ติเพื่อโต

 

การทำงานหรือการทำธุรกิจโดยไม่ได้รับ ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) หรือคำติชม ก็คล้ายกับการหัดทำอาหารโดยไม่มีคนคอยชิม ถ้าไม่มีข้อมูลป้อนกลับ ก็จะไม่มีการพัฒนา ไม่เติบโต ดังนั้น ข้อมูลป้อนกลับ จึงเป็นสิ่งที่เราควรถามหาอย่างสม่ำเสมอ เพราะจะช่วยให้เราสามารถมีมุมมองใหม่ๆและปรับปรุงงาน รวมถึงสินค้าและบริการของเราได้ดีอย่างต่อเนื่อง  คล้ายๆกับปุ๋ยที่เราใส่ต้นไม้ เพื่อช่วยเสริมให้เกิดการผลิดอกออกผลอย่างที่เราต้องการ

 

เป็นที่น่าเสียดายว่าเมื่อมีคนมาติชม ไม่ว่าจะโดยลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงาน คนส่วนใหญ่มีแนวโน้มในการใช้เวลาไปกับการอธิบายว่าสิ่งที่เค้าพูดนั้นไม่ถูก เราไม่ได้เป็นอย่างนั้น จนทำให้คนที่มาบอก ไม่อยากที่จะพูด เพราะดูเหมือนพูดไปเราก็ไม่ฟังแค่ถามเป็นพิธี ทำให้พลาดโอกาสที่จะได้รับข้อมูลสำคัญไปอย่างน่าเสียดาย 

 

วันนี้ผมจึงอยากนำแนวปฏิบัติง่ายๆ ในการขอคำติชม หรือ ข้อมูลป้อนกลับเพื่อการพัฒนามาให้ลองนำไปใช้กันดูครับ ถามอย่างไรจึงจะได้คำตอบที่มีประโยชน์และพูดอย่างไรให้คนอยากให้ข้อมูลที่เราสามารถนำไปปรับปรุงตัวเองได้มากขึ้น แนวทางการขอข้อมูลป้อนกลับที่ได้ผลคือ หนึ่งถามด้วยคำถามปลายเปิด เช่น

 “คุณมีข้อมูลป้อนกลับหรือข้อคิดเห็นอะไรกับสิ่งที่เรานำเสนอวันนี้บ้าง?”

เป็นคำถามที่สร้างความคาดหวังจากผู้ตอบว่าจะต้องมีข้อคิดเห็นบางอย่าง จึงทำให้ผู้ตอบพยายามที่จะแบ่งปันมุมมองออกมา การใช้คำถามปลายปิดเช่น

“คุณมีข้อคิดเห็นอะไรกับสิ่งที่เรานำเสนอวันนี้มัย?” ทำให้คนเข้าใจว่าผู้ตอบอาจไม่มีความคิดเห็นก็ได้ หลายครั้งจึงได้คำตอบว่าไม่มี  สองควรถามทั้งข้อคิดเห็นด้านบวกและด้านลบ วิธีการนี้ทำให้ความคิดเห็นที่ได้กลับมามีความเป็นกลางมากขึ้น  ไม่ดูเป็นการวิพากษ์วิจารณ์จนเกินไปช่วยรักษาบรรยากาศที่ดีในการพูดคุย

 

ตัวอย่างคำถามเช่น

“ในสิ่งที่เรานำเสนอวันนี้ อยากให้คุณบอกข้อที่พวกคุณชอบ  1-2 เรื่อง และเรื่องที่อยากให้เราปรับปรุงอีกซัก 1-2 เรื่อง?” สามทุกครั้งที่ได้รับข้อมูลป้อนกลับเราควรกล่าวคำขอบคุณ การขอบคุณไม่ได้แปลว่าเราต้องเห็นด้วยกับความคิดเห็น นั้นๆเสมอไป แต่ขอบคุณในความตั้งใจดีของเขาที่มาบอกมุมมองเพราะอยากช่วยให้เราปรับปรุงให้ดีขึ้น  การทำแสดงความยินดีและขอบคุณนี้ยังช่วยให้คนอื่น รู้สึกว่าเรารับฟังและเปิดกว้างในการพูดคุยมากขึ้น สี่เราควรสรุปความสิ่งที่ได้ยินมา โดยสิ่งที่สรุปเป็นมุมมองของผู้ให้ข้อมูลป้อนกลับ แต่ไม่ต้องอธิบาย แค่ทำให้แน่ใจว่าเราเข้าใจความเชื่อและมุมมองของอีกฝ่ายหนี่ง

 

ในยุคที่สภาพเศรษฐกิจมีความท้าทายสูง คนและธุรกิจ ที่สามารถพัฒนาและปรับตัวได้อย่างรวดเร็วเท่านั้น จึงจะเป็นผู้ที่อยู่รอด  ความสามารถในการแสวงหาคำติชม หรือการเปิดรับกับข้อมูลป้อนกลับอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นปัจจัยสู่ความสำเร็จที่ทุกคนควรขวนขวาย

 

 

จิรโรจน์   ติกกะวี

Director - Business Development & Strategy

สลิงชอท กรุ๊ป

 

ที่มา: โพสต์ทูเดย์ 1 มิ.ย.58