นิสัยที่ทำให้ตัดสินใจได้ไม่ดี



วันก่อนมีโอกาสไปร่วมงานเลี้ยงรุ่นกับเพื่อนกลุ่มหนึ่ง หลังจากทักทายถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันพอสมควรแล้ว เพื่อนหลายคนที่เป็นเจ้าของกิจการก็เริ่มบ่นถึงยอดขายที่ตกลง

 

บางคนมองว่าอีกไม่นานเศรษฐกิจน่าจะเข้าสู่ขาลงอย่างเต็มตัว แม้รัฐบาลบอกมาตลอดว่า “เศรษฐกิจปีนี้จะดีขึ้น” ก็ตาม !

ตอนนี้หลายคนวางแผนรัดเข็มขัด บางคนตัดสินใจทำบางอย่าง เพื่อเตรียมรับมือกับวิกฤติย่อยๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

พอกลับถึงบ้าน ได้นั่งคิดทบทวนถึงสิ่งที่คุยกัน

 

ทำให้จินตนาการย้อนไปในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งและสถานการณ์ความวุ่นวายหลายอย่างที่ผ่านมาของบ้านเมืองเรา

พบว่าการตัดสินใจที่ผิดพลาดในช่วงนั้น ได้นำพาธุรกิจและประเทศชาติไปสู่ความหายนะที่ไม่อาจคาดเดาได้ จริงอยู่แม้ว่าปัจจัยหลายอย่าง อาจอยู่นอกเหนือความสามารถที่จะควบคุมก็ตาม

ดังนั้น การตัดสินใจที่ดีและมีคุณภาพภายใต้สถานการณ์บังคับและข้อจำกัดหลายๆ อย่าง จึงเป็นทักษะที่ผู้นำเก่งๆ ทุกคนต้องมี

 

ประจวบเหมาะพอดีที่ได้อ่านงานวิจัยของ Zenger Folkman สถาบันที่มุ่งเน้นการพัฒนาภาวะผู้นำผ่านกระบวนการดึงจุดแข็งออกมาทำให้โดดเด่น ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ (Partner) กับบริษัทที่ผมสังกัดอยู่

 

Dr.Jack Zenger และ Dr.Joseph Folkman ผู้ก่อตั้งสถาบัน ได้นำข้อมูลผลการวิจัยของผู้นำกว่า 50,000 คนทั่วโลกเกี่ยวกับการตัดสินใจ มาทำการวิเคราะห์เจาะลึก โดยนำข้อมูลของผู้นำที่ได้คะแนนต่ำที่สุดด้านการตัดสินใจ 1% สุดท้าย มาเปรียบเทียบกับส่วนที่เหลืออีก 99% เพื่อหาว่าผู้นำที่ตัดสินใจได้ไม่ดี มีปัจจัยใดที่แตกต่างจากผู้นำคนอื่นๆ ที่ตัดสินใจได้ดีกว่า

ผลลัพธ์น่าสนใจมาก !

 

เบื้องต้นพบว่าผู้นำที่ตัดสินใจได้ไม่ดี มีปัญหาหลักๆ 2 ประการคือ

หนึ่ง - ขาดความคิดที่เป็นกระบวนการหรือเป็นระบบ เพราะมักมองเรื่องราวต่างๆ เป็นจุดๆ ไม่ได้คิดเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ได้มองปัญหาหรือแนวทางแก้ไขแบบบูรณาการ มักกระโดดเข้าหาคำตอบที่ง่ายที่สุดเสมอ

สอง - ขาด “เข็มทิศ” ในการตัดสินใจ เพราะมักใช้ความคิดเห็นส่วนตัว ความสำเร็จในอดีต และความรู้สึก (Gut Feeling) เป็นแนวทาง แทนการใช้เป้าหมายและกลยุทธ์ขององค์กรเป็นที่ตั้ง

 

นอกจากนั้น ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์พบด้วยว่า สาเหตุที่ทำให้ผู้นำหลายคนตกหลุม “การตัดสินใจที่ไม่ดี” มาจากนิสัยแย่ๆ 9 ประการ (เรียงตามความถี่ที่เกิดขึ้น) ได้แก่

1. ความขี้เกียจ (Laziness)

ขี้เกียจในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความขี้เกียจทำงาน แต่หมายถึงความขี้เกียจในการคิดตัดสินใจ เช่นไม่ค้นหาข้อเท็จจริง เอาแต่คิดและคาดเดาเอาเอง ไม่ใส่ใจที่จะถามหาความคิดเห็นหรือมุมมองอื่นๆ ที่แตกต่างจากของตน พูดง่ายๆ คือ “จะคอยมองหาทางออก ที่ง่ายที่สุดเท่าที่จะหาได้” เท่านั้นเอง

2. การไม่คำนึงถึงสิ่งที่ไม่คาดฝัน (Not anticipating the unexpected)

ความผิดพลาดและเรื่องไม่คาดฝัน เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ จากการวิจัยพบว่า คนจะตัดสินใจได้ดีขึ้น หากใช้เวลาสักนิดในการคิดและเตรียมการถึงเรื่องแย่ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ในทางกลับกันคนที่ตัดสินใจผิดพลาดบ่อยๆ มักเป็นพวกมองโลกในแง่บวกมากเกินไป ชอบคิดว่า “ทุกอย่างจะเป็นไปอย่างที่คาด”

ประเด็น นี้ถูกตอกย้ำอีกทีโดย Andrew Grove อดีตผู้บริหารของ Intel ที่เขียนหนังสือ Only the Paranoid Survive เมื่อหลายปีก่อน จนโด่งดังเป็นพลุแตก เพราะยืนยันว่า “พวกวิตกจริตเท่านั้น จะรอดได้”​ !

