นำตนเองไม่เป็น…อย่าคิดนำผู้อื่น

เล่าปี่ได้รับคำแนะนำจากชีซีว่า หากต้องการกอบกู้ราชวงศ์ฮั่นให้สำเร็จได้โดยง่าย ต้องไปเชิญขงเบ้งมาเป็นกุนซือเพื่อคอยให้คำปรึกษา เพราะนอกจากขงเบ้งจะเป็นผู้รอบรู้สรรพวิชาอย่างแตกฉานแล้ว ยังเป็นนักวางแผนชั้นยอดอีกด้วย ดังนั้นเล่าปี่กับน้องร่วมสาบานอีกสองคนคือ กวนอู และเตียวหุย จึงออกเดินทางไปพบขงเบ้ง ณ เทือกเขาโงลังกั๋ง แต่ด้วยภูมิอากาศที่โหดร้ายท่ามกลางหิมะขาวโพลน ไม่เห็นแม้ดวงอาทิตย์ในเวลาเที่ยงวัน ทำให้เตียวหุยซึ่งแม้จะเคยผ่านสงครามอันยากลำบากมาแล้ว ไม่เห็นด้วยที่ต้องทนตรากตรำเดินทางไปกราบคารวะให้กับคนบ้านนอกคอกนา ซึ่งไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าเสียด้วยซ้ำ แต่เล่าปี่ก็มิได้ลดละความพยายามแต่อย่างใด บอกให้เตียวหุยกลับไป หากกลัวพายุหิมะ และกล่าวว่า “อันธรรมดาจะปรารถนาของดี ก็ย่อมประกอบด้วยอุตสาหะจึงจะได้” แต่เล่าปี่ก็ต้องพบกับความผิดหวังก้มคำนับผิดคนผิดตัวมาแล้วถึง 3 ครั้ง 3 ครา เป็นที่อับอายของกวนอู และเตียวหุย ด้วยเหตุที่เล่าปี่นั้นเป็นถึงเจ้าเมือง และมีศักดิ์เป็นพระเจ้าอาของพระเจ้าเหี้ยนเต้ ทำไมต้องมากราบกรานหนุ่มบ้านนอกซึ่งมีอายุอ่อนกว่าเล่าปีถึง 20 ปี แต่ด้วยเชื่อในสิ่งที่ตนเองตั้งใจไว้ มองไปที่เป้าหมายสุดท้าย ไม่หวั่นไหวแม้จะพบอุปสรรครอบด้าน จนครั้งสุดท้ายเมื่อเล่าปี่มาถึงกระท่อมไม้ไผ่ของขงเบ้ง มีวิธีเดียวที่จะทำให้เล่าปี่ถอดใจกลับไปคือแกล้งนอนหลับตั้งแต่เช้าจรดเย็น แต่เล่าปี่กลับยืนสำรวมกิริยาอดทนรอคอยอยู่ตรงปลายเท้าของขงเบ้ง ทำให้ขงเบ้งต้องยอมรับการคารวะและลงจากเขาไปทำศึกร่วมกับเล่าปี่ด้วยความเต็มใจ จนในที่สุดราชวงศ์เล่าปี่สามารถครอบครองแผ่นดินหนึ่งในสามของจีนได้ 

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าเล่าปี่เป็น “ผู้นำ” ที่มิได้บังคับให้ใครเดินตาม แต่เขามีศักยภาพในการนำตัวเอง มุ่งไปยังเป้าหมายสุดท้ายที่วางไว้ โดยสามารถควบคุมความคิด ความรู้สึกและพฤติกรรมได้ด้วยตัวเอง ไม่วอกแวก ไม่หวั่นไหว จนทำให้คนรอบข้างเห็นศักยภาพในการมี “ภาวะผู้นำ” ของเขา สอดคล้องกับสุภาษิตบริหารที่กล่าวไว้ว่า “ผู้นำมิใช่ผู้ที่อยากจะเดินนำคนอื่น แต่ผู้นำ คือผู้ที่คนอื่นอยากจะเดินตาม” ดังนั้นพื้นฐานสำคัญของการมีภาวะผู้นำคือความสามารถในการนำตนเอง (Self-Leadership) หากเราต้องการให้ผู้อื่นเดินตรงไปข้างหน้า ตัวเราเองต้องควบคุมตัวเองไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง พระพุทธเจ้าเคยตรัสถึงภาวะผู้นำเอาไว้ว่า “ยามฝูงโคว่ายน้ำข้ามฟาก หากโคจ่าฝูงนำไปตรง โคบริวารก็ว่ายตรง หากโคจ่าฝูงนำไปคด โคบริวารก็ว่ายคดตามไปด้วย” อาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะบอกว่าพนักงานคนใดในองค์กรควรจะเป็นผู้นำในอนาคต แต่สิ่งหนึ่งซึ่งฉายแววให้เรามองเห็นได้ง่ายที่สุดคือ พนักงานคนใดมีความสามารถในการนำตนเองได้ดีกว่าใคร พนักงานคนนั้นจะเป็นบุคคลที่สามารถควบคุมตัวเองเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของงานได้ มีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง มีความภูมิใจในผลสำเร็จของงานที่ทำ มีความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาและรับผิดชอบปัญหาที่จะเกิดตามมา ตรงข้ามกับพนักงานที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง มองไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง มักต้องการพิสูจน์ตัวเองด้วยการใช้คนอื่นเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แต่ก็มักไม่กล้าทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเนื่องจากกลัวความล้มเหลว ฉะนั้นบุคคลที่สำคัญที่สุดซึ่งคุณต้องนำเขาให้ได้ก่อนใคร คือ “ตัวคุณเอง” หากคุณนำตัวเองไม่เป็น….อย่าคิดนำผู้อื่นเลยครับ
 
จักรพันธ์ จันทรัศมี