นิทานหิ่งห้อย

Strategic Thinking is a habit; not a skill การคิดเชิงกลยุทธ์เป็นนิสัยไม่ใช่ความสามารถ 

นี่คือข้อคิดที่ผมอยากแชร์กับคุณผู้อ่านในวันนี้
 
ช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมา ผมใช้เวลาส่วนใหญ่กับองค์กรต่างๆในหลักสูตร “Strategic Thinking” นัยว่าหลายองค์กรตระหนักถึงสองประเด็น 1) ความเร่งด่วนของสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงสูง เช่น Asian Economic Community ที่จะมาถึงอยู่รอมร่อ และ 2) ช่วงว่างระหว่างผู้นำที่จะเกษียณกับผู้บริหารที่จะขึ้นมาทดแทนเป็น Successors จึงต้องเร่งสปีดการเตรียมความพร้อมด้านการคิดเชิงกลยุทธ์
 
Insight ที่เกิดในสมองผมคือ “การคิดเชิงกลยุทธ์ไม่ใช่ความสามารถ” ที่จะเรียนกันเฉพาะในวันสองวัน แต่มันคือนิสัย หรือ Habit
 
เด็กน้อยได้ยินเรื่องราวกล่าวขานมานาน... หากใครได้จับหิ่งห้อยมาเก็บเอาไว้ใต้หมอน
นอนคืนนั้นจะฝันดี ฝันเห็นดวงดาวมากมาย ฝันเห็นเจ้าชายเจ้าหญิง ฝันแสนสวยงาม
 
นี่คือ การคิดแบบ Fixed Mindset ว่ากลยุทธ์เป็นทักษะที่สามารถเอาคนมานั่งเรียนวิธีเขียน Vision Mission Strategies สองสามวัน หรือมานั่ง Brainstorm กันหาความคิดใหม่ๆแล้วจะบรรลุผลสำเร็จ คล้ายว่าสมองเป็นหิ่งห้อย จับเอามาขังไว้ในกล่องแล้วคืนนั้นจะฝันดี อย่างที่พี่จุ้ย ศุ บุญเลี้ยง ไอดอลของผมร้องไว้ใน ‘นิทานหิ่งห้อย’ กับวงเฉลียง
 
หากสมองไม่ได้ทำงานอย่างนั้น ระบบ Default Network คือหัวใจของความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ฝรั่งเรียกว่า Thinking by not thinking เพราะระบบนี้จะทำงานเมื่อเรา ‘หยุดบังคับ’ เช่น หนึ่งในเวลาที่สมองคิดได้ดีที่สุดคือ ระหว่างที่เจ้าของนอนหลับ เราจึงมักได้ความคิดใหม่ๆดีๆยามเช้าเมื่อตื่นขึ้น
 
ครึ่งหนึ่งของรางวัลโนเบลในปี 1981 มอบให้กับ Dr. Roger Sperry ผู้เป็นที่มาของการแบ่งสมองเป็นซีกซ้ายและขวา ส่วนอีกครึ่งหนึ่งมอบให้กับ Dr. David Hubel and Dr. Torsten Wiesel ผู้ศึกษาเรื่องการทำงานของเซลส์สมอง เป็นงานวิจัยที่เติบโตมาสู่ความเข้าใจในปัจจุบันว่าสมองทำงานเป็นสังคม เป็นเน็ตเวิร์คเหมือนเฟสบุ๊ค (Neuronal Network) และอาศัยการแบ่งปันข้อมูลเพื่อนำไปสู่นวัตกรรมความคิดใหม่ๆในสมองมนุษย์
วิธีคิดเชิงกลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือ การคิดบ่อยๆ คิดเสมอๆ เจออะไรก็คิด ก็ตั้งคำถาม ตั้งข้อสังเกต พี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ เคยให้เคล็ดลับไว้ว่า “ความคิดเหล่านั้นจะตกตะกอนเองในภายหลัง”
 
