พัฒนาคนบนข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ

“อยากพัฒนา แต่ไม่มีงบประมาณ !”

นี่เป็นปัญหาคลาสสิกที่ได้ยินบ่อยๆ ทั้งจาก HR หัวหน้างาน และผู้บริหาร ที่อยากเห็นพนักงานเก่งและประสบความสำเร็จมากขึ้น แต่ติดปัญหาขัดสนเรื่องค่าใช้จ่ายในการลงทุน
 
ถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น ผมมีข้อแนะนำในการพัฒนาบุคลากรแบบง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้สตางค์มากนัก มาแบ่งปันดังนี้
 
1) เริ่มจากตัวเอง (Start with yourself)
ก่อนที่จะพัฒนาคนอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องเริ่มต้นจากการพัฒนาตัวเองก่อน เพราะไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นคนประเภท “ปากว่าตาขยิบ”
ภาษาอังกฤษมีคำพูดว่า Action is louder than words แปลว่า การกระทำเสียงดังกว่าคำพูด เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องสำคัญว่าหัวหน้าพูดหรือสอนอะไร แต่การกระทำของหัวหน้าต่างหากที่ลูกน้องเห็นและเชื่อ
 
ดังนั้น หากอยากเปลี่ยนพฤติกรรมของคนอื่น ให้เริ่มต้นจากพฤติกรรมของตัวเองก่อน ไม่มีการสอนใดๆในโลกนี้ดีกว่าการทำให้ดูเป็นตัวอย่าง
 
2) สร้างความเชื่อมั่นและให้เกียรติซึ่งกันและกัน (Establish a foundation of trust and mutual respect)
ความเชื่อมั่นเป็นสิ่งสำคัญขั้นพื้นฐานที่จะทำให้คนอื่นมั่นใจและเชื่อฟัง ดังนั้นหัวหน้าต้องสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นกับทีมงาน โดยเริ่มต้นจากทำในสิ่งที่พูด รักษาความลับของพนักงานโดยไม่นำไปพูดลับหลัง ยอมรับความผิดพลาดของตนเอง ให้เครดิตและชื่นชมทีมงาน แบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เข้าหาลูกทีมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี เชื่อมั่นในความสามารถของผู้ใต้บังคับบัญชา
 
เมื่อมีความเชื่อมั่น ก็จะมีความศรัทธา เมื่อมีความศรัทธา ก็พร้อมจะเปิดใจเรียนรู้ และเมื่อพร้อมจะเปิดใจเรียนรู้ คำสอนใดๆ ก็เป็นประโยชน์ทั้งสิ้น
เหมือนดังคำโบราณว่า “เมื่อศิษย์พร้อม ครูจะมา”
 
3) ปรับการประชุมให้เป็นโอกาสในการเรียนรู้ (Turn your meetings into learning opportunities)
การเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในห้องสัมมนาเท่านั้น ในการประชุมทุกๆ ครั้งก็สามารถเพิ่มเติมและเสริมความรู้ให้กับผู้เข้าร่วมประชุมได้เสมอ เช่น จัดให้การแบ่งปันความรู้ (Knowledge Sharing) เป็นหัวข้อหนึ่งในการประชุมทุกๆ ครั้ง เป็นต้น
 
4) ถามคำถาม (Ask questions)
คำถามช่วยกระตุ้นความคิด และเมื่อเริ่มต้นคิดก็จะเกิดการเรียนรู้ ดังนั้น ในบางโอกาส แทนที่หัวหน้าจะเป็นคนให้คำตอบหรือแนวทางในการแก้ปัญหา ลองเปลี่ยนเป็นการตั้งคำถามดูบ้าง จะช่วยพัฒนาลูกน้องได้เป็นอย่างดี
 
วิธีการเรียนรู้แบบหนึ่งที่เน้นการตั้งคำถาม คือ Action Learning ซึ่งหลักการคร่าวๆ คือให้พนักงานรวมตัวกันกลุ่มละ 5-7 คน ใครสักคนในกลุ่มเลือกประเด็นปัญหาที่คิดว่าแก้ไขได้ยากขึ้นมาพูดคุยกัน ทุกๆ คนในกลุ่มไม่มีสิทธิให้คำตอบ แต่มีสิทธิถามคำถาม ซึ่งเชื่อว่าหากได้คำถามดีๆ จะทำให้สามารถขบคิดและหาทางออกในการแก้ปัญหาได้
 
