ผู้นำต้อง ‘ทำผิด’



ตั้งแต่คุณเข้ามาดูแลหน่วยงานตรงนี้ มีวิธีการทำงานอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง?
 
 
“คุณธนกฤตครับ ผมมีอะไรให้ลองทำนิดหน่อย” ผมกล่าวกับผู้จัดการโรงแรมของเราที่ระยอง พร้อมยื่นกระดาษ A4 ให้หนึ่งแผ่น
 
 
บรรทัดแรกเขียนสั้นๆว่า ‘10 things that changed since you have been here’ สิบเรื่องที่เปลี่ยนไปตั้งแต่คุณเข้ามาดูแลทีม พื้นที่ว่างด้านล่างผมเขียนตัวเลข 1-10 ไว้ให้ใส่รายการที่เป็นคำตอบ
 
 
ช่วงบ่ายคุณธนกฤตกลับมาพร้อมรายละเอียดข้อมูลที่ได้กรอกมา ผมจัดแจงตีตารางเพิ่มทางขวาของกระดาษ แบ่งเป็นสองคอลัมน์ ‘ผมคิด’ และ ‘พวกเขาคิด’ แล้วยื่นเจ้ากระดาษแผ่นนั้นกลับไป
 
 
“เอาล่ะครับ คราวนี้ผมขอให้คุณธนกฤตระบุด้วยว่าใครเป็นคนคิดสิ่งเหล่านั้น คุณเป็นคนคิดเอง หรือ คนในทีมเป็นคนคิด”
 
 
ตกเย็นผมนั่งคุยกับผู้จัดการท่านนี้ ผมเล่าถึงสิ่งที่ CEO ของบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่เคยบอกผม “เวลาคุณเป็นลูกน้อง องค์กรต้องการให้คุณ ‘ทำถูก’ แต่เวลาคุณเป็นหัวหน้า องค์กรต้องการให้คุณ ‘ทำผิด’” นั่นคือต้องการให้คุณเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง นำสิ่งใหม่และสร้างวิธีการทำงานที่แตกต่างเพื่อบรรลุเป้าหมายของทีม
 
 
สิ่งที่น่ายินดีคือ คุณธนกฤตสามารถเขียน 10 รายการออกมาได้อย่างไม่ยากนัก และผมสังเกตว่าเขายังมีอีกหลายเรื่องที่อยากใส่เพิ่มเติม แสดงว่าผู้จัดการของเรามีศักยภาพภาวะผู้นำที่ดี 
 
 
ส่วนสิ่งที่ผู้นำท่านนี้สามารถพัฒนาเป็นการบ้านต่อไปได้คือ การเพิ่มอัตราส่วนการเปลี่ยนแปลงที่มาจากลูกทีม ตอนนี้ 7 ใน 10 ของรายการในกระดาษเป็นสิ่งที่เขาเป็นคนคิดเองแล้วสั่งให้นำไปปฏิบัติ ซึ่งเราตั้งเป้าหมายกันว่าครั้งต่อไปอยากเห็นอัตราส่วนนี้ปรับเป็น 3:7 แทน 7:3 เพื่อสร้างทีมที่แข็งแรงยิ่งขึ้น ผมแนะนำเพิ่มว่าหัวหน้าควรฝึกระบุ ‘ชื่อ’ ของผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงด้วย แล้วหาวิธีให้เขารับรู้ถึงคุณค่าของมันเพื่อให้กำลังใจ เป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี
 
 
“ผมจะรอครั้งต่อไปที่มีโอกาสได้คุยกับคุณธนกฤตนะครับ” ผมบอกเขาสั้นๆ ในขณะที่เจ้าตัวยิ้มอย่างยินดีและภูมิใจ
 
 
 
