Version ที่ดีที่สุดของเรา

ปีใหม่ ฟ้าใหม่ ได้เวลาดีๆอีกครั้ง ที่จะนั่งพินิจพิจารณาว่า หนทางข้างหน้าจะไปทางใด ถึงเวลาถามตัวเองว่า “เราเป็น Version ที่ดีที่สุดที่เราสามารถเป็นได้แล้วหรือยัง? ” ทั้งนี้ เราต่างคุ้นเคยกับการแสวงหา Version ใหม่.. ไม่ว่าจะเป็นมือถือรุ่นล่าสุด Update Version ไลน์ที่ออกใหม่ โละของใช้ เพื่อซื้อรุ่นใหม่..ที่ดีกว่า นุ่มกว่า สวยกว่า.. แต่ยังไม่สู้ได้ใช้เวลาแสวงหา Version ใหม่ หรือ Upgrade สิ่งใด โดยเฉพาะ “ใจ ” ของเรา

ดิฉันได้ฉลองปีใหม่กับเพื่อนๆ นั่งคุยกันประสาคนที่ผ่านชีวิตมามากพอควร หลังเฮฮา หารือสารพัดเรื่องของชาวบ้านร้านเมืองถึงเวลาคุยเรื่องสำคัญ “ตัวฉันเอง ” พวกเราอาชีพครู พบกันทีไร หนึ่งสิ่งที่ไม่เคยลืม คือ แบ่งปันหนังสือที่ต่างถือมา เพราะมีสาระน่าจะเป็นประโยชน์แก่กันและกัน หนังสือเล่มหนึ่งที่เราถกกันคืนนั้น คือ Off Balance เขียนโดย Matthew Kelly ที่มีคำถามดีๆ ที่เราต้องแสวงหาคำตอบด้วยตนเอง ขอมีโอกาสแบ่งปันคำถามเหล่านี้ กับท่านผู้อ่านค่ะ

สิ่งหนึ่งที่กลุ่มเราเห็นพ้องต้องกันตามคุณ Kelly ผู้เขียน คือ หน้าที่ที่สำคัญยิ่งของคนๆหนึ่ง ซึ่งมีโอกาสเกิดมาบนโลกใบนี้ คือ สร้างตนให้เป็น Version ที่ดีที่สุดของเรา เท่าที่จะเป็นได้ Be the Best-Version of You! ก่อนอื่นใด คำว่า “ดีที่สุด ” ของเรา ไม่ว่าจะใคร จะเขา จะเธอที่ไหน ก็กำหนดให้เราไม่ได้ ผู้ที่รู้ดีที่สุด หยุดอยู่ที่เรา..ผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว และที่สำคัญ Version ที่ดีที่สุดนี้ ไม่มีใครเหมือนใคร ลอกเลียนแบบกันไม่ได้ เพราะเราล้วนแตกต่างกัน

มี “เรา ” แค่หนึ่งเดียวในจักรวาล เราจึงต้องใช้เวลาอย่างประณีตกับชีวิตและความคิดของตนเอง เพื่อตอบคำถามว่า Version ที่ดีที่สุดของเราเท่าที่จะเป็นได้ คืออะไร ช่วงปีที่ผ่านมา เราอาจวุ่นวายกับภารกิจจนไม่มีเวลาคิด ว่าชีวิตนี้มีจุดหมายใดแค่ตะกายให้เดินทางถึงที่ทำงานให้ทันทุกวันแค่ทำโครงการสั้นๆให้ดีตามที่เจ้านายสั่งแค่นั่งทำหน้าที่ให้ดี ไม่ว่าจะในฐานะ พ่อ แม่ พี่ น้อง ลูก หัวหน้า ก็ยังหาเวลาทั้งยาก

ดังนั้น ช่วงของการก้าวผ่านเวลาช่วงที่เรากำลังเริ่มชีวิตห้วงใหม่ในปีนี้น่าจะเป็นอีกช่วงเวลาดีๆ ที่เราเริ่มถามคำถามสำคัญๆ ถามแล้วยังตอบไม่ได้ทันที..ยิ่งดีค่ะเพราะหากตอบได้ง่ายๆ คำตอบคงยัง “ไม่ใช่ ”คงยัง “ตื้นไป ” ต้องถามตัวเองใหม่หลายๆ ครั้ง

1.คำถามแรก Version ที่ดีที่สุดของเรา คืออะไร? ผ่านไปแล้ว มาเริ่มพิจารณาคำถามต่อไป

2.“เราอยากได้ชีวิตแบบไหน? ” ได้คำตอบ..แบบลางๆก็ยังดี หรือบางส่วน บางเสี้ยวของชีวิตก็ยังได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องความสัมพันธ์ เรื่องครอบครัว..จากนั้นมีคำถามตามมาอีกว่า

3.ชีวิตวันนี้ มีอะไรที่เราชื่นชอบ ที่เราเห็นว่า “ใช่” เห็นว่าดี? โดยเฉพาะเมื่อเริ่มมีคำตอบว่า เราอยากได้ชีวิตแบบไหน และ Version ที่ดีที่สุดของเราเป็นอย่างไรยิ่งน่าจะตอบคำถามนี้ได้ง่ายขึ้น

4.ต่อเนื่องจากคำถามข้างต้น แล้วชีวิตวันนี้ มีอะไรที่เราไม่ชอบ ไม่ใช่ไม่อยากให้อยู่ในชีวิต? ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ สิ่งของ หรือแม้แต่คนร้ายๆที่เราอนุญาตให้วนเวียนป้วนเปี้ยนในชีวิต

5.เรามีปัญหาหรืออุปสรรคใดบ้างที่แก้ไขไม่ได้ ที่สกัดเราจากการเป็น “ดาวรุ่ง ” มุ่งสู่การเป็น Best Version?

6.ปัญหานั้น “แก้ไม่ได้ ” จริงๆหรือ?

7.หากเราได้เงิน 100 ล้านมาฟรีๆ จะเอาเงินไปทำอะไรเราจะใช้ชีวิตต่ออย่างไร?

8.หากเราไปพบหมอ แล้วเขาบอกเราว่า “คุณมีเวลาอีกปีเดียว ”เราจะทำอะไรในปีเดียวที่เหลือ?

9.หากเราอยากเปลี่ยนสัก 3 อย่างในชีวิต เราจะเปลี่ยนอะไร?คืนนั้น เราเริ่มมีคำตอบให้ตนเองบ้าง แม้ไม่กระจ่างนัก และเราต่างรู้ว่า คำตอบจะช่วยชี้นำ ว่าอะไรสำคัญจริงๆในชีวิตจึงต้องไม่หยุดค้นหา และต้องกล้าตอบเพราะคำตอบจะช่วยให้การตัดสินใจในชีวิตนี้ง่ายขึ้นนักเพราะทุกๆวัน เราต่างมีเรื่องสารพัดต้องตัดสินใจ

มีหลายสิ่งที่เข้ามาในชีวิต ที่ต้องเลือกว่า Yes หรือ No

หากรู้ว่า Best Version ของเราหน้าตาควรเป็นอย่างไร สิ่งใดที่ทำให้เราเข้าใกล้ Version นี้

มีคำตอบชัดเจน.. Yes!

สิ่งใดที่ทำให้เราห่างเป้าการเป็น Version ที่ดีสุดเท่าที่เราจะเป็นได้

ทีนี้ตอบง่าย เพราะมีแค่ “ไม่” สถานเดียวค่ะ

 



บทความโดย: พอใจ พุกกะคุปต์

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 2 ม.ค.60