ผู้นำที่ไร้อำนาจ

คุณเคยสังเกตบ้างไหมว่าทำไมผู้นำบางคนแค่เพียงเอ่ยถึงปัญหาหรือความกังวลที่เขามี ทุกคนที่อยู่รอบข้างก็ไม่รีรอที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเขา แต่ในขณะที่ผู้นำอีกคนหนึ่งแค่เพียงทำให้คนรอบข้างยอมรับและปฏิบัติตามยังเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญ ผู้นำบางคนสามารถสั่งการได้โดยที่ไม่มีใครทักท้วง แต่ในขณะที่อีกคนหนึ่งแค่เพียงขอความร่วมมือก็ถูกตั้งคำถามและสร้างความท้าทายอย่างไม่หยุดหย่อน

ใช่แล้วครับ ครั้งนี้เราจะมาคุยกันถึงเรื่องการโน้มน้าวใจโดยไร้อำนาจ ผมได้รับอีเมลจากผู้ที่ใช้นามแฝงว่า “ผู้ไร้อำนาจ” เขียนมาถามว่า ถ้าเขาต้องการที่จะโน้มน้าวใจใครบางคนให้ทำตามหรือสนับสนุนสิ่งที่เขาต้องการ โดยที่เขาไม่ได้เป็นหัวหน้าโดยตรงของคนๆนั้น เขาควรจะทำอย่างไรดี

ต้องยอมรับว่า ในฐานะคนทำงาน บางครั้งเราก็จำเป็นที่จะต้องโน้มน้าวใครบางคนให้ทำตามที่เราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง(ของคนอื่น) หัวหน้า หรือแม้แต่ลูกค้า แล้วอะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้คนอื่นยอมทำตามสิ่งที่เราต้องการ
จากการศึกษาและประสบการณ์การทำงานในฐานะที่ปรึกษา พอจะสรุปได้คร่าวๆว่า ปัจจัยที่จะสามารถทำให้คนเราโน้มน้าวคนอื่นได้โดยไม่มีอำนาจในเชิงให้คุณหรือให้โทษได้นั้น มีอยู่ด้วยกัน 3 ปัจจัย ซึ่งปัจจัยแต่ละอย่าง จะสามารถช่วยในการโน้มน้าวใจคนอื่นได้เป็นเรื่องๆไป เราลองมาดูกันว่าปัจจัยทั้ง 3 มีอะไรกับบ้าง
  1. ความเชี่ยวชาญ – ความเชี่ยวชาญเป็นปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องกับระดับความรู้ ทักษะ หรือความเชี่ยวชาญในเรื่องที่ต้องการจะโน้มน้าว เช่นถ้ามีพนักงานจบใหม่เข้ามาทำงาน ครั้งแรกที่เขาออกไปพบลูกค้า เขาคงต้องการผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์ในการพบลูกค้าไปกับเขาด้วย ซึ่งผู้ที่ไปด้วยจะมีอำนาจในการโน้มน้าวเขา ไม่ว่าคุณจะบอกให้เขาเตรียมเอกสารอะไร แต่งตัวแบบไหน วางตัวอย่างไร เขาจะเชื่อคุณหมด ดังนั้นปัจจัยด้านความเชี่ยวชาญจะเกิดขึ้นกับคนที่แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ หรือกับคนที่ผ่านประสบการณ์มาก่อนและแน่นอนว่าประสบการณ์ที่ผ่านมานั้น ต้องแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จด้วยเช่นกัน
     
  2. ข้อมูล – ปัจจัยในเรื่องของข้อมูลนี้ เป็นเรื่องของคนที่สามารถเข้าถึงหรือมีกรรมสิทธิ์ในข้อมูลที่มีค่าหรือเป็นประโยชน์ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราต้องการจะลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ก่อนการลงทุน เราคงต้องปรึกษากับคนที่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับหลักทรัพย์ต่างๆที่อยู่ในตลาดฯได้ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่การตลาดหลักทรัพย์หรือนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ แน่นอนว่าด้วยข้อมูลที่เขามี เขาสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาโน้มน้าวให้เราซื้อหรือขายหุ้นได้ง่ายๆดังนั้นปัจจัยด้านข้อมูลจะเกิดขึ้นกับคนที่มีหรือสามารถเข้าถึงข้อมูลบางอย่างที่มีค่าสำหรับอีกคนหนึ่ง ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นสามารถนำมาใช้เพื่อการโน้มน้าวใจคนได้
     
  3. การวางตัว – ปัจจัยนี้เกิดมาจากการปฏิบัติตนและการวางตัว กล่าวคือการที่บุคคลคนหนึ่งได้รับการยอมรับว่าประพฤติตนดี เป็นแบบอย่างที่สมควรแก่การยกย่องและนับถือ ย่อมมีโอกาสในการโน้มน้าวใจคนได้ ยกตัวอย่างไม่ใกล้ไม่ไกลอย่างพระสงฆ์หรือบาทหลวงที่ปฏิบัติตัวดี ย่อมเป็นที่นับถือของบุคคลทั่วไป ทั้งที่ท่านก็ไม่ได้มีอำนาจเหนือเราในเชิงที่ให้คุณหรือให้โทษกับเราโดยตรง แต่เราเชื่อฟังในคำสอนของท่านและพยายามปฏิบัติตามเช่นเดียวกันกับบุคคลทั่วไป ถ้าคุณสามารถวางตัวได้ดีเป็นที่เคารพของผู้อื่น มีน้ำใจมีบุญคุณกับเขา คุณก็จะสามารถโน้มน้าวคนอื่นให้ทำตามสิ่งที่คุณต้องการได้โดยง่ายดังนั้นจากปัจจัยทั้งสามตัวนี้ จะเห็นได้ว่า ผู้นำที่ไร้อำนาจจากตำแหน่งหน้าที่ก็สามารถมีอำนาจได้เช่นกัน ทั้งนี้ทขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคนในการสร้างปัจจัยทั้งสามตัวนี้ขึ้นมา ซึ่งถ้ามองกันจริงๆแล้ว ปัจจัยทั้งสามนี้เป็นปัจจัยที่จะติดตัวเราไปตลอด ไม่ว่าจะไปไหนหรือทำอะไร สามสิ่งนี้ยังคงติดตามเราไป
ในขณะที่อำนาจที่มาจากตำแหน่งหน้าที่นั้น เป็นอะไรที่อยู่กับเราชั่วครั้งชั่วคราว เมื่อเราเปลี่ยนสถานะไป เช่นลาออก หรือย้ายไปอยู่ฝ่ายอื่น ความสามารถในการโน้มน้าวใจคน(กับคนกลุ่มเดิม)ก็จะสิ้นสุดลงไปโดยปริยายเช่นกัน

ดังนั้น “ผู้ไร้อำนาจ”อย่าเพิ่งคิดมากไป ลองสำรวจตัวคุณให้ได้ ไม่แน่คุณอาจจะพบว่า ตัวคุณอาจจะมีปัจจัยบางอย่างที่สามารถโน้มน้าวใจคนที่คุณต้องการจะโน้มน้าวอยู่แล้วก็ได้ หรือถ้ายังไม่มี มันก็ยังไม่สายเกินไปที่จะสร้างปัจจัยแห่งการโน้มน้าวใจเหล่านี้ขึ้นมา


อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด
 Apiwut@riverorchid.com
www.orchidslingshot.com