ตอนที่ 4  “ชัยชนะ” ต้องไม่ได้มาเพราะความบังเอิญ

 

ผมใช้สองมือช้อนลูกมอลลี่ขึ้นมาพิจารณาตั้งแต่หัวจรดปลายหางทีละตัว ผมรู้สึกภูมิใจกับผลงานการเพาะพันธุ์ลูกสุนัขบีเกิ้ลในครอกแรกของตัวเองมาก จนเผลออุทานออกมาเสียงดัง “สวยจริงๆ ลูกพ่อ” คุณหมอและผู้ช่วยที่กำลังทำความสะอาดมอลลี่อยู่บนโต๊ะกลางห้องผ่าตัด หันมามองผมแล้วพูดพร้อมกันว่า “ลูกใครนะ?” ผมค่อยๆ วางลูกมอลลี่กลับลงไปในกล่อง แล้วตอบไปว่า “ผมประคบประหงมมอลลี่มาตั้งแต่วันแรกที่ได้รับการผสมจนถึงวินาทีนี้…ด้วยความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพ่อจริงๆ เลยครับ”

 

“คุณคาดหวังอะไรจากการเพาะพันธุ์สุนัขในครั้งนี้เหรอครับ?” คุณหมอตั้งคำถามที่ดูจริงจังมาก ผมหยุดคิดนิดนึง เพื่อเรียบเรียงประโยคให้ดูดีและเหมาะสมกับการตั้งคำถามที่ค่อนข้างเป็นทางการว่าสิ่งที่ผมอยากเห็นคือ ลูกของมอลลี่ในวันนี้จะเติบโตเป็นแชมเปี้ยนได้ครบทุกตัวในวันข้างหน้า” คุณหมอหันมาทางผมพร้อมกับทำตาโตและยกคิ้วทั้งสองข้างสูงขึ้น ในขณะเดียวกันก็ถอดถุงมือยางออกแล้วเดินตรงไปที่อ่างล้างมือ จากสีหน้าท่าทางของคุณหมอ ผมเดาว่าแกคงแปลกใจกับคำว่า “แชมเปี้ยน” ผมกับคุณหมอจึงคุยกันต่ออีกครู่หนึ่งเพื่อรอเวลาให้มอลลี่ซึ่งกำลังนอนนิ่งอยู่เพียงลำพังฟื้นตัวขึ้น ก่อนพากลับบ้าน

 

เป้าหมายในการเพาะพันธุ์สุนัขของผมคือ การพาพวกเขาเข้าสู่สนามประกวด เพื่อพิสูจน์ว่าสุนัขตัวใดดีพอที่จะเก็บคะแนนสะสมได้ตามข้อกำหนดของสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข (ประเทศไทย) จนได้รับการรับรองให้เป็นแชมป์ประเทศไทย การเริ่มต้นของคำว่า ‘แชมเปี้ยน’ ไม่ได้นับหนึ่งในวันที่ลูกมอลลี่คลอดออกมา แต่นับหนึ่งตั้งแต่วันที่ผมตัดสินใจซื้อมอลลี่เข้ามาเป็นสมาชิกในบ้านตั้งแต่อายุเพียงสองเดือน  ผมมีเป้าหมายที่ชัดเจนตั้งแต่เริ่มนับหนึ่ง ดังนั้น หากผมจะประสบความสำเร็จ ก็น่าจะพูดได้เต็มปากว่า “ไม่ใช่เพราะความบังเอิญ”

 

แต่การมีเป้าหมายที่ชัดเจนเพียงแค่นั้นอาจไม่เพียงพอ ผมต้องมีทักษะอีกสองสามอย่างเพื่อจะกรุยทางไปสู่ชัยชนะ  ผมเรียกว่า “ทักษะ3 รู้…สู่ชัยชนะ” คือ รู้จักสุนัข  รู้จักคน  และรู้จักคิด

 

แน่นอนครับว่า…ความรู้จริงเรื่องสุนัขต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก ผมต้องขวนขวายหาความรู้เรื่องมาตรฐานสายพันธุ์สุนัขบีเกิ้ล ต้องมีความรู้เรื่องการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ การเลี้ยงดูลูกสุนัข การฝึกและการจูงสุนัข รวมถึงความรู้เกี่ยวกับกฎ กติกา มารยาทในการประกวดสุนัข ทั้งหมดนี้แค่รู้ไม่พอนะครับ ต้องรู้จริงและทำได้จริงด้วย เรียกว่า ต้องรู้จักสุนัขแบบเซียนเลยถึงจะดี

 

