บัญญัติ 10 ประการของการเป็นพี่เลี้ยงที่ดี

 

“พี่เลี้ยง” คือใคร … หลายคนอาจสงสัย ?

แต่ละองค์กรให้คำจำกัดความแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่มักหมายถึงพนักงานที่มีวัยวุฒิและตำแหน่งที่สูงกว่า รวมทั้งมีประสบการณ์ในการทำงานหรืออยู่กับองค์กรมานานกว่า

 

บางองค์กรอาจคิดสร้างสรรค์ต่อยอดไปมากกว่านั้น เช่น Microsoft มีระบบที่เรียกว่า “พี่เลี้ยงกลับด้าน” (Reversed Mentor) คือให้น้องใหม่ที่มีอาวุโสน้อยกว่าเป็นพี่เลี้ยงให้กับพนักงานที่อายุมากกว่า ซึ่งส่วนใหญ่เรื่องที่พูดคุยมักเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เพราะเด็กรุ่นใหม่ดูจะคุ้นเคยและคล่องแคล้วในเรื่องนี้มากกว่า

 

บางองค์กรยังกำหนดเพิ่มเติมด้วยว่าพี่เลี้ยงต้องอยู่คนละหน่วยงานและเป็นเพศเดียวกัน เป็นต้น

พี่เลี้ยงในองค์กรส่วนใหญ่ มีหน้าที่แนะนำเรื่องชีวิตความเป็นอยู่และโอกาสก้าวหน้าในบริษัท มากกว่าช่วยแก้ปัญหาการทำงานในแต่ละวัน ซึ่งมักเป็นหน้าที่ของหัวหน้างานโดยตรงมากกว่า

 

บัญญัติ 10 ประการของการเป็นพี่เลี้ยงที่ดีประกอบไปด้วย

 

  1. อยู่กับปัจจุบัน - เลโอ ดอลสตอย นักวรรณกรรมชื่อก้องโลก ให้ปรัชญาในการดำเนินชีวิตเพื่อประสบความสำเร็จไว้ 3 ประการ คือ คนที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือ คนที่อยู่ตรงหน้า เวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือ ปัจจุบันขณะ และ งานที่สำคัญที่สุดคือ งานที่ทำอยู่ตอนนี้ แม้จะฟังดูง่ายๆ แต่ลึกซึ้งมาก พี่เลี้ยงที่ดี ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบัน จิตใจไม่วอกแวก ล่องลอย ให้เวลากับน้องเลี้ยง (Mentee) อย่างเต็มที่ เพราะเขาคือคนที่สำคัญที่สุด ณ เวลานั้น
  2. ฟัง อย่างตั้งใจ - การฟังให้สมบูรณ์ ต้องฟังให้ครบทั้ง 5 องค์ประกอบ ได้แก่ ฟังด้วยหู คือ เงี่ยหูฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ ฟังด้วยตา คือ สบตาผู้พูดและใช้สายตาอ่านภาษากายของคู่สนทนา ฟังด้วยปาก คือ โต้ตอบและสักถามเป็นระยะ ฟังด้วยตัว คือ ภาษากายที่แสดงออกถึงความตั้งใจฟัง เช่น โน้มตัวไปข้างหน้า ไม่ทำท่ากอดอกหรือเอามือพาดท้ายทอย เป็นต้น และสุดท้ายฟังด้วยใจ คือ ฟังเพื่อให้ได้ยินอารมณ์และความรู้สึกของผู้พูดที่ไม่ได้สื่อออกมาเป็นคำพูด
  3. ตั้งคำถาม - พี่เลี้ยงที่ดี ไม่ใช่คนทำหน้าที่เล่าเรื่องราวของตัวเองหรือให้คำแนะนำเท่านั้น การตั้งคำถามจะช่วยให้น้องเลี้ยงได้คิดและค้นหาทางออกบางอย่างด้วยตัวเองได้บ้างซึ่งอาจจะยั่งยืนกว่าการให้คำตอบเพียงอย่างเดียว เชื่อไหมครับว่าบ่อยครั้งที่คำถามสำคัญกว่าคำตอบ ยกตัวอย่างเช่น หากวันนั้นไม่มีใครสงสัยและตั้งคำถาม โลกใบนี้ก็จะยังคง “แบน” มิได้ “กลม” เหมือนเช่นวันนี้ !
  4. เป็นแบบอย่าง - “การกระทำ ดังกว่า คำพูด” คำกล่าวนี้ยังเป็นจริงเสมอ ดังนั้นพี่เลี้ยงในฝันต้องตระหนักอยู่เสมอว่าการกระทำหรือการแสดงออกของตนมีผลกับคนอื่น ดังนั้น สิ่งที่ควรพร่ำสอนน้องเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ ตลอดระยะเวลาที่ทำหน้าคือ “จงทำอย่างที่ฉันทำ ไม่ใช่ทำอย่างที่ฉันพูด”
  5. สร้างความรับผิดชอบในตัวน้องเลี้ยง - ระบบพี่เลี้ยงจะเป็นแนวทางในการพัฒนาบุคลากรที่ได้ผลดีมาก ก็ต่อเมื่อน้องเลี้ยงรู้สึกเป็นเจ้าของกระบวนการนี้และรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น พี่เลี้ยงมีหน้าที่สื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจและกำหนดความคาดหวังให้ชัดเจนตั้งแต่แรก
  6. ให้ข้อมูลป้อนกลับ - พี่เลี้ยงต้องสามารถให้ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) ได้อย่างเฉพาะเจาะจง ในเวลาที่เหมาะสม สมดุลทั้งสิ่งที่ทำได้ดีและยังทำได้ไม่ดี เพราะการให้ข้อมูลป้อนกลับจะทำให้การพัฒนาเกิดขึ้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  7. ให้เกียรติและรักษาความลับ - ความไว้วางใจที่มีต่อกันเป็นเรื่องสำคัญ จรรยาบรรณอย่างหนึ่งของพี่เลี้ยงคือ ต้องไม่นำความลับหรือเรื่องที่พูดคุยกันเฉพาะสองคน มาเปิดเผยให้คนอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องรับทราบโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะหากความเชื่อใจที่มีต่อกันสูญเสียไปแล้ว กระบวนการในการเป็นพี่เลี้ยง-น้องเลี้ยงต่อไป จะไม่บรรลุผลสำเร็จเลย
  8. ให้เวลา - ในโลกนี้ไม่มีใครมีเวลามากกว่าใคร ทุกๆ คนมีเวลาคนละ 24 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 7 วันเท่ากันหมด เพียงแต่ว่าแต่ละคนอาจมีปริมาณของกิจกรรมที่ต้องทำไม่เท่ากัน คนที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่คนที่สามารถทำทุกอย่างที่ต้องการได้ทั้งหมด แต่พวกเขาเลือกทำในสิ่งที่สำคัญและเร่งด่วนได้ดีกว่าคนอื่นต่างหาก ดังนั้น อาจเป็นไปได้ที่พี่เลี้ยงบางคนรู้สึกว่างานประจำที่ทำอยู่ ก็เยอะมากแล้ว หากต้องทำหน้าที่พี่เลี้ยงอีกคง “ไม่มีเวลา”

