ตามหาผู้นำโดยธรรมชาติ

ผมทำงานให้กับเจ้าของกิจการและธุรกิจห้างร้านหลายแห่ง ต้องยอมรับว่าปัญหาใหญ่ที่องค์กรต่างๆ ประสบคือการสรรหาหัวหน้างานที่มีคุณภาพมาบริหารจัดการทีม

หลายแห่งเลือกใช้วิธีรับคนจากภายนอก แต่พบว่าสัดส่วนความสำเร็จไม่ค่อยน่าประทับใจ โดยมากเป็นปัญหาเรื่องการเข้ากับวัฒนธรรมขององค์กรและการยอมรับของคนใน นอกจากนั้นการใช้คนนอกบ่อยๆ อาจทำให้ขวัญและกำลังใจของพนักงานเสียไป เพราะรู้สึกว่าโอกาสในความก้าวหน้ามีน้อย ดังนั้น ระยะหลังๆ องค์กรต่างๆ จึงหันมาให้น้ำหนักกับการคัดเลือกคนจากข้างในมากกว่า

บ่อยครั้งที่การเลื่อนตำแหน่งมักอิงกับผลงานและประสบการณ์เป็นหลัก ซึ่งก็ไม่ผิดอะไรหากงานนั้นไม่ต้องบริหารจัดการใคร แต่ปัญหาส่วนใหญ่เกิดขึ้นเมื่อมีประเด็นเรื่อง “คน” เข้ามาเกี่ยวข้อง ! 

พนักงานฝีมือดีหลายรายกลายมาเป็นหัวหน้าที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เป็นภาระและสร้างปัญหาให้กับองค์กร เพราะคน “เก่งงาน” อาจไม่ได้ “เก่งคน” เสมอไป

แนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องนี้คือ การมองหาพนักงานที่มีภาวะผู้นำโดยธรรมชาติภายในองค์กร ผู้ซึ่งสามารถขับเคลื่อนคนอื่นได้ทั้งๆ ที่ไม่มีตำแหน่งหน้าที่อะไร

ฟังดูแม้ไม่ง่ายนัก แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป เพราะโดยปกติในทุกๆ กลุ่ม มักมีผู้นำที่ไม่เป็นทางการอยู่ด้วยเสมอ

Dr.Paul Hersey กูรูด้านการบริหารจัดการ ผู้คิดค้นโมเดลผู้นำตามสถานการณ์ (Situational Leadership) อันลือเลื่อง ให้คำจำกัดความภาวะผู้นำไว้ว่าหมายถึง “ความสามารถในการโน้มน้าวผู้อื่น” (Ability to Influence Others)

John Quincy Adams ประธานาธิบดีคนที่ 6 ของสหรัฐฯ เคยกล่าวไว้ว่า “ถ้าการกระทำของคุณสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น ทำให้เขาได้เรียนรู้มากขึ้น ฝันได้ไกลขึ้น และรู้สึกอยากลงมือทำอะไรมากขึ้น นั่นหมายความว่า คุณคือผู้นำแล้ว” 

ผู้นำเกิดขึ้นได้ทุกหนทุกแห่งในทุกองค์กรโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยตำแหน่ง เรามักเรียกคนเหล่านี้ว่า “ผู้นำหลังฉาก” (Hidden Leaders) ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ

ผู้นำหลังฉากที่เน้นการสร้างสัมพันธ์ ได้แก่พวกที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการออกปากชักชวนเพื่อนๆ ไปสรวลเสเฮฮา ปาร์ตี้ ดูหนัง ฟังเพลง กินข้าว ท่องเที่ยว เล่นกีฬา ฯลฯ คนพวกนี้มีความสามารถในการโน้มน้าว หว่านล้อม จูงใจ รวมทั้งกดดันให้คนเข้าร่วมกิจกรรม

ผู้นำหลังฉากที่เน้นความสำเร็จเรื่องงาน ได้แก่ พวกที่ซีเรียสจริงจังในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงาน เช่น เป็นตัวตั้งตัวตีชวนเพื่อนๆ เข้าไปพูดคุยกับหัวหน้าหรือเจ้าของกิจการในเรื่องละเอียดอ่อนที่พนักงานทั่วไปมักไม่กล้าคุยเอง ช่วยผลักดันงานบางอย่างที่ไม่มีเจ้าภาพชัดเจน ให้ประสบความสำเร็จ เป็นต้น คนพวกนี้มีบารมีส่วนตัวที่ทำให้คนอื่นยอมรับ เชื่อถือและทำตาม

 

หากสังเกตให้ดี เราจะพบคนเหล่านี้ในทุกหน่วยงานของทุกองค์กร ดังนั้น การค้นหาผู้นำโดยธรรมชาติ จึงควรเริ่มต้นจาก “ผู้นำที่เน้นงาน” เป็นอันดับแรก จากนั้นคอยเฝ้าดูคุณสมบัติที่สำคัญอื่นๆ  ดังต่อไปนี้ประกอบด้วย ก่อนตัดสินใจปรับเลื่อนตำแหน่งให้เห็นหัวหน้าตัวจริง

 ที่มาของการยอมรับ - เมื่อไม่มีตำแหน่งนำหน้า สิ่งที่ผู้นำหลังฉากจำเป็นต้องทำคือ การใช้บารมีส่วนตัว ในการโน้มน้าวผู้อื่น ลองสังเกตดูว่าเขาสร้างบารมีด้วยวิธีใด … ใช้ความสัมพันธ์ ใช้การข่มขู่ ใช้ความรู้ความเก่ง ใช้เงินซื้อมา ฯลฯ

