ทบทวนสักนิด ชีวิตจะเปลี่ยน

คุณเป็นแบบนี้ไหม? ต้องการทำงานเพื่อให้ผลงานออกมาดี โดยทำงานหามรุ่งหามค่ำทุกวันแม้แต่วันหยุด บ้าน...เป็นที่อาบน้ำแต่งตัวและพักนอนสัก 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น เพื่อน...ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว...แทบจำไม่ได้ด้วยว่ามีเพื่อนชื่ออะไรบ้าง แฟน..ครั้งสุดท้ายที่เจอและได้คุยกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว....จำไม่ได้เหมือนกัน วันหยุด...ไม่รู้จักคำนี้ ลูกน้อง...ต้องเปิดโทรศัพท์ 24 ชั่วโมงและพร้อมรับคำสั่งเสมอ

ถ้าคุณเป็นเช่นนั้น บอกได้เลยว่าคุณไม่ใช่คนเดียวที่เป็น ผมมีโอกาสโค้ชคุณจตุพร ผู้บริหารระดับกลางขององค์กรใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งฝ่ายทรัพยากรบุคคลขององค์กรดังกล่าวติดต่อเข้ามาเพื่อให้ไปช่วยโค้ช...ก่อนที่จะเชิญเธอออกจากองค์กร หากไม่สามารถปรับตัวได้

จะว่าไปแล้วคุณจตุพรเป็นคนที่มีผลการทำงานดีมาก แต่...ไม่มีใครสามารถทำงานด้วยได้ เธอเป็นคนขยันทำงาน มากขนาดที่คิดว่าไม่น่าจะมีมนุษย์คนไหนทำได้อย่างเธอ และในขณะเดียวกันเธอก็คาดหวังว่าทุกคนที่ทำงานร่วมกับเธอต้องเป็นแบบเธอเท่านั้น จึงส่งผลให้เธอโกรธและเกรี้ยวกราดใส่ทุกคนที่ไม่สามารถทำได้อย่างที่คาดหวัง เธอจะมองว่า ด้วยหน้าที่และอำนาจที่มี เธอต้องเป็นคนสุดท้ายที่ตัดสินใจในทุกสิ่งที่ดูแล เธอไม่ใช่ผู้ฟังที่ดีนักและในขณะเดียวกันก็ไม่ได้เป็นผู้ที่จะทำให้ลูกทีมรู้สึกเคารพศรัทธา แม้เธอจะทำงานอย่างขยันขันแข็งอยู่ตลอดเวลา แต่ทุก ๆ อย่างเริ่มไม่โอเคแล้วตอนนี้

แต่...ที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่ใช่ปัญหาที่จะทำให้เธอถูกเชิญให้ออก หากแต่ปัญหาจริง ๆ อยู่ที่ว่าเธอคิดว่า “เธอไม่ใช่คนที่เป็นปัญหา” !

แน่นอนว่า การจะโค้ชใครสักคนหนึ่ง สิ่งแรกที่ต้องทำคือการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่จะได้รับการโค้ช ผมมีโอกาสคุยกับลูกน้องของคุณจตุพรหลายคน รวมถึงเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าของเธอ จากนั้นจึงนำข้อมูลที่ได้ไปคุยกับเธอ ผลที่ออกมาคือเธอบอกว่ารู้อยู่แล้วว่าผลต้องเป็นแบบนี้เพราะนี่เป็นข้อมูลที่เคยได้รับตอนอยู่ที่ทำงานเก่า และนั่นเป็นเหตุผลที่เธอลาออกจากที่เดิม

ในสถานการณ์อย่างนี้ หลายคนคงจะหัวเราะแห้ง ๆ กับความดื้อรั้นของเธอ แต่จริงๆแล้วปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความดื้อรั้น แต่อยู่ที่ว่าคนเราส่วนมากมักไม่ค่อยมองย้อนกลับไปดูว่า การกระทำอะไรของเราบ้างที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ดังกล่าวออกมา คุณจตุพรไม่เคยหันไปมองว่า ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นกับเธอในอดีตเกิดมาจากอะไร แล้วเธอก็ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก เช่นเดียวกันกับพวกเราทุกคน หลายครั้งที่เราไม่ได้หันกลับไปคิดทบทวนดูว่า อะไรที่ทำแล้ว ทำให้ประสบความสำเร็จ และอะไรที่ทำแล้ว ทำให้ล้มเหลว

ถ้าเป็นไปได้ สิ่งหนึ่งที่อยากให้ทุก ๆ คนทำเป็นประจำสมำ่เสมอทุก ๆ วัน คือลองใช้เวลาสัก 5 นาที คิดทบทวนดูว่า วันนี้ได้ทำอะไรไปบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมประชุม งานที่ทำจนเสร็จ บทสนทนาที่พูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่ช่วงเวลาที่พักผ่อน จากนั้นลองถามตัวเอง 3 คำถามดังต่อไปนี้

  1. วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง ฉันทำอะไรเสร็จหรือสำเร็จ และมีอะไรที่ยังคงรอการสะสางจากฉันอยู่
  2. วันนี้ฉันได้เรียนรู้อะไรบ้าง – เกี่ยวกับตัวเองหรือคนอื่น แล้วฉันวางแผนที่จะทำอะไรในวันพรุ่งนี้ – จะทำเหมือนเดิมหรือทำแตกต่างไปจากเดิม
  3. วันนี้ฉันติดต่อกับใครบ้าง มีใครที่ต้องให้ข้อมูลเพิ่มเติม แสดงความขอบคุณ หรือถามคำถามบ้าง

คำถามสุดท้ายนี้ เป็นคำถามที่จะช่วยให้คุณมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง มันคงใช้เวลาไม่นานมากนักที่จะเขียนอีเมลหรือโทรไปขอบคุณใครบางคน ถามคำถามอะไรบางอย่าง กับใครสักคน หรือสื่อสารข้อมูลบางเรื่องให้กับสมาชิกในทีมรับทราบ ซึ่งแน่นอนว่าผลที่ตามมานั้น... ประเมินค่ามิได้

หลังจากโค้ชคุณจตุพรอยู่หลายเดือน เธอเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ลดความเร็วในการตอบสนองของตัวเองลงและมองคนรอบ ๆ ข้างมากขึ้น

วันก่อนผมโทรไปหาเธอและฝากข้อความไว้ ซึ่งถ้าพูดตรง ๆ ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนักกับการโทรกลับมาของเธอ แต่เธอก็โทรกลับมาหาในเย็นวันนั้นแล้วฝากข้อความไว้ว่า “ได้ฟังข้อความของอาจารย์แล้วคะ ขอบคุณมากสำหรับกำลังใจที่ให้ เดี๋ยวขอออกไปทานข้าวกับน้อง ๆ ในทีมก่อน แล้วยังไงจะโทรกลับมาคุยอีกครั้งนะคะ”

แล้วเธอก็โทรกลับมาหาในวันรุ่งขึ้น

เธอเปลี่ยนไป !

 

อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา

กรรมการบริหาร

บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด

www.orchidslingshot.com

apiwut@riverorchid.com

ติดตามเกร็ดความรู้ในการบริหารจัดการได้เพิ่มเติมที่ www.twitter.com/apiwutp