ผู้นำที่แตกต่าง

 

ดร.แจ๊ค เซงเกอร์ กับ ดร.โจ โฟล์คแมน ได้ร่วมกันทำงานวิจัยด้วยการเก็บข้อมูล 360 องศาของผู้นำจากประเทศต่างๆ ประมาณ 50,000 กว่าคน โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องในการให้ข้อมูลมากถึง 850,000 คนทั่วโลก เพื่อศึกษาว่าอะไรเป็นปัจจัย หลักที่ทำให้ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ (Extraordinary Leaders) แตกต่างและประสบความสำเร็จมากกว่าผู้นำธรรมดา

 

วิธีการประมวลผลคร่าวๆ คือเปรียบเทียบคุณสมบัติของผู้นำที่อยู่ในระดับ Top 10% ของการสำรวจกับผู้นำที่อยู่ในระดับ Bottom 10% ผลปรากฏว่ามีเพียง 16 ปัจจัยเท่านั้นที่พบในผู้นำ Top 10% แต่ไม่พบในผู้นำระดับอื่นๆ ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้สามารถ จัดกลุ่มได้ 5 ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกันคือ

 

คุณลักษณะพื้นฐาน (Character) - ในมุมมองของ ดร.เซงเกอร์ และ ดร.โฟล์คแมน หมายถึงการแสดงออกซึ่ง ความ ซื่อสัตย์สุจริต ตรงไปตรงมา รักษาคำพูด เป็นตัวอย่างที่ดี มีคุณธรรม ปฏิบัติตามค่านิยมขององค์กร ยึดจรรยาบรรณ และจริยธรรมเป็นที่ตั้ง (Displays High Integrity and Honesty) พูดง่ายๆ คือเป็น “คนดี”

 

ความสามารถเฉพาะบุคคล (Personal Capability) - ประกอบไปด้วย 4 ส่วนสำคัญคือ

มีความรู้ความเชี่ยวชาญในงานที่ทำ (Technical/Professional Expertise)  - ติดตามข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่ง ที่รับผิดชอบ และสามารถนำความรู้ที่มีมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับหน่วยงานและองค์กร

แก้ปัญหาและค้นหาสาเหตุ (Solves Problems and Analyzes Issues) - มีข้อมูลที่หลากหลาย สามารถวิเคราะห์ ได้อย่างเป็นระบบ แก้ปัญหาได้ตรงจุด หาทางป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดซ้ำ รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม ในการคิดและหาทางแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์

คิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Innovates) - ไม่ใช่เพียงแค่คิดค้นสินค้าหรือแนวทางในการทำงานใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังหมายรวม ถึงการท้าทายตนเองให้คิดและปรับปรุงสิ่งที่ทำอยู่หรือเป็นอยู่ ให้ดีขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งสร้างวัฒนธรรมให้เกิดการแลกเปลี่ยน เรียนรู้เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ฝึกฝนและพัฒนาตนเอง (Practices Self-Development) - เปิดใจรับฟังความคิดเห็นและมุมมองของผู้อื่น นำมาพิจารณา ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับสิ่งที่ควรจะเป็น หัวใจสำคัญคือต้องทำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

 

การสร้างผลงาน (Focus on Results) - ประกอบไปด้วย 3 ส่วนสำคัญคือ

ผลักดันให้สัมฤทธิ์ผล (Drives for Result) - พยายามอย่างเต็มที่เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้โดยไม่ย่อท้อต่อปัญหาหรืออุปสรรคระหว่างทาง กระตุ้นให้ผู้อื่นมีความรู้สึก ผูกพันและเป็นเจ้าของเป้าหมายร่วมกันเพื่อรวมพลังผลักดันให้เกิดผลสำเร็จ

กำหนดเป้าหมายที่ท้าทาย (Establishes Stretch Goals) - กระตุ้นตนเองและคนในทีมให้มีความทะเยอทะยาน ไปให้ไกลว่าเป้าที่ตั้งไว้ กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจนและขยับให้สูงขึ้นเป็นระยะๆ ตามความเหมาะสม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ทำงานเชิงรุก กล้าที่จะริเริ่ม (Takes Initiative) - อาสาทำงานที่ท้าทายโดยไม่ต้องรอให้มอบหมาย เชื่อมั่นและมุ่งมั่น ที่จะทำให้สำเร็จตามความตั้งใจ โดยคำนึงถึงปัญหาและความเสี่ยงไว้ล่วงหน้าแล้วหาทางป้องกัน