“บารมี” เป็นสิ่งจำเป็นในการบริหารจัดการ หากหัวหน้าใหม่มีบารมีเก่าติดตัวมา ย่อมช่วยให้การทำงานกับทีมประสบความสำเร็จได้ง่ายและเร็วขึ้น แต่บารมีมีที่มาหลากหลาย จงเลือกคนที่สร้างบารมีจากความสามารถมากกว่าการใช้วิธีการอื่นๆ

 ทัศนคติต่องานและองค์กร - เนื่องจากทัศนคติเป็นโรคติดต่อ อยู่ใกล้คนเช่นไรมักมีทัศนคติเช่นนั้น ดังนั้น การเฝ้าดูทัศนคติของผู้นำหลังฉากอย่างใกล้ชิด จึงเป็นเรื่องจำเป็นเพราะคนเหล่านี้มีอิทธิพลต่อคนรอบด้าน

ทัศนคติที่ถูกต้องสะท้อนให้เห็นได้จากพฤติกรรมที่แสดงออก ดังนั้นการที่องค์กรกำหนดค่านิยมต้นแบบ (Core Values) ที่อยากเห็นให้ชัดเจน จะช่วยให้การประเมินว่าคนๆ นี้มีพฤติกรรมอย่างที่คาดหวังหรือไม่ ทำได้ง่ายขึ้น

 ความซื่อสัตย์และการรักษาคำพูด - ความซื่อสัตย์ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ความสุจริต ไม่คดโกงเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการกล้ายอมรับความจริงและความผิดพลาดที่เกิดขึ้น โดยไม่โทษสถานการณ์ภายนอกหรือโยนความผิดให้ผู้อื่น

นอกจากนั้นยังรวมถึงการพูดความ จริงให้ครบถ้วนทั้งหมด ไม่ใช่แถไปว่า “ทุกอย่างที่พูดเป็นความจริง แต่ไม่ได้พูดความจริงทุกอย่าง” แบบที่หลายๆ คนใช้อธิบายเถือกๆ ไถ่ๆ ตอนถูกจับได้ว่าไม่ได้เล่าเรื่องให้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ อันเป็นเหตุให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้น

 ความสม่ำเสมอของผลสำเร็จ - การทำงานให้สำเร็จลุล่วงตามที่ตั้งใจไว้ คือคุณสมบัติของการเป็นผู้นำที่ดี ที่สำคัญความสำเร็จนั้นต้องเห็นผล อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายๆ องค์กรมักเริ่มต้นจากโครงการดีๆ ที่มาจากความคิดริเริ่มเจ๋งๆ แต่ขาดพลังผลักดันให้ดำเนินไปจนประสบผลสำเร็จ จึงทำให้มีงานหลายอย่างที่ … เริ่มต้นไว้แต่ปิดไม่ลง !

ผู้นำหลังฉากที่ดี ต้องเป็นคนมุ่งมั่นในการผลักดันสิ่ิงที่ทำ ให้เสร็จและประสบผลสำเร็จโดยไม่ย่อท้อต่อปัญหาหรืออุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างทาง ส่วนคนที่เป็นนักเริ่มต้นที่ดีแต่ทำไม่เสร็จสักอย่าง ไม่ควรเข้าข่ายได้รับการพิจารณา

 

ให้ความสำคัญกับลูกค้าและผู้ที่เกี่ยวข้อง - บุคคลที่เหมาะสมจะเติบโตมาเป็นหัวหน้าตัวจริง ควรแสดงให้เห็นว่าเขาให้ความสำคัญและสนใจคนอื่นๆ รอบตัวด้วย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าภายใน ซึ่งได้แก่เพื่อนร่วมงานและหน่วยงาน อื่นๆ ที่ติดต่อประสานงานด้วย หรือลูกค้าภายนอก ซึ่งหมายรวมถึงคู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ เช่นสังคมและชุมชนรอบข้าง เป็นต้น เพราะความสำเร็จที่ยั่งยืนต้องอาศัยการสนับสนุนและความช่วยเหลือจากผู้คนรอบข้างประกอบด้วย

 คนเก่งหลายคนทำตัวกร่างจนคนรอบข้างไม่ให้การยอมรับ คนเก่งบางคนเอาแต่ได้ โดยไม่สนใจคนอื่นหรือทีมอื่น คนเหล่านี้แม้สร้างความสำเร็จได้แต่ก็เป็น “ความสำเร็จชั่วคราว”

ผู้นำหลังฉากที่น่าจับตามองคือคนที่คิดถึงคนอื่นด้วย ไม่ใช่คิดถึงแต่ตัวเองเพียงอย่างเดียว !

 คุณสมบัติทั้ง 5 ประการนี้ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการช่วยคัดสรรหัวหน้างานที่เก่งคนโดยธรรมชาติ หากค่อยๆ มองหาและจับตาดูผู้นำหลังฉากที่มีศักยภาพพวกนี้ให้ใกล้ชิด หาโอกาสให้ทักษะและเสริมความรู้ในด้านการบริหารจัดการบ้างตามสมควร เมื่อถึงเวลาต้องสรรหา “หัวหน้าตัวจริง” พวกเขาคือเพชรล้ำค่า ที่พร้อมจะเจิดจรัสในเวลาที่เหมาะสม

 

อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา

กรรมการบริหาร

สลิงชอทกรุ๊ป

ที่มา: SME Thailand August 2015