3. การไม่ตัดสินใจ (Indecisiveness)

บางครั้งปัญหาบางอย่างแม้จะคลุมเครือไม่ชัดเจนหรือมีข้อมูลไม่เพียงพอก็จำเป็นต้องได้รับการตัดสินใจอย่างรวดเร็วและทันท่วงที ผู้นำที่ตัดสินใจไม่ดี คือ พวกที่รอให้ทุกอย่างพร้อม เพื่อมั่นใจว่าเมื่อตัดสินใจแล้วจะไม่ผิดพลาด พวกเขาจึงเลือกที่จะ “ยังไม่ตัดสินใจ” ทั้งๆ ที่สถานการณ์สุกงอมเต็มที !

4. การยึดติดอยู่กับอดีต (Remaining locked in the past)

ผู้นำหลายคนมักยึดติดอยู่กับความสำเร็จในอดีต ดังนั้น เมื่อสถานการณ์บีบคั้นให้ต้องตัดสินใจ พวกเขามักมองย้อนกลับไปเพื่อเทียบเคียงปัญหาที่เกิดขึ้นนี้กับเหตุการณ์และแนวทางแก้ไขที่เคยใช้ได้ผลในอดีต แล้วจึงนำวิธีการที่ประสบความสำเร็จดังกล่าวมาใช้อีกที โดยไม่คำนึงว่า วัน เวลา สถานการณ์ และผู้คนได้เปลี่ยนไปแล้ว

5. กรอบในการตัดสินใจที่ไม่สอดคล้องกับทิศทางขององค์กร (Having no strategic alignment)

หน้ารับผิดชอบหลักอย่างหนึ่งของผู้นำทุกระดับคือการนำเป้าหมายและกลยุทธ์ขององค์กรมาเป็นแนวทางในการบริหารหน่วยงานที่ตนเองดูแล เพื่อช่วยต่อยอดให้ภาพรวมประสบความสำเร็จ แต่ปัญหาของผู้นำบางคนคือไม่สามารถเชื่อมโยงวัตถุประสงค์ขององค์กรเข้ากับหน่วยงานที่ตนเองดูแลได้ จึงตัดสินใจไปคนละทิศคนละทางกับแนวทางหลัก คล้ายต่างคนต่างเดิน ไม่ได้คุยภาษาเดียวกัน

6. ความไม่เป็นตัวของตัวเอง (Overdependence)

บางครั้งการตัดสินใจไม่เกิดขึ้นเพียงเพราะคนหนึ่งรอใครอีกคนหนึ่งตัดสินใจ ในขณะที่ “อีกคน” ที่ว่านั้น ก็รอ “ใครอีกสักคน” ตัดสินใจเช่นกัน แม้การให้เกียรติและให้ความร่วมมือเป็นสิ่งที่ดี แต่การพึ่งพิงหรือเกรงใจกันมากเกินไป ทำให้การตัดสินใจขาดความเด็ดขาดและไม่มีประสิทธิภาพ

7. การอยู่อย่างโดดเดียว (Isolation)

ผู้นำที่อยู่เงียบๆ ไม่ค่อยสุงสิงหรือปฏิสัมพันธ์กับใคร มักมีปัญหาในการขอความช่วยเหลือหรือความร่วมมือจากผู้อื่น ส่งผลให้ขาดข้อมูลหรือมุมมองที่หลากหลายและกว้างพอ บางทีการ “สุมหัว” ก็อาจจำเป็นโดยเฉพาะการตัดสินใจใหญ่ๆ ที่มีผลกระทบกับคนหมู่มาก อย่าลืมสุภาษิตโบราณที่ว่า “อยากไปเร็ว ไปคนเดียว อยากไปไกล ไปด้วยกัน”

8. การขาดความเข้าใจในเนื้องานเชิงลึก (Lack of technical depth)

ในฐานะผู้นำ คงเป็นไปได้ยากที่จะลงรายละเอียดในทุกงานที่ดูแล แต่การตัดสินใจสำคัญๆ บางครั้งจำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านเทคนิคเชิงลึกประกอบด้วย การศึกษา ค้นคว้า หาข้อมูลและรับฟัง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ เพราะการตัดสินใจที่เด็ดขาดแต่ขาดความเข้าใจ ย่อมนำไปสู่ “หายนะ” ได้เช่นกัน

9. การไม่สื่อสาร (Failure to communicate)

เมื่อผู้ที่เกี่ยวข้องไม่เข้าใจเหตุผลของการตัดสินใจ บางทีการตัดสินใจดีๆ ก็ไม่อาจนำไปสู่การลงมือปฏิบัติจริงที่มีคุณภาพได้ เพียงเพราะผู้ตัดสินใจไม่ได้อธิบายถึงที่มาที่ไป เหตุผล และประโยชน์ของการตัดสินใจนั้นๆ

 

วิกฤตจะมาหรือไม่ ไม่มีใครรู้ !

แต่การตัดสินใจดีๆ ควรเกิดขึ้นทุกวัน ในทุกองค์กร 

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องตัดสินใจ ลองสำรวจตัวเองด้วยใจเป็นกลางดูว่า “นิสัยที่ทำให้ตัดสินใจได้ไม่ดี” ทั้ง 9 นี้ คุณมีกี่ข้อแล้ว ?

 

อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา

กรรมการบริหาร

สลิงชอท กรุ๊ป

 

 ที่มา: SME Thailand ฉบับ February 2015