5) กระจายงานออกไป (Delegate)
หัวหน้าส่วนมากชอบทำงานที่ตนเองถนัดและคุ้นชิน ดังนั้น จึงพบว่าหัวหน้าหลายคนเอางานของลูกน้องมาทำ ในขณะที่หัวหน้าบางคนเลือกที่จะกระจายงานที่ตนเองไม่ชอบหรือต้องใช้เวลามาก ออกไปก่อน เพราะเชื่อว่าการกระจายงาน มีวัตถุประสงค์อย่างเดียวคือ แบ่งเบาภาระของหัวหน้า
 
แต่หากหัวหน้าปรับเปลี่ยนทัศนคติใหม่ โดยเชื่อว่าการกระจายงานให้ลูกน้องทำ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาศักยภาพของลูกทีม ผมเชื่อว่างานที่เลือกกระจายออกไป จะเป็นงานที่มีคุณค่ามากกว่า
 
6) มอบหมายงานที่ท้าทาย (Give stretch assignments)
นอกจากการเปลี่ยนบทบาทหน้าที่การทำงานใหม่แล้ว การมอบหมายงานในบทบาทเดิมแต่เพิ่มระดับความยากขึ้น ก็เป็นแนวทางหนึ่งในการเรียนรู้และพัฒนา ในฐานะหัวหน้าคุณมีหน้าที่มองหาโอกาสที่จะช่วยลูกทีมพัฒนาตนเองตามที่เขาควรพัฒนา เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับหน้าที่การงานในอนาคต 
นี่ไม่ใช่เรื่องของการหาคนที่เหมาะสมมาทำงาน แต่เป็นเรื่องของการหางานที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาของแต่ละคนมากกว่า
 
7) เปิดประตูสู่สังคมที่กว้างขึ้น (Make networking introductions)
หัวหน้ามีหน้าที่แนะนำ เปิดประตูและเชื่อมโยงพนักงานไปสู่โลกที่กว้างขึ้น ให้ได้รู้จักกับคนเก่งๆ ที่จะเป็นต้นแบบในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ซึ่งอาจจะเป็นคนในหรือนอกองค์กรก็ได้
 
8) ให้ข้อมูลป้อนกลับอย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Feedback)
เราทุกคนล้วนมีจุดอ่อนบางอย่างที่มองไม่เห็น จะดีมากหากหัวหน้าทำหน้าที่เป็นกระจกส่องหลังให้กับลูกทีม เพื่อจะได้รู้ว่าอะไรเป็นอุปสรรคที่ทำให้งานไม่สำเร็จหรือไม่มีประสิทธิภาพ 
 
การที่หัวหน้าได้เรียนรู้ทักษะในการให้ Feedback และทำอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้พัฒนาการของผู้ใต้บังคับบัญชาดีขึ้นอย่างมาก
 
9) เต็มใจที่จะจ่ายเงินส่วนตัวบางส่วน  (Be willing to spend real money)
บางครั้งการจ่ายเงินเพื่อพัฒนาก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น ถึงแม้องค์กรจะมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณในการพัฒนาบุคลากร แต่ถ้าหากหัวหน้าเห็นความสำคัญ การควักเงินส่วนตัวนิดๆ หน่อยๆ เพื่อสนับสนุนให้ลูกน้องได้ไปอบรมเรียนรู้ นอกจากจะทำให้เขาได้ทักษะที่สำคัญและจำเป็นในการทำงานเพิ่มขึ้นแล้ว ยังได้ใจจากพวกเขาอีกด้วย
 
 
การพัฒนาหลายอย่างในปัจจุบัน อาจไม่แพงอย่างที่คิด ลองมองหาเทคโนโลยีบางอย่างมาช่วยก็ได้ เช่น Webinar (การสัมมนาผ่านอินเตอร์เน็ท) หรือ Audio Book (หนังสือพูดได้) เป็นต้น
 
ลองดูครับ งบประมาณที่มีจำกัด อาจไม่ใช่ปัญหาในการพัฒนาคนอีกต่อไป หากหัวหน้าเปลี่ยนวิธีคิดและมุมมองไปจากเดิม
 
อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการบริหาร
สลิงชอท กรุ๊ป
apiwut.p@slingshot.co.th
www.slingshot.co.th
 ที่มา: Productivity Corner ปีที่ 15 ฉบับที่ 176 พฤศจิกายน 2557