พลังของการพูด

หลายครั้ง เราจะสังเกตเห็นได้ว่า เวลาใครบางคนพูดอะไรบางอย่างออกมา ฟังดูน่าเชื่อถือ ในขณะที่บางคนพูดเรื่องเดียวกัน กลับรู้สึกว่าไม่น่าเชื่อถือเท่าที่ควร อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น

ในชีวิตคนทำงานทั่วไปคงหลีกเลี่ยงการพูดหรือการนำเสนอไม่ได้ โดยเฉพาะการนำเสนอกับผู้บริหารหรือหัวหน้างาน หากพูดถึงวิธีในการพัฒนาทักษะการนำเสนอแล้ว ผมมั่นใจว่าคุณคงสามารถหาหลักสูตรอบรมหรือหนังสือเกี่ยวกับทางการนำเสนอมาเสริมความรู้ได้ไม่ยากนัก แต่สิ่งที่จะพูดต่อไปนี้เป็นเรื่องของเคล็ดลับในการนำเสนอที่จะช่วยเพิ่มพลังการพูดของคุณ หากสามารถนำมาใช้ได้อย่างเหมาะสม

เริ่มจากเคล็ดลับแรกที่มักได้ยินกันบ่อยๆ ว่าการนำเสนอที่ดีควรสอดแทรกการให้เครดิตคนอื่นด้วย แทนที่จะพูดแต่คำว่า “ผม”อย่างนั้น “ผม”อย่างนี้ ก็ให้เปลี่ยนเป็นว่า “พวกเรา”อย่างนั้น “พวกเรา”อย่างนี้ เหตุผลหนึ่งที่ควรสอดแทรกส่ิงนี้เข้าไปในการนำเสนอ เพราะไม่ต้องการให้คนอื่นมองว่า เราเอาความดีใส่ตัวแต่ผู้เดียว

ในทางกลับกัน หากนำเสนอด้วยการสอดแทรกส่ิงนี้มากจนเกินไป ย่อมมีผลเสียเช่นกัน เพราะผู้ฟังอาจจะรู้สึกว่า ‘ตกลง คุณทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง เพราะเห็นทุกอย่างก็ “พวกเรา” หมด !’

ดังนั้นศิลปะของการพูดจึงอยู่ที่ความสามารถในการสร้างสมดุลระหว่างการให้เครดิตคนอื่น กับ สร้างความน่าเชื่อถือให้กับตนเอง ในโลกแห่งความเป็นจริงคงไม่มีเส้นแบ่งที่ชัดเจน ต้องอาศัยการสังเกตุและปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่เหมาะสม

เคล็ดลับถัดมาเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมากโดยเฉพาะในหมู่คนไทย คือการพูดแบบถ่อมตัว สงบเสงี่ยม ไม่โอ้อวดจนเกินไป เหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนใช้วิธีการนี้กันมากเป็นเพราะวัฒนธรรมของคนไทย ที่ไม่ชอบทำอะไรโดดเด่นอันเนื่องมาจากความกลัวเกรงที่ว่า “จงทำดี แต่อย่าเด่น จะเป็นภัย ไม่มีใคร เขาอยากเห็น เราเด่นเกิน”

อย่างไรก็ตามหากเราพูดแบบถ่อมตัวมากจนเกินไป ก็จะเกิดผลเสียคือทำให้ผู้ฟังไม่เชื่อถือ หรือ ไม่เชื่อมั่นในส่ิงที่ผู้พูดพยายามพูดหรือสื่อสาร ซ้ำร้ายหากเป็นเอามาก ๆ อาจส่งผลให้ผู้ฟังรู้สึกว่า “คนพูดยังดูไม่มั่นใจเลย แล้วคนทำจะกล้าทำเหรอ” ดังนั้นการรักษาสมดุลให้ดีไม่ให้ตกไปอยู่ที่ขั้วใดขั้วหนึ่งมากจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นขั้วที่มั่นใจสุดขีด เข้าข่ายโอ้อวด หรือขั้วที่ถล่มตัวจนขาดความน่าเชื่อถือ เป็นสิ่งจำเป็น

ถัดมาเป็นเคล็ดลับการพูดสลับกับการถามเป็นระยะ ๆ การพูดแบบนี้จะทำให้บรรยากาศเป็นเหมือนการสนทนามากกว่าการนำเสนอ เพราะเป็นการสื่อสารแบบสองทาง นอกจานั้น การถามจะทำให้เราเข้าใจได้มากขึ้นว่าผู้ฟังเข้าใจและคล้อยตามเราหรือไม่

แต่หากถามมากเกินไปในระหว่างการพูดหรือนำเสนอ ก็อาจส่งผลในเชิงลบได้เช่นกัน เพราะการถามทำให้เสียเวลาและขัดจังหวะการนำเสนอ บางทีคำถามบางคำถามก็ไม่จำเป็นต้องถามบ่อย ๆ พร่ำเพรื่อ เช่น “เข้าใจไหม” “เห็นด้วยหรือเปล่า” “มีคำถามไหม” เป็นต้น คำถามพวกนี้ นาน ๆ ถามทีจะเป็นผลดี เพราะเป็นการตรวจสอบความเข้าใจ แต่หากถามบ่อยเกินไป อาจกลายเป็นดูไม่มั่นใจ และ น่ารำคาญ ก็เป็นไป ดังนั้นเลือกใช้ให้เหมาะสม


เคล็ดลับในการนำเสนอมีอีกมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ต้องเลือกใช้ให้พอเหมาะพอดี หากใช้น้อยไป การพูดหรือการนำเสนอ ก็ดูไม่น่าสนใจและอาจไม่ได้ผล ในทางกลับกันหากใช้มากไป อาจถูกมองไปในทางลบก็ได้

ดังนั้นวันนี้ขอแนะนำเคล็ดลับในการเพิ่มพลังการพูดสามวิธี ลองเอาไปใช้ดู การสื่อสารเป็นทักษะ ต้องอาศัยการฝึกฝนจนเกิดความชำนาญและทำได้ การสื่อสารไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะได้อ่านหรือได้เรียนห้องเท่านั้น
จึงอยากฝากไว้ !

อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด
apiwut@riverorchid.com
www.orchidslingshot.com