ทำไม...ไม่ได้ดั่งใจ

วันก่อนมีโอกาสไปฟังสัมมนาของอาจารย์ยงยุทธ พีรพงศ์พิพัฒน์ ผู้แต่งหนังสือเรื่อง “Be With : ดีหรือแย่แล้วแต่จะคิด” ต้องบอกว่าเป็นการสัมมนาที่ดีมาก ผมได้ข้อคิดหลายอย่าง วันนี้จึงขอนำมาแบ่งปัน
 
การสัมมนาเริ่มจากการทำกิจกรรม ซึ่งปรากฏว่าผู้เข้าอบรมส่วนใหญ่ทำได้ไม่ครบถ้วนตามที่วิทยากรสั่ง อาจารย์จึงมีคำถามว่า “เป็นความผิดของใคร?” 
 
ผู้เข้าอบรมจำนวนมากบอกว่าเป็นความผิดของวิทยากรที่บอกไม่ชัดเจน ในขณะที่คนส่วนน้อยบอกว่าเป็นความผิดของตนเองที่ฟังไม่ดี ส่วนอีกกลุ่มที่มีไม่เยอะนักบอกว่าเป็นความผิดร่วมกันของทั้งสองฝ่าย
อาจารย์สรุปว่า “ไม่ว่าเป็นความผิดของใคร สิ่งสำคัญคือเราได้ทำในส่วนของเราดีที่สุดแล้วหรือยัง”
 
ทุกคนเงียบ !

 
อาจารย์ถามต่อว่าในฐานะผู้เข้าอบรม ขณะที่วิทยากรอธิบายได้ซักถามเพื่อให้เข้าใจในคำสั่งอย่างชัดเจนไหม ได้มีการขอให้วิทยากรทบทวนในสิ่งที่ตนเองไม่เข้าใจหรือไม่ 
 
ในทางกลับกันสำหรับวิทยากรเอง จะดีกว่าไหมถ้าเขียนคำสั่งให้ชัดเจนแทนที่จะพูดอธิบายเพียงอย่างเดียว จะดีกว่าไหมเมื่ออธิบายจบแทนที่จะถามว่า “ใครมีคำถามบ้าง” เปลี่ยนเป็นให้ผู้เข้าอบรมช่วยอธิบายความเข้าใจของตนเอง
 
จากกิจกรรมทำให้เห็นว่าการเปลี่ยนคนอื่นเป็นเรื่องยากและดูเหมือนว่าหลายครั้งจะไม่อยู่ในฐานะที่ทำได้ด้วยซ้ำ เช่นผู้เข้าอบรมคงไม่สามารถทำให้วิทยากรพูดหรืออธิบายให้ชัดเจนขึ้นได้ ในขณะเดียวกันวิทยากรก็คงไม่สามารถบังคับให้ผู้เข้าอบรมตั้งใจฟังได้เช่นกัน
 
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าเราไม่สามารถควบคุมคนอื่นได้ พวกเขาไม่ว่าเป็นใคร หัวหน้าเรา ลูกน้องเรา ลูกค้าเรา เพื่อนเรา ภรรยา/สามีเรา หรือแม้แต่ลูกของเรา เขาก็จะทำอย่างที่เขาคิด
 
สิ่งที่ดีที่สุดที่ทำได้คือควบคุมและปรับเปลี่ยนตัวเอง โดยเริ่มต้นจากการคิดว่าทำอย่างไรจึงจะมีความสุขและประสบความสำเร็จมากขึ้นในสภาพอย่างนี้
 
ตัวอย่างร้านอาหารแห่งหนึ่งที่อาจารย์เล่าให้ฟัง พบว่าสิ่งที่พนักงานเสริฟทั้งร้านรู้สึกเบื่อมากที่สุดคือ ลูกค้าที่ชอบถามว่า “ร้านนี้อะไรอร่อย?” อาจารย์ยงยุทธจึงถามว่า ทำไมจึงไม่ชอบ พวกเขาตอบว่า “พอแนะนำไป ไม่ถูกใจก็ไม่สั่ง แล้วก็เลือกอย่างอื่น อย่างนี้จะถามทำไม ตอบบ่อยๆ ก็เบื่อเหมือนกัน” อาจารย์จึงบอกว่าลูกค้าฝากมาบอกว่า “ลูกค้าจะไม่เปลี่ยนพฤติกรรมนี้แน่นอน คุณในฐานะพนักงานเสริฟจะทำอย่างไร?”
 
พนักงานเสริฟนำกลับไปคิด เมื่ออาจารย์กลับมาอีกครั้งในเดือนถัดไป พวกเขาก็ให้เล่าว่า ตอนนี้เวลาส่งเมนูให้ลูกค้าก็จะพูดเลยว่าร้านนี้มีอะไรอร่อย อาจารย์จึงถามต่อว่า แล้วพอใจหรือยังกับแนวทางการแก้ปัญหานี้ คำตอบที่ได้คือ “ยังไม่พอใจ” เพราะพวกเขาต้องพูดซ้ำไปซ้ำมา โต๊ะแล้วโต๊ะเล่าวันละหลายๆ รอบอยู่ดี อาจารย์จึงบอกว่าลูกค้าฝากมาบอกว่า “ลูกค้าจะไม่เปลี่ยนพฤติกรรมนี้แน่นอน คุณในฐานะพนักงานเสริฟจะทำอย่างไร?”
 
ผ่านไปอีกหนึ่งเดือน อาจารย์กลับไปที่ร้านอาหารดังกล่าวอีกครั้ง คราวนี้สิ่งที่พบคือ เมนูที่มีรายการอาหารแนะนำเขียนไว้ด้านหน้าอย่างชัดเจน พร้อมกับรอยยิ้มของพนักงานที่ในที่สุดก็แก้ไขปัญหานี้ได้ เพราะพวกเขาคิดที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง
 
เมื่อเปรียบเทียบกับชีวิตทุกวันนี้ ก็จะพบว่ามีหลายอย่างที่เราไม่ค่อยพอใจและอยากจะเปลี่ยนแปลง บางครั้งเราไม่พอใจหัวหน้า บางทีไม่พอใจลูกน้อง บางคนไม่พอใจลูกค้า หลายคนไม่พอใจคนในครอบครัว 
 
ผมขอยืมคำพูดของอาจารย์ยงยุทธ์มาบอกกับพวกเราว่าคนเหล่านั้นฝากมาบอกว่า “พวกเขาจะไม่เปลี่ยนพฤติกรรมนี้แน่นอน คุณจะทำอย่างไร?”
 
ถ้าทุกอย่างเริ่มต้นที่ตัวเรา หากคิดว่าเราคือคนที่ต้องรับผิดชอบ 100% ในเรื่องนั้นๆ คนอื่นเขาจะไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเขา...เราจะทำอย่างไร ?
 
การเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นที่ตัวเรา...จริงไหม?

 


 
อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการบริหาร
บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด
apiwut@riverorchid.com
www.orchidslingshot.com
ติดตามข้อคิดในการบริหารเพิ่มเติมได้ที่ Twitter@apiwutp