ข้อคิดสำหรับผู้นำสมอง
1) ฝึกคิดให้เป็นนิสัย การคิดเชิงกลยุทธ์เป็นนิสัยไม่ใช่ความสามารถ นิสัยคือสิ่งที่คุณทำซ้ำๆจนไม่ต้องกำหนดให้ตนเองทำอีกต่อไป องค์กรอาจช่วยคนของคุณสร้างนิสัยเหล่านี้ได้ด้วยการ ‘บังคับ’ ให้คิดอย่างสม่ำเสมอจนติด เหมือน Google ที่ให้เวลา 20% ต่อสัปดาห์กับพนักงานเพื่อคิดโน่นคิดนี่ แล้วมีเวทีเพื่อแชร์ความคิดของแต่ละคน หรืออย่างน้อยๆก็ ‘อย่าขัดขวาง’ เวลาคนอยากคิด ลูกน้องมีไอเดียจะนำเสนอ แม้จะดูไร้เหตุผลและไม่เห็นด้วยเพียงไร หัวหน้าควรปล่อยให้พูดปล่อยให้ลอง เพราะวัตถุประสงค์คือการฝึกคิดให้เป็นนิสัยไม่ใช่การหาคำตอบ
 
2) ฝึกคิดอย่างนิทานหิ่งห้อย Growth Mindset คือ การหยุดขังสมองไว้ใต้หมอน แทนการเรียกคนที่เกี่ยวข้องมานั่งประชุมครั้งละสองสามชั่วโมงที่กำกับโดยหัวหน้า ควรใช้วิธีที่เป็นมิตรต่อการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ในสมองมากกว่า อาจให้มารับบรีฟหัวข้อและวัตถุประสงค์สักครึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นมอบสมุดโน้ตให้หนึ่งเล่มพร้อมปากกา บอกพวกเขาว่าอีกหนึ่งสัปดาห์เราจะมาพบกันใหม่ หน้าที่ของเขาคือ “จดทุกความคิดที่เกิดขึ้นในหัวระหว่างนี้” แล้วนำกลับมาแชร์กันตอนนั้น ผมเชื่อว่าองค์กรจะได้คำตอบใหม่ๆของปัญหาเดิมๆ มากกว่าการขังเขาไว้ในห้องเพื่อ brainstorm
 
3) ฝึกให้รักในสิ่งที่ทำ วิธีคิดถึงกลยุทธ์มีสองประเภท 1) กลยุทธ์เป็นศาสตร์ ที่เรียนได้ศึกษาได้ เช่น Game Theory, BCG Growth Share Matrix, Blue Ocean Strategy ฯลฯ และ 2) กลยุทธ์เป็นศิลป์ ที่เกิดขึ้นจากความรัก ความลุ่มหลง และความมุ่งมั่นในสิ่งที่ทำ เช่น Sam Walton กับ Wal-Mart หรือ Steve Jobs กับ Apples หรือ Howard Schultz กับ Starbucks สมการที่ดีคือ ต้องมีทั้ง 1) และ 2) อย่าหลงยึดติดกับสมองจนลืมหัวใจ หากคุณฝึกรักและหาทางฝึกให้สมาชิกของคุณรักในสิ่งที่ทีมทำ กลยุทธ์จะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อทุกเวลา เหมือนหิ่งห้อยนับร้อยนับพันที่สว่างไสวอยู่บนต้นลำพู
เด็กน้อยนอนหลับสบายอมยิ้มละไม ใต้หมอนไม่มีกล่องอะไรไม่มีสิ่งใดๆถูกขัง
 
นอนคืนนั้นจึงฝันดี ฝันเห็นดวงดาวมากมาย ฝันเห็นเจ้าชายเจ้าหญิง... ...ฝันแสนสวยงาม
 
ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์
Principal Partner
สลิงชอท กรุ๊ป
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 9 พ.ย.57