ทักษะต่อมาที่ต้องมีคือ การผูกใจผู้คนในวงการประกวดสุนัข ต้องกล้าคิด กล้าแสดงออก พูดแล้วมีคนฟังและมีคนเชื่อ เป็นที่ไว้วางใจแก่ทุกคน เพื่อประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนความรู้และเทคนิคการพัฒนาสายพันธุ์ร่วมกัน เรียกว่า ต้องเข้ากับคนในวงการให้ได้ ต้องสร้างมิตรอย่าสร้างศัตรู

 

ทักษะประการสุดท้ายคือ ใช้หลักคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์ ไม่แคร์ไสยศาสตร์มากเกินไป ควรกำหนดเป้าหมายในการเพาะพันธุ์ที่ชัดเจน และวางแผนกิจกรรมที่ต้องทำให้เป็นขั้นเป็นตอน มีแผนหนึ่ง แผนสอง มองเห็นภาพรวม และครอบคลุม ตั้งแต่ก่อนผสมพันธุ์ไปจนถึงการฝึกฝนลูกสุนัขเพื่อเข้าสู่เวทีประกวด เรียกว่า ต้องคิดให้ครบและต้องเชื่อในการวางแผนที่รอบคอบมากกว่าเชื่อดวง

 

จะว่าไปแล้วทักษะ3 รู้…สู่ความสำเร็จที่ใช้เป็นพื้นฐานสำคัญในงานอดิเรกของผม อาจไม่ได้แตกต่างจากหลักการทำงานในองค์กรทั่วไป หากเป้าหมายของคุณคือ การทำงานอย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จในงานที่ทำ ก็คล้ายกับเป้าหมายของผม คือการมีความสุขที่ได้เห็นสุนัขซึ่งเพาะพันธุ์ขึ้นด้วยฝีมือตัวเองเป็นแชมเปี้ยน และไม่ว่าคุณจะอยู่ในตำแหน่งใด คุณควรมีทักษะที่จะนำพาตัวเองไปสู่เป้าหมายนั้น

 

Robert L. Katz ได้นำเสนอบทความเรื่อง Three-Skill Approach to Leadership ไว้ใน Harvard Business Review ตั้งแต่ปี 1955 และยังคงใช้ได้ดีในยุคปัจจุบัน โดยพูดถึงทักษะสำคัญที่คนทำงานควรจะมี โดยเฉพาะผู้นำยิ่งต้องมีไว้ 3 ประการคือ

 

  1. เก่งเรื่องงาน (Technical Skills) คือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในงานที่ตัวเองรับผิดชอบ เรียกว่าต้องมีประสบการณ์ มีฝีมือ และสามารถใช้เครื่องไม้เครื่องมือในการทำงาน ได้อย่างคล่องแคล่ว ต้องรู้จริงและต้องทำได้จริง เมื่อเกิดปัญหา สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง
  2. เก่งเรื่องคน (Human Skills) คือผู้ที่มีความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น โน้มน้าวจูงใจทีมงานให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ เรียกว่าต้องเข้าใจธรรมชาติและความแตกต่างของคน ต้องอ่านคนได้ และต้องใช้คนเป็น ต้องสร้างความน่าเชื่อถือ และมีทักษะการสื่อสารเป็นอย่างดี
  3. เก่งเรื่องคิด (Conceptual Skills) คือผู้ที่มีความสามารถในการมองภาพรวม และเข้าใจความสัมพันธ์ของระบบต่าง ๆ ในองค์กร รวมถึงการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน คิดป้องกันและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอย่างเป็นขั้นตอน เรียกว่าต้องเป็นคนคิดครอบคลุม ไม่ตกหล่น มีวิสัยทัศน์ มองการณ์ไกลและเล็งเห็นผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้อนาคต

 

ถ้า เก่งงาน  เก่งคน  เก่งคิด ของ Katz คือทักษะที่นำไปสู่ความสำเร็จในการทำงาน การรู้จักสุนัข  รู้จักคน  รู้จักคิด ของผมก็คือ ทักษะที่จะนำไปสู่ชัยชนะในสนามประกวด

 

หากคุณต้องการเป็นผู้ชนะ ต้องเชื่อว่า  “ชัยชนะ…ไม่ได้ มาเพราะความบังเอิญ” แต่จะมาเพราะความตั้งใจของคุณ ฉะนั้นประเด็นสำคัญคือ จะทำให้ทักษะ 3 รู้หรือ 3 เก่งนี้อยู่ในตัวคุณได้อย่างไร และถ้าทำได้ ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องใด จงรับรู้ไว้ว่า โอกาสแห่งความสำเร็จได้เปิดกว้างสำหรับคุณแล้ว

 

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 4 มิ.ย.57