ข้อคิดของผู้นำสมอง
  • สมการของผู้นำคือ 1+1+1+1 > 4 แปลว่า สมาชิกในทีมของคุณควรทำงานได้ผลมากกว่าที่เขาทำกันได้โดยไม่มีคุณ เหมือนทีมฟุตบอลที่ควรเล่นกันได้ดีขึ้นเมื่อมีโค้ช ไม่ใช่ว่ามีหรือไม่มีก็เล่นได้เท่ากัน หรือบางครั้งหนักกว่านั้นคือ พอโค้ชหายไปทีมกลับเล่น ‘ไล่โค้ช’ ได้ดีกว่าตอนที่อยู่
วิธีที่หัวหน้าจะทำให้ 1+1+1+1 > 4 คือ 1) สร้างผู้นำย่อยๆในทีมหรือที่ L. David Marquet ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Turn the Ship Around เรียกว่า Leader-Leader โมเดล ผู้นำต้องสร้างผู้นำ มิใช่ปกครองแบบกดให้เขาเป็นผู้ตามไปตลอดกาล วิธีสังเกตง่ายๆคือ ดูว่าเกิดประโยค ‘พี่จะเอาอย่างไรก็สั่งมาแล้วกัน’ จากคนในทีมมากแค่ไหน

และ 2) ผู้นำควรใช้เวลา 70% ไปกับการมองหาสิ่งใหม่ๆ มองหาวิธีที่จะ ‘ทำผิด’ มากกว่า ‘ทำถูก’ มองอนาคต ศึกษาตลาดและผู้บริโภค หารอยแยกในภูเขาน้ำแข็งของทีม เหมือนกัปตันที่สอดส่ายสายตาตรงเส้นขอบฟ้า ในขณะที่กะลาสีก้มหน้าดูเครื่องยนต์ ที่น่ายินดีคือ หลายองค์กรในไทยกำลังสร้างผู้นำลักษณะนี้ผ่านหลักสูตรผู้นำการเปลี่ยนแปลง ‘Our Iceberg Is Melting’
 
  • สำหรับสมองการ ‘ทำผิด’ ไม่ใช่เรื่องง่าย KPI ของสมองคือ การเอาตัวให้รอด ดังนั้น สมองไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง และหากเลือกได้มันชอบทำตัวเหมือนเมื่อวานที่มันรอดมากกว่าพรุ่งนี้ที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หัวหน้ามักมีประสบการณ์ทำงานค่อนข้างสูง ฉะนั้นจงระวังอาการ ‘ป๊อปคอร์น’ คือ ทำงานด้วยความเคยชินจนลืมใช้สมอง เหมือนลืมว่าล็อครถหรือยัง เพราะกดรีโมทบ่อยเสียจนจำไม่ได้แล้วว่ากด
วิธีหนึ่งคือ สิ่งที่ผมทำกับคุณธนกฤต ลองเขียนว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างตั้งแต่คุณเข้ามาเป็นผู้นำตรงนี้? หรือ ในมุมกลับกันมีอะไรที่ ‘ไม่ได้’ เปลี่ยนไปบ้าง? และมีเรื่องใดในนั้นที่ควรเปลี่ยนไปบ้างไหม?
 
 
ห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่มีโครงการให้ผู้จัดการประจำชั้นเริ่มวันด้วยการเดิน ‘ชั้นอื่น’ ก่อนชั้นตัวเอง จะได้ ‘เห็น’ สิ่งใหม่ๆจากความไม่คุ้นชินบ้าง ส่วนองค์กรชั้นนำของไทยอีกแห่งสร้างระบบให้คนฝึกสังเกตจุดต่างๆที่ควรมีการเปลี่ยนแปลง จำนวนล่าสุดที่เขาเล่าให้ผมฟังคือ 168 จุดจากการ ‘ช่วยกันมอง’ เพียงสองเดือน
 
 
เอาล่ะครับ แล้วผู้นำต้อง ‘ทำผิด’ เท่าไหร่ถึงจะพอดี? มีเกณฑ์คร่าวๆไหม?


สถิติบอกว่า...ถ้าคุณเขียนออกมาได้น้อยกว่า 10 อย่างต่อปี...คุณยังไม่ใช่ Effective Leader ครับ!

 

 





 

ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์

Principal Partner 

บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 28 ก.ย.57