 

ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล (Interpersonal Skills) - ประกอบไปด้วย 5 ส่วนสำคัญคือ

สื่อสารอย่างมีพลังและชัดเจน (Communicates Powerfully and Prolifically) - สื่อสารให้กระชับ ชัดเจน ตรงประเด็น สามารถอธิบายเรื่องยากให้เข้าใจง่าย ใช้ภาษาและสื่อที่เหมาะสมกับระดับของผู้ฟัง

สร้างแรงบันดาลใจและจูงใจให้ผู้อื่นเกิดพลังในการทำให้อย่างเต็มความสามารถ (Inspires and Motivates Others to High Performance) - สามารถใช้แนวทางที่หลากหลายในการโน้มน้าวให้เกิดความรู้สึกอยากทำมากกว่าต้องทำ เป็นแรงบันดาลใจให้อยากช่วยเหลือและสนับสนุนให้ทีมและองค์กรประสบความสำเร็จ

สร้างความสัมพันธ์ที่ดี (Builds Relationships) - มีมนุษยสัมพันธ์กับคนรอบข้าง เป็นคนเข้าถึงได้ง่าย สามารถสร้างความเชื่อถือในหมู่คนทำงานร่วมกัน มีความยืดหยุ่นรู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาวในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

พัฒนาผู้อื่น (Develops Others) - มีความปรารถนาอยากเห็นผู้อื่นดีขึ้นเก่งขึ้น พร้อมลงทุน ลงแรงและลงเวลาในการพัฒนาผู้อื่น ให้ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) อย่างตรงไปตรงมา รวมทั้งเลือกแนวทางการพัฒนาให้เหมาะสมกับแต่ละคน

ให้ร่วมมือและทำงานเป็นทีม (Collaboration and Teamwork) - ให้เกียรติและเชื่อมั่นคนในทีม สร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน กระตุ้นให้เกิดการประสานงานและสร้างความสัมพันธ์กับหน่วยงานอื่นๆ ในองค์กรทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ

 

การนำการเปลี่ยนแปลง (Leading Change) - ประกอบไปด้วย 3 ส่วนสำคัญคือ

พัฒนามุมมองเชิงกลยุทธ์ (Develops Strategic Perspective)  - ทำความเข้าใจความเชื่อมโยงของงานที่ทำกับเป้าหมายใหญ่ขององค์กร สร้างสมดุลระหว่างความสำเร็จระยะสั้น กับความยั่งยืนระยะยาว มองเห็นผลกระทบในเชิงกว้างมากกว่าแค่งานที่รับผิดชอบ

เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Champions Change) - ริเริ่มการเปลี่ยนแปลงโดยไม่รอให้สถานการณ์บังคับ คาดเดา การเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น สนับสนุน ส่งเสริมและช่วยสร้างความเข้าใจให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เชื่อมต่อทีมกับโลกภายนอก (Connects the Group to the Outside World) - มีความรู้ความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงและความเป็นไปของโลกภายนอก สามารถนำเสนอให้ทีมงานเข้าใจถึง ความเชื่อมโยงของปรากฎการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นและผลกระทบต่องานหรือธุรกิจที่ทำ เพื่อเพิ่มมุมมองและโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น

 

อ่านดูแล้วอาจรู้สึกว่าเยอะแยะมากมาย จะทำได้ทั้งหมดหรือ ?

ไม่ต้องตกใจ … ผลการวิจัยพบว่าผู้นำที่ยิ่งใหญ่ไม่มีใครเก่งไปหมดทุกอย่าง แค่เก่งมากๆ เพียง 3 อย่าง (จาก 16) คุณก็เป็นผู้นำลำดับต้นๆ ในองค์กรได้แล้ว !

 

 

อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา

กรรมการบริหาร

สลิงชอท กรุ๊ป

 

ที่มา : Productivity Corner ฉบับที่ 181 (สิงหาคม-กันยายน 2558)