ทำผิด ทำพลาด ทำอย่างไรดี


วันนี้ ผมได้รับอีเมลฉบับหนึ่งจากผู้ที่ลงท้ายอีเมลว่า “ผู้รับผิดโดยไม่ได้ทำ” เล่าให้ฟังว่า เขาเป็นหัวหน้าทีมฝ่ายการตลาด มีหน้าที่ดูแลการเขียนและออกแบบโบวชัวร์ใหม่ๆให้กับองค์กร ก่อนหน้านี้เขาได้รับงานด่วนที่ต้องเขียน ออกแบบและผลิตโบวชัวร์ให้เสร็จภายในระยะเวลาอันสั้น ปัญหาคือเขาได้ลาพักร้อนไว้ก่อนหน้าเพื่อเดินทางไปต่างประเทศกับครอบครัว เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์และโบวชัวร์ก็ต้องเสร็จภายในสัปดาห์นั้นด้วยเช่นกัน

เขามีเวลา 1 วันก่อนที่จะเดินทาง จึงรีบกระจายงานให้กับคนที่ต้องเขียนคำพูด (Copywriter) และคนออกแบบ พร้อมทั้งมอบหมายให้พนักงานที่มีอาวุโสสูงที่สุดในทีมช่วยดูแลงานนี้แทนทั้ง หมดระหว่างที่เขาไม่อยู่ ปรากฏว่าพอกลับมาจากต่างประเทศ พบว่าโบวชัวร์ที่ผลิตออกมามีความผิดพลาดหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นสีเพี้ยนหรือตัวสะกดผิด แม้จะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรนัก แต่ก็ทำให้ภาพลักษณ์ขององค์กรเสียหาย

ผู้บริหารและฝ่ายขายโทษเขาที่ไม่ดูแลงานให้ดี แล้วจะทำอย่างไรดี ในเมื่อเขาไม่ได้เป็นคนทำ !

ถ้าจะให้พูดตรงๆ คงต้องบอกว่า การที่พวกเขาชี้มูลความผิดมาที่คุณเป็นส่ิงที่ถูกต้องแล้ว ในเมื่อคุณเป็นหัวหน้าทีม เป็นคนที่ต้องรับผิดชอบทีมและผลงานของทีม ไม่ว่าคุณจะเป็นคนทำหรือไม่ได้ก็ตาม

อย่าเพิ่งโกรธนะครับ ผมพูดตามหลักความเป็นจริงของคนที่เป็นหัวหน้า จากกรณีของคุณ ถ้าลูกค้าอ่านโบวชัวร์และเข้าใจผิดจากคำที่สะกดไม่ถูกต้อง คุณคิดว่าลูกค้าจะกล่าวโทษใคร เขาก็คงต้องกล่าวโทษองค์กรและตัวผู้บริหารที่สร้างความเข้าใจผิดให้กับพวก เขา ลูกค้าไม่กล่าวโทษคุณเพราะเขามองว่าผู้บริหารในฐานะผู้รับผิดชอบองค์กร ต้องเป็นผู้ที่รับผิดชอบความเข้าใจผิดนี้เช่นกัน

ดังนั้นสิ่งที่อยากแนะนำเป็นอย่างแรกคือการยอมรับในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น อย่าพยายามโทษคนอื่น อย่าปัดความรับผิดชอบ เพราะถึงแม้คุณไม่ได้เป็นคนทำ ก็ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ อย่าพูดปกป้องตนเองเพราะนั่นจะทำให้คุณดูแย่มากขึ้น – ยอมรับผิดแบบแมนๆ จะดีกว่า

เมื่อยอมรับในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นแล้ว จงเรียนรู้จากมัน เรียนรู้ว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต ชี้ให้ลูกทีมที่เกี่ยวข้องทุกคนเห็นว่าข้อผิดพลาดคืออะไร ผลกระทบจากความผิดพลาดนั้นเป็นเช่นไร และที่สำคัญ ควรทำอย่างไรจึงจะช่วยกันป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดซ้ำเดิมขึ้นอีก

ผมเป็นที่ปรึกษาขององค์กรข้ามชาติยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ทุก ๆ เดือนในวันพฤหัสสุดท้าย เขาจะมีกิจกรรมการแลกเปลี่ยนแรียนรู้จากความผิดพลาดที่เกิดขึ้น โดยนำความผิดพลาด บทเรียนที่ได้รับ และ แนวทางการป้องกันปัญหามาเล่าสู่กันฟัง เขาเรียกกิจกรรมนี้ว่า IMF ย่อมาจาก It’s My Fault แปลว่ามันเป็นความผิดของฉันเอง  ผมคิดว่าเป็นแนวทางที่ดี คือ นอกจากจะได้แลกเปลี่ยนข้อคิดและสิ่งที่ควรระมัดระวังแล้ว ยังเป็นการฝึกฝนให้พนักงานกล้ารับความผิด โดยไม่ชี้นิ้วไปที่คนอื่น .. ใครจะลองนำไปปรับใช้ในองค์กรบ้าง ผมคิดว่าเจ้าของคงไม่สงวนลิขสิทธิ์นะครับ

อันที่จริงความผิดพลาดเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาภาวะผู้นำ แน่นอนว่าความผิดพลาดที่ดีที่สุดสำหรับการเรียนรู้คือ ความผิดพลาดที่สร้างความเสียหายน้อยแต่ให้บทเรียนมาก 


อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด
apiwut@riverorchid.com
www.orchidslingshot.com