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬาภายในองค์กรหรือการสังสรรคกันเป็นครั้งคราว พวกเขาอยากอยู่ในองค์กรที่เวลาทำ(งาน) ทำกันเต็มที่ เวลาเล่นก็สนุกกันเต็มเหวี่ยงด้วย พวกเขาชอบอะไรที่สุดโต่ง (Extreme)

แม้สิ่งที่เล่ามาดูเหมือนจะเป็นสถานที่ทำงานในอุดมคติ แต่หลายองค์กรในประเทศไทยก็ได้เริ่มทำการปรับเปลี่ยนบางเรื่องบางแล้ว สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือเรื่องการแต่งกายที่ไม่ต้องเป็นทางการมากนักสำหรับคนที่ไม่จำเป็นต้องออกไปพบลูกค้า และชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่น หลายองค์กรอนุญาตให้พนักงานสามารถทำงานที่บ้านได้โดยจะกำหนดเวลาในการส่งมอบงานที่ชัดเจนให้

ตัวอย่างองค์กรในต่างประเทศที่เรียกได้ว่าเป็นต้นแบบของการปรับเปลี่ยนเพื่อคนรุ่นใหม่ คือ กูเกิ้ล ส่วนในประเทศไทยมีหลายองค์กรที่พอจะดูเป็นแบบอย่างได้ ไม่ว่าจะเป็น กรุงไทยบัตรเครดิต ดีแทค ปูนซิเมนต์ไทย หรือ ธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นต้น

หลายคน พออ่านถึงตรงนี้ อาจมีคำถามในใจว่า แล้วจะเปลี่ยนองค์กรให้เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร เพราะวัฒนธรรมการทำงานเก่าดูจะเข้มแข็งเสียเหลือเกิน นอกจากนั้นการปรับเปลี่ยนก็คงต้องใช้เวลานาน เกรงว่าจะไม่ทันใจคนรุ่นใหม่ที่ใจร้อนอีก

ในตอนหน้าเรามาคุยกันต่อว่าหากยังไม่สามารถเปลี่ยนองค์กรให้เป็นอย่างที่ต้องการในข้างต้นได้ องค์กรควรทำอย่างไร จึงจะยังสามารถดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้ทำงานด้วยต่อไป

 

 

 

อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา

กรรมการผู้จัดการ

บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด

apiwut@riverorchid.com

www.orchidslingshot.com