 

ไม่จริง ! ผมบอกแล้วว่าทุกคนมีเวลาเท่ากันหมด ปัญหาคือคุณให้เวลาที่มีจำกัดไปกับเรื่องอะไรมากกว่า

ดังนั้น หากคิดว่าการทำหน้าที่พี่เลี้ยงเป็นเรื่องสำคัญและมีประโยชน์ทั้งสำหรับองค์กรและตัวพนักงานเอง คงไม่มีทางอื่นนอกจาก “ให้เวลา”

 

  1. ลดอัตตาโดยไม่ต้องกลัวเสียหน้า - ทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว ต่างเป็นบทเรียนที่ดีให้กับเราได้ ความสำเร็จ ถือเป็นแรงบันดาลใจให้ลอกเลียนแบบ ส่วนความล้มเหลว เป็นเครื่องเตือนใจไม่ให้ก้าวพลาด พี่เลี้ยงที่ดีควรต้องกล้าแบ่งปันทั้งหนทางไปสู่ความสำเร็จและประสบการณ์จากความผิดพลาดล้มเหลว โดยไม่ต้องกังวลว่า “อาจทำให้ดูไม่ดี” !
  2. เป็น น้ำไม่เต็มแก้ว - สมัยเด็กๆ ที่เริ่มต้นทำงานใหม่ๆ เจ้านายคนแรกบอกว่าผม “เมื่อศิษย์พร้อมครูจะมา ศิษย์ไม่พร้อมครูไม่มี” วันนั้นยอมรับว่าไม่เข้าใจ จนเวลาผ่านไปจึงเรียนรู้ว่า ถ้าใจเราเปิด เรื่องใดๆ จากใครก็ได้ เป็นครูให้ได้เสมอ ในทางกลับกัน หากไม่เปิดใจ ถึงแม้จะนั่งอยู่กับปราชญ์ผู้เกรียงไกลสองต่อสอง ก็ไม่อาจเรียนรู้อะไรได้ ดังนั้นการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลานอกจากจะช่วยเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับน้องเลี้ยงแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างทักษะและความรู้ใหม่ๆ ให้กับพี่เลี้ยงได้อีกด้วย

 

บัญญัติ 10 ประการนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางการเป็นพี่เลี้ยงในฝัน ทุกวันนี้องค์กรต้องการบุคลากรที่มีคุณภาพเพราะคนคือปัจจัยแห่งความสำเร็จที่สำคัญที่สุดสำหรับทุกองค์กร

ระบบพี่เลี้ยงเป็นแนวทางหนึ่งในการพัฒนาคนที่ได้ผลอย่างน่าทึ่ง หากทำให้ดีและต่อเนื่อง !

 

 

 

อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการบริหาร
สลิงชอท กรุ๊ป

 

 

Productivity Corner ปีที่ 15 ฉบับที่ 177 ธันวาคม 2557